สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ โดยเรียกร้องให้ไม่ใช้หน่วยงานนี้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล และให้กรมประชาสัมพันธ์หลุดพ้นจากการเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ อย่างเป็นอิสระ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต กราบขอบคุณท่านประธานครับ การอภิปรายครั้งนี้เปึนเรื่องงบประมาณในวาระที่สอง มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ผมเองได้แปรญัตติตัดงบประมาณทั้งหมด ในส่วนของ กรมประชาสัมพันธ์จํานวนทั้งหมด ๑,๔๔๘ ล้านบาท ออกทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คําตอบ ก็คือว่าสิ่งที่เรามีกรมประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์เพื่ออะไร เพื่อสร้างความเข้าอกเข้าใจ เพื่อที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนี่ได้รับรู้ข่าวสารอันเปึนข้อที่ถูกต้อง เหมาะสม แต่รัฐได้ใช้ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเปึนหน่วยงานในการกระจายเสียงนั้นไปเพื่อตนเอง ใช้การออกข่าว เพียงฝ์ายเดียวเพื่อทําลายหรือการหักล้างฝัืงตรงข้าม ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้องแล้วไม่มี ความเหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่มีโลกไหนแล้วท่านรัฐมนตรีที่ฝ์ายอํานาจจะอยู่ได้ตลอดครับ ไม่มีหรอกครับ อํานาจนั้นมีอยู่ก็หมดไปไม่มีใครอยู่ยั้งยืนยงได้หรอกครับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านรัฐมนตรีว่ามิใช่สิ่งที่จะไปทําอย่างนั้น สิ่งสําคัญก็คือในภาวะที่ เราจะต้องทําบ้านเมืองให้เรานั้นเปึนปกติสุขแล้วก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสันติสุข นั่นคือ เปัาหมายสูงสุดของพี่น้องประชาชน เราอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน แล้วเรามาตีกัน เรามาไล่ยิงกัน เรามาไล่ฆ่ากัน ถามว่ามันจะเกิดประโยชน์อะไร ไม่มีประโยชน์ครับ สิ่งสําคัญก็คือคนที่จะ ขึ้นมาเปึนผู้นํา คนที่จะขึ้นมาเปึนผู้ดูแลพี่น้องประชาชนนั้นจะต้องมีจิตและวิญญาณ ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมใช้คําว่า อย่างแท้จริง เข้าถึง เข้าใจ แล้วก็ ต้องพัฒนาครับ แต่ท่านไม่ได้มีความเข้าถึง เข้าใจเลยว่าคนที่มีความแตกต่างในด้าน ความคิด ความแตกต่างในเรื่องเนื้อหาสาระต่าง ๆ หรือข้อมูลใด ๆ ที่ได้รับตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันนั้นท่านไม่นําพา โดยเฉพาะความยากจนและยากไร้ พี่น้องประชาชนมาเรียกร้อง ชาวไร่ชาวนา ชาวบ้านถามว่าเขาจะมาเรียกร้องอะไรกับรัฐบาล เขาไม่ได้เรียกร้อง ในการปกครองแย่งกับท่านหรอก ไม่มีหรอก เขาอย่างเก่งก็เรียกร้องในเรื่องของราคาข้าว ในเรื่องของปากท้อง ที่ทํากิน ไม่มีที่เรียน ไม่มีที่รักษา สิ่งเหล่านี้ต่างหากล่ะเปึนเรื่องของ พี่น้องประชาชนชาวบ้าน ท่านมีความเข้าใจเขาไหม ท่านก็ไม่เคยนําพาสิ่งเหล่านี้ ไล่ยิง ไล่ฆ่ากันทุกวี่ทุกวัน ถามว่าแล้วสิ่งเหล่านี้มันจะหมดไปในแผ่นดินเราได้อย่างไร ท่านยิ่ง ต้อนเขา เขาอับเขาก็ต้องสู้ครับ หมาจนตรอก แล้วถ้าเปึนท่านล่ะครับ เขาไล่ยิง ไล่ฆ่าท่าน แล้วท่านจะสู้ไหม ท่านก็ต้องสู้ แม้มือเปล่า ไม้เปล่า ก็ต้องสู้ครับ นี่คือความเปึนมนุษย์ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านนะครับให้กลับคิดกันใหม่เปลี่ยนแปลงครับ วันนี้บ้านเมือง ทําท่าจะเปลี่ยนแปลงนะ แต่เปลี่ยนแปลงในเรื่องของคําพูดให้ดูดีขึ้น แต่ความคิดนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนหรือเปล่า ถ้าความคิดยังไม่เปลี่ยนบอกได้เลยบ้านเมืองเรายังตีกัน อีกยาวนะครับ ยังอีกยาวนะครับประวัติศาสตร์ที่ศึกษามานี่มันตีกันมายาวแล้วนะครับ ยาวไม่พอหรือจะให้ยาวต่อหรืออย่างไร ก็อยากจะเรียนงบประมาณที่ตัดลดออกไป ก็อยากให้กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่รักข้าราชการ ผมเองโดยจิตวิญญาณข้าราชการเพราะมาจากข้าราชการเคยเปึน ข้าราชการ ก็อยากจะให้กรมประชาสัมพันธ์หลุดพ้นจากบ่วงการเปึนเครื่องไม้เครื่องมือของรัฐบาล ปลดแอกตัวเอง เปึนเอกเทศในการที่จะประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เหมือนกับ ช่องอื่น ๆ เขา ไม่ได้เปึนเครื่องไม้เครื่องมือคอยรับใช้รัฐบาลหรือฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งแล้วทําให้ คนที่ทํางานนั้นไม่สบายใจ ผมเชื่อครับ เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่สบายใจทั้งหมดครับ แล้วก็ ทํางานลําบากใจ ไปเจอหน้าฝ์ายค้าน วันหนึ่งไปเปึนรัฐบาลก็ปวดหัวเหมือนกัน กลัวจะไป มีปัญหา แต่จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ เราบริหารชาติบ้านเมืองเราต้องเข้าใจกัน พวกผมเปึน พวกที่ไม่ไปหาปัญหาให้ชาติบ้านเมือง แล้วก็ไม่ไปหาปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อยากจะกราบเรียนครับว่า งบประมาณที่ตัดมาแล้วจะเอาไปทําอะไร ก็ต้องบอกว่าวันนี้ รัฐบาลดูแลพี่น้องประชาชนเกษตรกรดีเพียงพอหรือยัง ใส่งบประมาณตรงนี้ไปเพียงพอ หรือยัง คําตอบคือยัง ผมเองพูดไว้ตั้งแต่ในอดีตเมื่อการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมา จนกระทั่ง ป่ดสภาแล้วก็มาเป่ดใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ ในเรื่องของ ราคาข้าวตอนนั้นราคาไม่ดีเลย ท่านก็บอกดีกันตลอด ราคาอ้างอิง ๑๐,๐๐๐ บาท ใกล้ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็ปรากฏว่าอย่างไร ไปจ่ายให้พี่น้องประชาชน ๑๐๐ กว่าบาท ๑๐๔ บาทบ้าง ๒๐๐ กว่าบาทบ้าง ๓๐๐ กว่าบาทบ้าง อะไรก็ไม่รู้ว่า ไปเรื่อย จนกระทั่งมาวันหนึ่งเมื่อตอนเดือนเมษายนท่านก็มาพบว่ามันน่าจะเปึนจริง แล้วที่ เขาเรียกร้องพบข้อมูลใหม่ครับ พบข้อมูลใหม่จากการเรียกร้องของพวกผมนี่ครับ หลายคน ช่วยกันเรียกร้องในสภาแห่งนี้พบข้อมูลใหม่ครับ ปรากฏว่ามันเปึนจริงครับ ก็เลยไปปรับ ราคาอ้างอิงใหม่ หลังจากนั้นมาเดือนพฤษภาคมราคาอ้างอิงดีขึ้น แต่เดือนเมษายนและ ย้อนหลังล่ะครับ ไปถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๒ ทําหรือยัง ยังไม่ได้ทํา ยังไม่ได้แก้ไขให้เขา ยังไม่ได้แก้ไข ท่านก็ยังให้ราคาเขา ๑๐๔ บาท ๗ บาทยังปรากฏเลย และบางทีก็ไม่ได้ชดเชย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าอย่างไร บอกว่า ใช้เงินไปทั้งหมด นาปรังชดเชยไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไป ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็นาป้ ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้วก็ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่ายังไม่สิ้นสุด โครงการ สิ้นสุดโครงการนี่ประมาณวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้ เร็ว ๆ นี้ นี่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ก็อีกไม่กี่วันนี้จะสิ้นสุดโครงการรอบ ๒ ในโครงการที่หนังสือ ราชการได้ดําเนินการไว้ คาดการณ์ว่าจะใช้ประมาณสัก ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกว่า ไม่ใช่ครับ มันมากกว่านั้น ในขณะเดียวกันท่านก็ไปบอกว่าตัวเลขที่ดําเนินการมา พี่น้องประชาชน เกษตรกรได้ทั้งหมด ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน วิธีแจกจ่ายแจกจ่ายอย่างทั่วถึง นี่ดีครับ แต่ต้องพอเพียงนะครับ ทั่วถึงต้องพอเพียง เท่าเทียม ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ต้องเปึน หัวใจนะครับ ไม่อย่างนั้นมันตีกัน พวกคุณ พวกฉัน คนโน้นคนนี้ไม่ใช่ครับ ต้องแก้ไข สิ่งเหล่านี้ และในขณะเดียวกันต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อสมัยในอดีต ที่ทํามา พอป้ ๒๕๕๒ ย้อนไปก็บอกว่าได้แค่ ๘๘๐,๐๐๐ กว่าราย