สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๓

ศุภชัย ศรีหล้า หารือเรื่องกฎหมายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาให้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่ฝ์ายนิติบัญญัติกําลังพูดถึงกฎหมายฉบับนี้อยู่ ฝ์ายบริหารโดยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางเรื่องของ ผู้สูงอายุไปไกลแล้ว นั่นคือมีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุทุกคนทุกเดือน และดําเนินการเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เรากําลังง่วนกันอยู่ พิจารณากันอยู่ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้ถ้าเปึนอีสานบ้านผมเรียกกันว่า กฎหมายเบิ่งแงงผู้สูงอายุ ย้ํากับ ท่านประธานนะครับ กฎหมายเบิ่งแงงผู้สูงอายุ คนอีสานบ้านผมให้ความสําคัญกับ กฎหมายฉบับนี้มาก ในขณะที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไปสู่ชั้นวุฒิสภา ผมไปเยี่ยมเยือน พี่น้องประชาชนก็กราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่ากฎหมายฉบับนี้พี่น้องมั่นใจเถอะ นับจากนี้ไปพี่น้องมีหลักประกัน บอกกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่ของผมว่า พ่อใหญ่แม่ใหญ่ มีหลักประกันแล้วนับจากนี้ไป เริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน มาเพิ่มเติมมากขึ้นในสมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ และเปึนจริงเปึนจังในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ พอไปถึงชั้นวุฒิสภามีการเพิ่มข้อความกลับมาสู่ที่ สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง เรามีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันฝ์ายละ ๑๑ ท่าน ข้อความจึงปรากฏอย่างที่สภาแห่งนี้เห็นอยู่ในขณะนี้ นั่นคือมีการเพิ่มข้อความนอกจาก ข้อความใน (๑๑) ที่พวกเราทราบกันดีว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร ในขณะที่เพิ่มข้อความ ข้อความที่เพิ่มขึ้นคือข้อความคําว่า ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเฝัาติดตามกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด เพราะทราบดีว่า เปึนกฎหมายที่ครอบคลุมความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุคนยาก คนจนทั่วทั้งประเทศ ผมเคยลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เมื่อครั้งอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎร และในคราวที่ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ๒ สภา ผมก็ได้ลุกขึ้นอภิปราย สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และทราบดีว่าข้อห่วงใยของคณะกรรมาธิการร่วมกันรวมถึง สมาชิกจากวุฒิสภาคือข้อห่วงใยในเรื่องของภาระด้านภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องจ่ายผูกพันเปึนรายป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อเราจะพิจารณาโดยเข้มข้นก็จะพบว่าแม้เราจะทราบดีว่าจํานวนผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้นทุกป้ แต่ในขณะที่จํานวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับ พ่อใหญ่แม่ใหญ่ของเรายังคงเดิมนะครับท่านประธาน นั่นคือยังคงจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาท ในขณะเดียวกันปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่เราจําเปึนจะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ในสภาแห่งนี้ด้วยนั่นคือปัจจัยเรื่องรายได้ประชาชาติ จํานวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อัตราการจ่ายคงเดิม แต่ท่านประธานมั่นใจเถอะว่ารายได้ประชาชาติของเราเพิ่มมากขึ้น และที่สําคัญที่สุดมีผลงานวิจัยของหน่วยงานทางเศรษฐกิจหลายหน่วยงานยืนยันว่า การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั่นเปึนการกระจายรายได้ กระจายเงินให้เข้าสู่กระเปิาของ พี่น้องประชาชนอย่างเปึนธรรมที่สุดทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เรามี ผู้สูงอายุกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ ในขณะเดียวกันก็มีผู้สูงอายุที่แจ้งความประสงค์ ในการรับเบี้ยยังชีพถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ เรากระจายเงินไปให้คน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ทั่วทั้งประเทศทุกหมู่บ้าน นั่นคือความเปึนธรรมที่งดงามยิ่งในสังคมไทย ในขณะที่เราจ่าย ให้กับผู้สูงอายุเหล่านั้น ท่านประธานมั่นใจเถอะครับว่าผู้สูงอายุเหล่านั้นใช้จ่ายเงินที่ได้ จากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทันที การใช้จ่ายเงินเหล่านี้คือการกระจายเงินไปสู่ ระบบเศรษฐกิจ นั่นคือการกระจายเงินไปสู่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ท่านประธานครับ ทันที ที่เงินกระจาย ทันทีที่มีการใช้จ่ายเงิน เงินหมุนในสภาวะทางเศรษฐกิจ ปัจจัยนี้เปึนอีก ปัจจัยหนึ่งที่ทําให้เศรษฐกิจไทยมั่นคงและก้าวหน้าออกจากหลุมดําในช่วงวิกฤติ ที่ผ่านมาได้ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ภาคธุรกิจยืนยันได้ว่าเปึนเหตุเปึนผลอย่างแท้จริงในการ กระตุ้นเศรษฐกิจในสภาวการณ์ที่ผ่านมา และที่สําคัญท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราเพิ่มเติมข้อความตรงนี้เข้าไป ผมยังมองไม่ออกว่าในแง่ของการปฏิบัติ จะปฏิบัติอย่างไร ข้อความที่เพิ่มขึ้นผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว นั่นคือ ข้อความที่บอกว่า ให้คํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ ตีความได้ ๒ นัยนะครับ นัยแรกก็คือว่าคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ถ้าตีความนัยแรก ก็คือว่า ๕๐๐ บาทไม่พอใช่ไหมครับ ถ้าความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนในสภาวการณ์ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปต้องเพิ่มเปึน ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ใช่ไหมครับ ถ้าเราจะยึดเอาข้อความนี้ หรือจะตีความอีกนัยหนึ่งก็คือว่าตีความในแง่ของการปฏิบัติ ถ้าบอกว่าคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุโดยที่พิจารณาเปึนรายบุคคล คนนี้มีรายได้ดีแล้ว มีความเปึนอยู่ดีแล้วไม่ต้องรับใช่ไหมครับ คนนี้มีความเปึนอยู่อีก ระดับหนึ่งไม่ต้องรับใช่ไหมครับ แต่อีกคนหนึ่งรายได้ไม่มี มีความเปึนอยู่ไม่ดีถึงต้องรับใช่ ไหมครับ ถ้าพิจารณาตามนัยที่ ๒ จําเปึนจะต้องมีกฎ จําเปึนจะต้องมีเกณฑ์ กฎเกณฑ์ ตรงนี้ละครับจะนํามาซึ่งความไม่เข้าใจในการปฏิบัติ ทั้ง ๆ ที่ฝ์ายบริหารเดินหน้าไปไกลแล้ว นั่นในท้ายที่สุดก็จะนํามาซึ่งความขัดแย้ง นํามาซึ่งการมีปัญหาในการปฏิบัติตาม นโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่าข้อความเดิมที่มีอยู่ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นไปแล้วเปึนข้อความที่เหมาะสมในทางปฏิบัติ ถ้าเผื่อว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านในวันนี้จะยืนยันข้อความเหล่านั้น โดยกระบวนการทาง สภาผู้แทนราษฎรวันนี้ก็จะทําให้ผู้สูงอายุของพวกเราที่เฝัาฟังรับฟังอยู่ในขณะนี้เกิด ความสบายใจให้พี่น้องเราเถอะครับ นั่นคือการกระจายเงิน นั่นคือการกระจายความสุข และนั่นคือการกระจายความอบอุ่นให้กับครอบครัว ขอบพระคุณครับ