วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ และแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนและรับเงินผู้สูงอายุ โดยระบุว่าข้อกำหนดเหล่านี้ทำให้เกิดความยุ่งยากและไม่เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้เห็นร่างพระราชบัญญัตินี้ซึ่งดิฉันได้ขอเรียน ท่านประธานว่าดิฉันได้เปึนผู้ร่างเริ่มแรกตั้งแต่ครั้งแรก ดิฉันเข้ามาได้เปึนผู้แทนราษฎร ก็พยายามที่จะเสนอร่างกฎหมายนี้เพื่อให้กับผู้สูงอายุ ถ้าไม่มีผู้สูงอายุก็จะไม่มีเด็ก ของเรา ก็จะไม่มี ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุนั้นได้เข้ามา สู่สภานี้ก็มีปัญหาตั้งแต่เริ่มแรก ก็ไม่คิดเลยว่าทําไมถึงมีปัญหาถึงขนาดนั้น ในขณะที่ ผู้สูงอายุนั้นเปึนผู้ที่ให้เราเกิดเปึนผู้ที่ให้เราได้มาถึงอนาคตก็คืออยู่ที่เรานี้ เขาจะเปึนอดีต ของเรา แต่เขาก็จะเปึนอนาคตของเรา ดิฉันเห็นว่า พ.ร.บ. นี้ตั้งแต่เริ่มต้นที่ยื่นเข้ามา พิจารณาครั้งแรกก็บอกว่าเปึนกฎหมายว่าด้วยการเงิน ซึ่งไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ หลังจากที่เข้ามาพิจารณาแล้วก็มีปัญหาว่าในส่วนของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดเอาไว้ว่าผู้มีอายุเกิน ๖๐ ป้จะต้องได้รับความดูแลจากภาครัฐอย่างเปึนธรรม และทั่วถึง ซึ่งมีคําต่อท้ายในป้ ๒๕๕๐ นี้ว่าอย่างสมศักดิ์ศรี ดิฉันจึงบอกว่ากฎหมาย ผู้สูงอายุนี้น่าที่จะได้ออกไปสู่ประชาชนผู้สูงอายุนั้นได้เร็วกว่านี้ แต่ปรากฏว่าได้ผ่าน กรรมาธิการไปกลับเข้ามาผ่านไปถึงวุฒิสภา ก็มีคําเพิ่มเติมในข้อท้ายว่า การจ่ายเงินเบี้ย ผู้สูงอายุนั้นเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ คําว่า ผู้สูงอายุ ที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ถ้าแปลตามภาษาไทยผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้นั้นเกษียณแล้วค่ะ ก็คงจะไม่มีรายได้อะไรแล้ว ถ้าเราจะมาแปลตามความเปึนจริงในพื้นที่จริง ๆ ก็ไม่จําเปึน ที่จะต้องมีคําว่า มีรายได้หรือไม่มีรายได้ แม้ว่าเขาจะมีรายได้จากลูก ๆ หลาน ๆ ให้ มันก็ไม่ใช่เปึนรายได้ที่เกิดกับตัวเขาเอง แต่ในส่วนนี้เงิน ๕๐๐ บาทที่ให้กับผู้สูงอายุนั้น ไม่น่าจะมีคํานี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในกฎหมายที่ยื่นโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น กลับไปมีคํานี้เกิดขึ้น ก็ดีใจว่าทางวุฒิสภานั้นจะไปตัดออก เพียงแต่ว่าพอได้เข้ามา ครั้งที่ ๒ ได้มีการเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้ตัดออก แล้วยังมาต่อเติมตัดคํานี้ออกแล้วมี โดยคํานึงถึง รายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ เราไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการท่านคิดอย่างไร กฎหมายนี้น่าจะมีออกมาตั้งนานแล้วที่ดิฉันได้บอกไว้ครั้งแรก แต่ก่อนนั้นให้กับผู้สูงอายุนั้น คนละ ๓๐๐ บาทแล้วก็ขึ้นมาคนละ ๕๐๐ บาท แล้วก็ไปว่าให้กับทาง อบต. ว่าเงินนี้ โอนลงไปที่สาธารณสุข จากทางสาธารณสุขโอนมาที่ อบต. แล้ว อบต. ก็อมไปเหมือน ที่ทางท่าน ส.ส. วัชระได้พูดนั้นละค่ะว่าอมเงินของตากับยาย แต่จริง ๆ แล้วในพื้นที่ ภาคอีสานเขาบอกว่า อบ.แตะ คือแตะเอาเงินผู้สูงอายุไปแต่ละเดือน ๆ จนถึงว่า ๓ เดือน ถึงจ่ายกันครั้งหนึ่ง ๖ เดือนถึงจ่ายกันครั้งหนึ่ง ๖ เดือนถึงจะให้กินข้าวครั้งหนึ่งหรือ นี่คือ คําของผู้สูงอายุที่ได้บอกไว้ พอดิฉันได้มาเปึนผู้แทนราษฎรก็ได้ยื่นกฎหมายนี้ทันที ว่าจะต้องให้จ่ายเปึนรายเดือน และควรจะให้ได้ทั่ว ๆ ถึง ๆ คือถ้ามีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปต้อง ได้ทุกคน ทีนี้พอมาถึงกฎหมายนี้ยังไม่ออกมาทางรัฐบาลก็มีมติ ครม. บอกว่าจะต้องให้ ผู้สูงอายุนั้นได้เปึนรายเดือน ทั้ง ๆ ที่กฎหมายยังไม่ออกมา แต่ก็มีปัญหาในแต่ละ อบต. ว่าในแต่ละเดือนกฎหมายยังไม่ได้มาบังคับเลย ตอนนี้งบประมาณโอนเข้ามานี่ยังโอนมา ไม่ถึง เดือนนี้ยังไม่ได้ต้องรอถึงเดือนโน้นเดือนนี้ นี่เปึนสิ่งที่ไปกําหนดกฎเกณฑ์ให้มีเกิดขึ้น ในการลงทะเบียนหรือในการรับเงิน และอีกอันหนึ่งก็จะต้องโอนเงินเข้าไปที่บัญชีผู้เฒ่า ผู้แก่ต้องมาขึ้นบัญชีในธนาคาร ดิฉันจึงเห็นว่าในการที่จะมีการกําหนดกฎเกณฑ์ในตัวบท กฎหมายนี้ทําให้เกิดความยุ่งยากให้แก่ผู้สูงอายุเปึนอย่างมาก มาถึงคําที่เพิ่มเติมจาก คณะกรรมาธิการร่วมกันนี้ว่า ทั้งนี้ ต้องคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ดิฉันค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยว่าทําไมเราต้องมีกฎเกณฑ์อันนี้เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ทั้ง ๆ ที่เรา รู้อยู่แล้วว่าผู้สูงอายุนั้นแต่ก่อนก็ไม่ได้เรียนหนังสือ แล้วกําหนดว่าให้ไปขึ้นทะเบียนที่ธนาคารบ้างอย่างนี้ แล้วก็ให้มาประชุมแต่ละเดือนบ้าง หรือบางที ๓ เดือนถึงได้สตางค์บ้างอย่างนี้นะคะ ซึ่งดิฉันเห็นว่าข้อความต่าง ๆ นี้ที่ส่งเข้ามา ผ่านเข้ามาสภาผู้แทนราษฎรนี้ ๓ ครั้ง ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง มาในครั้งนี้ก็ได้มี การอภิปรายดิฉันอยากจะขออภิปรายว่าทําไมถึงมีข้อความอย่างนี้ ถ้าเกิดเปึนอย่างนี้ ดิฉันค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. ภราดรนะคะว่า เวลาก็ได้ยืดไปแล้วแต่พอมาถึง กรรมาธิการร่วมกันเข้ามามามีเพิ่มข้อกฎเกณฑ์นี้เข้ามาอีก แล้วต่อไปจะต้องยื่นส่งกลับไป ตามขั้นตอนอีกหรือไม่ ถ้าหากเปึนอย่างนี้ผู้เฒ่าผู้แก่นั้นจะรอไปถึงไหน คําว่าให้ผู้ที่ได้รับ เบี้ยยังชีพก่อนนั้นตายไปเสียก่อนแล้วคนที่ลงทะเบียนทีหลังถึงจะได้นี้ยังจะโผล่ขึ้นมาอีก ดิฉันถึงบอกว่าในกรณีคําว่า โดยคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ นี้ไม่ควร จะมีและถ้าหากว่าจะมีจริง ๆ ก็คือต้องเปึนว่าในวงเล็บนี้ก็คือมาตรา ๔ นี้คือให้ยกเลิก ความใน (๑๑) ของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ป้ ๒๕๔๖ และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทนก็คือ (๑๑) การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน นี่คือข้อความสั้น ๆ และได้ ความหมายและให้กับผู้สูงอายุนั้นเข้าใจว่าภาษาไทยนี้เขียนได้ถูกต้องว่าให้เขาได้เงิน เบี้ยยังชีพนี้ได้ทุกเดือน ได้ทุกคนตั้งแต่อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป คืออายุต้องครบ ๖๐ ป้ คือ ๖๐ ป้บริบูรณ์นี้ขึ้นไปได้ทุกเดือน ได้ทุกคน และได้จนตลอดชีวิต ได้เท่าตาย ตายแล้วก็ ไม่ได้ นี่ละคะคือสิ่งที่ดิฉันต้องการว่าในกฎหมายผู้สูงอายุนี้ต้องมีอย่างนี้ ก็ขอเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการร่วมกันว่า ถ้าผ่านการอภิปรายของ ส.ส. ทั้งสภานี้ คิดว่าท่าน ส.ส. ทั้งสภานี้คงไม่ขัดข้อง และทุกพรรคเมื่อตอนหาเสียงดิฉันก็ได้มาอภิปราย ในสภานี้ครั้งหนึ่งแล้ว ตอนหาเสียงทุกพรรคพูดถึงผู้สูงอายุทั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็จะ ให้ ๕๐๐ บาท พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาของดิฉันเองให้ถึง ๒,๐๐๐ บาท