สมบูรณ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมเสนอข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการและขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมประมาณ 7 ประเด็น โดยชี้ว่าการตรวจสอบรายได้อาจนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมและการสร้างวัฒนธรรมซื้อเสียงในท้องถิ่น จึงคัดค้านการเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ เดิมจากที่เราเห็นภาพรอยยิ้มเปุ๋อนน้ําหมากของผู้เฒ่าผู้แก่หรือ ผู้สูงอายุของเราที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ได้เห็นรอยยิ้มของท่าน ผมว่าถ้าเกิดท่านกําลังนั่งฟังอยู่ ตอนนี้นะครับท่านคงนั่งอ้าปากหวอแล้วก็แปลกใจว่าสภาลูกหลานของเรากําลังทําอะไร กับเขา กําลังจะวางกฎเกณฑ์อะไรกับเขาอีก เงิน ๕๐๐ บาทที่ได้รับจากทางรัฐบาล สภาชุดนี้จะทําอย่างไรอีก ท่านประธานครับ กฎหมายที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ในเรื่องการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ทั้งนี้ โดยคํานึงถึง รายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นประมาณ ๗ ประเด็นครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องเบี้ยยังชีพครับท่านประธาน หลายท่านที่ฟังกฎหมาย ฉบับนี้อยู่นะครับ อยากกราบเรียนว่าเบี้ยยังชีพก็คงเปึนเงินที่ทางรัฐบาลให้กับผู้สูงอายุ เพื่อที่จะยังชีพอยู่รอดได้ในชีวิตประจําวัน เดิมเมื่อป้ ๒๕๓๕ ครับ ในสมัยรัฐบาลชวน ๑ ได้มอบเบี้ยยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปแล้วก็ดํารงชีพอยู่ด้วย ความยากลําบากให้เดือนละ ๒๐๐ บาท สมัยนั้นให้เหมือนกับให้ทุนการศึกษาเด็กที่เรียนเก่ง และยากจนครับท่านประธาน ก็คือมีปัญหาเรื่องการงบประมาณเช่นเดียวกันก็ให้เพียงแค่ คนละ ๒๐๐ บาท ไม่สามารถให้กับผู้สูงอายุได้ทั่วประเทศ จนกระทั่งถึงรัฐบาลชวน ๒ ครับ ในภาวะที่รัฐบาลเพิ่งผ่านพ้นวิกฤติไอเอ็มเอฟ (IMF) มา รัฐบาลชวน ๒ ก็ปรับเบี้ยยังชีพ เปึน ๓๐๐ บาท ให้กับพี่น้องผู้สูงอายุแต่ว่าก็ยังมีจํานวนไม่ทั่วถึงเช่นเดียวกัน หลังจากนั้น มาจนถึงรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ มีการปรับเบี้ยยังชีพขึ้นมาเปึนเดือนละ ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ แม้ปรับเบี้ยยังชีพเปึน ๕๐๐ บาท แต่ยังมีปัญหาในเรื่องการจ่าย เบี้ยยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่เนื่องจาก ๑. มีความไม่ทั่วถึงเนื่องจาก หมู่บ้านต่าง ๆ มีผู้สูงอายุอยู่เปึน ๑๐๐ คน แต่อาจจะได้เพียงแค่ ๒-๓ คนแค่นั้น มีการนินทากันว่าผู้สูงอายุที่ได้รับไม่เปึนธรรม ไม่เปึนธรรมเนื่องจากผู้ที่ไม่มีรายได้นั้น บางคนมีเส้นมีสายจึงจะได้ และส่วนที่ ๓ นั่นก็คือการจ่ายเบี้ยยังชีพของรัฐบาล บางรัฐบาลครับท่านประธาน เดิมแนวคิดตั้งแต่รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ต้องการให้กับพี่น้องประชาชนเปึนรายเดือน แต่รัฐบาลยุคหลัง ๆ ครับ เนื่องจากคิดว่าเงินเพียงแค่ ๒๐๐-๓๐๐ บาทหรือ ๕๐๐ บาท ลําบากในการจ่าย ก็เลยกําหนดว่าให้ผู้สูงอายุมารับกัน ๓ เดือนครั้ง มารับกัน ๖ เดือนครั้ง ปัญหาอย่างนี้ละครับ ผู้สูงอายุบางท่านเสียชีวิตไปก่อนครับท่านประธาน ส.ส. ของเราครับ ก็ต้องขออนุญาตชมเชยก็คือท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ และคณะได้นําเสนอ กฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภา แล้วบอกว่าต่อไปนี้การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพขอให้จ่ายเปึนรายเดือน หลังจากนั้นในสภาทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันส่งกฎหมายฉบับนี้ไปให้วุฒิสภาว่าต่อไปนี้ การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพต้องเปึนการจ่ายรายเดือน ท่านประธานครับ วุฒิสภาก็ไปเพิ่มเติม ถ้อยคําสูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพจะต้องเปึนผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ในถ้อยความ กฎหมายก็คือจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ แสดงว่าวุฒิสภาอาจจะกังวลว่าเงินดังกล่าวคนรวยได้เงินหรือเปล่า ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจําได้เช่นเดียวกันก็คือกฎหมายฉบับนี้กลับมาสู่สภาของเราอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า วัตถุประสงค์ที่เราจะให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุนั้นเราไม่ได้ คํานึงถึงเรื่องของรายได้ ต้องการที่จะให้เปึนเงินบํานาญของพี่น้องประชาชน ตอบแทน พี่น้องประชาชน จึงตั้งกรรมาธิการร่วมกันไป ท่านประธานครับ พอตั้งกรรมาธิการร่วมกันไป วันนี้เราก็เห็นแล้วว่า หลังจากที่มีการไปตัดข้อความแล้วก็เพิ่มก็คือ (๑๑) การจ่ายเงิน เบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม เพิ่มถ้อยคําก็คือ ทั้งนี้ โดยคํานึงถึง รายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับ โดยเฉพาะถ้าเกิด ท่านประธานมาดูที่ข้อสังเกตตามที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้นําเสนอต่อสภา ก็คือในการจ่ายเบี้ยยังชีพนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ ที่ประสงค์จะได้รับเบี้ยยังชีพ โดยผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องแสดงตนว่าเปึนผู้มีรายได้ไม่เพียงพอ ต่อการยังชีพ ตรงนี้ละครับท่านประธานอันตรายมาก ท่านเห็นไหมครับ ถ้าเกิดกฎหมาย ฉบับนี้ผ่านไปก็หมายความว่า ต่อไปนี้ผู้สูงอายุทั้งหลายที่เคยได้รับเงินอยู่ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ ท่านมีรายได้เท่าไร คนนี้มีรายได้เอาเงินไป ๕๐๐ บาท คนนี้มีรายได้แค่นี้ไม่ให้ แน่นอนครับ พอความไม่เปึนธรรมเกิดขึ้นนี่ท่านประธานก็คงทราบ บ้านเมืองเราเดือดร้อนกัน เพราะเนื่องจากบางคนก็มองว่าตนเองไม่ได้รับความเปึนธรรม ต่อไปนี้ท่านกรรมาธิการครับ ท่านอาจจะทําให้คนแก่มีความไม่เท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ แล้วโดยเฉพาะวิธีที่คิดว่า จะให้ผู้สูงอายุมาขึ้นเงินหรือมาขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานต่าง ๆ ท่านคงจําได้นะครับ ใครจ่ายเงินคือผู้มีอํานาจ เงินสามารถให้ผีโม่แปังได้ แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถ้าเกิดเปึน หน่วยงานท้องถิ่นล่ะครับ สมมุติเปึนองค์การบริหารส่วนตําบล แน่นอนครับผู้สูงอายุที่จะมา ขึ้นทะเบียนผมจะให้หรือผมไม่ให้ ถ้าผมให้แน่นอนเขาก็จะเปึนคนที่อยู่ในการควบคุม ของผม ท่านกําลังสร้างวัฒนธรรมของการซื้อเสียง ท่านกําลังสร้างวัฒนธรรมของการสร้าง บารมีอิทธิพลให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าหลายพรรคก็เห็นด้วยต้องกันก็คือไม่ควรให้ผ่านนะครับ เห็นควรที่จะให้ใช้กฎหมาย ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอไปเปึนครั้งแรกครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ