สุนทรี ชัยวิรัตนะ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงมาตรา 4 (11) ที่เกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยยังชีพ และขอให้คณะกรรมาธิการแก้ไขให้กลับไปใช้แผนเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา โดยระบุว่าข้อกำหนดที่ผู้สูงอายุจะต้องมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยเลยกับการที่ทางกรรมาธิการร่วมกัน ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุในมาตรา ๔ (๑๑) ที่บอกว่า การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ เปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ ของผู้สูงอายุ
คําถามแรกค่ะท่านประธาน ตอนที่สภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีการพิจารณา ในวาระที่ ส.ส. เราพิจารณาค่ะท่านประธาน เราได้มีการแก้ไขแล้วก็ปรับปรุงจนเหลือแค่ว่า การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม พอผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร ของเราไปถึงทางวุฒิสภาก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเปึน การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน แก่ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ดิฉันว่า ที่ทางกรรมาธิการร่วมกันแก้ไขมันก็เปึนไปในทํานองเดียวกับที่กรรมาธิการร่วมกันแก้ไข ดิฉันไม่เห็นด้วยเนื่องมาจากว่า ดิฉันอยากจะเรียนถามทางกรรมาธิการร่วมกันว่า เอาหลักเกณฑ์อะไรมาคํานึงถึงคําว่า โดยคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ทําไมดิฉันต้องถามอย่างนี้ ดิฉันขอยกตัวอย่างค่ะท่านประธาน ในเขตพื้นที่ของดิฉัน มีผู้สูงอายุอยู่ ๑ คน ก็ต้องเรียนว่ามีบ้านเปึนของตัวเอง แต่สภาพบ้านต้องเรียกว่า พร้อมที่จะพังได้ตลอดเวลา มีบุตรหลาน มีลูก แต่ว่าไม่ได้ไปอยู่กับลูกหลาน อยู่ที่บ้าน ของตัวเอง เงินทองก็ไม่มีค่ะ ข้าวปลาอาหารอาศัยเพื่อนบ้านมาช่วยดูแลให้อายุ ๙๐ กว่า ทางพัฒนาสังคม เข้าไปดูแล เนื่องจากดูแล้วไม่สามารถจะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้เพราะว่าอายุเยอะ แล้วก็รบกวนเพื่อนบ้านเวลาป์วยไข้ก็ใช้การตีถังเรียกเพื่อนบ้านมาดู ดิฉันอยากเรียนถามว่า แล้วกรณีอย่างนี้เขามีบ้าน แต่บ้านก็ค่อนข้างจะพังแล้ว ลูกหลานมีแต่ไม่ได้มาเลี้ยงดู เมื่อมีการเข้าไปสอบถามเขา เขาก็บอกว่าลูกหลานมาดูแล แต่ถ้าสอบถามสภาพแวดล้อม ปรากฏว่าไม่มีใครมาดูแล เปึนเพื่อนบ้านที่มาดูแล จะเข้ากฎเกณฑ์ไหมคะที่เขาจะได้เงิน เบี้ยยังชีพถ้าแก้ไขอย่างที่ท่านกรรมาธิการร่วมกันว่า แล้วที่สําคัญท่านประธานดิฉันคิดว่า คนทุกคนที่เปึนคนไทยค่ะท่านประธาน ทําความดีมาเพื่อประเทศชาติค่อนข้างมาก เราบอกว่าคนที่เปึนคนไทยทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในสังคม เพราะฉะนั้น ถ้าเราไปตั้งกฎเกณฑ์โดยบอกว่า ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ ดิฉันก็อยากจะเรียนถามว่าเราเปึนการไปสร้างความแตกแยกไหมคะ ทําให้คนที่ได้กับคนที่ ไม่ได้เงินเบี้ยยังชีพนี่เกิดความรู้สึกแตกต่างกันหรือเปล่า จะทําให้ประเทศของเราตอนนี้ มีปัญหาค่อนข้างมากอยู่แล้วเปึนการไปเพิ่มให้ความรู้สึกที่เกิดความแตกแยกขึ้นมา ในสังคมเราหรือเปล่าคะ ตรงนี้ดิฉันเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการร่วมกัน แล้วก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วนี่ถ้าท่านบอกว่าทางวุฒิสภาแล้วก็กรรมาธิการร่วมกัน คงจะคํานึงที่ดิฉันคิดว่าที่เพิ่มขึ้นมานี่คงจะคํานึงว่ากลัวว่างบประมาณจะไม่มีเพียงพอ ในการจ่าย ดิฉันได้มีการสอบถามไปยังกรรมาธิการที่เปึนกรรมาธิการร่วมกัน ดิฉันก็ สอบถามไปว่าทําไมถึงกลับมาในทํานองเดียวกับทางวุฒิสภาแก้ไขมา งบไม่พอหรือเปล่า ปรากฏว่าท่านกรรมาธิการร่วมกันก็บอกดิฉันว่าไม่ใช่ ได้มีการสอบถามในห้องประชุมแล้ว เขาบอกว่างบประมาณนี้มีการสํารองไว้จ่ายเพียงพอถึงป้ ๒๕๕๙ ถ้าเปึนอย่างนั้นทําไม เราจะต้องไปตัดสิทธิผู้สูงอายุที่ผ่านการช่วยเหลือสนับสนุนประเทศชาติของเรามาล่ะคะ จริง ๆ การที่จะได้เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ต้องมีการไปขึ้นทะเบียน ที่บ้านของดิฉันเอง ต้องบอกว่ามีผู้สูงอายุที่อายุครบ ๖๐ ป้ค่อนข้างมาก แต่ว่าคนที่บ้านของดิฉันก็ไม่มีใครที่ไป ขึ้นทะเบียนขอรับเงินเบี้ยยังชีพ ตรงนี้ท่านประธานดิฉันว่าคนที่มีฐานะมีรายได้อยู่แล้ว มีลูกหลาน เลี้ยงดูอยู่แล้วเขาไม่ไปขึ้นหรอกค่ะ เขาก็คิดว่าให้คนที่ไม่มีรายได้จะดีกว่า ตรงนี้ดิฉันว่า ไม่น่าจะเปึนห่วงถ้าเรื่องงบประมาณ ในเมื่อมีการชี้แจงว่ามีเงินเพียงพอจะจ่ายถึงป้ ๒๕๕๙ เราก็ควรจะให้สวัสดิการนี้ทั่วถึงกับประชาชนที่เปึนคนไทยอายุ ๖๐ ขึ้นไปทุกคนเพื่อตอบแทน ที่เขาได้ทําความดีความชอบให้กับประเทศชาติของเรามา ได้พัฒนาประเทศของเรามา แล้วก็ต้องถามอีกนิดหนึ่งว่าถ้าเราบอกว่าผู้สูงอายุเปึนบุคคลที่เราจะต้องให้ความ ช่วยเหลือดูแล เงินเพียง ๕๐๐ บาท ท่านประธาน ดิฉันคิดว่ามันน้อยนิดเมื่อจะเทียบกับ เงินที่เขาจะต้องไปใช้ในการรักษาพยาบาล ในการเลี้ยงชีพดํารงชีพของผู้สูงอายุ คนแก่ ท่านประธาน อายุขึ้นมานี่ต้องเรียนว่ามาแล้วค่ะโรคถามหา ปัญหาสุขภาพมา อาหาร ปากท้องกินตามมีที่บ้านนี่บางทีก็ทานไม่ได้ต้องทานเปึนอาหารเละ ๆ หรืออะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าจะเปึนการช่วยแบ่งเบาแล้วก็บรรเทาทุกข์ที่ประชาชนที่เปึนผู้สูงอายุ สมควรจะได้รับ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับทางกรรมาธิการร่วมกันที่ได้มีการแก้ไข ดิฉันยัง อยากจะเสนอว่าถ้าเปึนไปได้เรากลับไปใช้ตามที่สภาผู้แทนราษฎรของเราได้ผ่านร่าง เอาไว้จะดีกว่า ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ