สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขของกรรมาธิการร่วมกัน และเรียกร้องการพิจารณาให้เห็นด้วยกับการแก้ไขนั้น นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการยกเลิกสวัสดิการผู้สูงอายุ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือน และหารือเกี่ยวกับนโยบายบำนาญแห่งชาติ โดยเรียกร้องการหาทางออกที่ดีในการจัดสรรเงินสำหรับนโยบายนี้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภามาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่า จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมเองได้ตรวจสอบในการแก้ไขของกรรมาธิการร่วมกัน ในมาตรา ๔ ในร่างกฎหมายเดิมของสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งไป มาตรา ๔ เปึนการแก้ไขในมาตรา ๑๑ ของกฎหมายผู้สูงอายุฉบับป้ ๒๕๔๖ ใน (๑๑) ความเดิมนะครับท่านประธาน ผมเท้าความนิดหนึ่ง กฎหมายผู้สูงอายุ ป้ ๒๕๔๖ มาตรา ๑๑ (๑๑) ก็คือผู้สูงอายุมีสิทธิ ได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุน ในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ใน (๑๑) คือ การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพตามความจําเปึนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม การสงเคราะห์เบี้ย ยังชีพตามความจําเปึนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรมก็มีระเบียบปฏิบัติของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องออกไปรองรับ นั่นก็คือยึดเอาแนวของผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ต่อการยังชีพเปึนตัวกําหนดมา เจตนารมณ์ของเราเองสิ่งที่ต้องการแก้

ประการที่ ๑ ร่างที่แก้เราตัดคําว่า สงเคราะห์ ออก จะเห็นได้ว่าร่างของ สภาผู้แทนราษฎรเราจะไม่มีคําว่า สงเคราะห์ ติดอยู่ในร่าง ซึ่งเรื่องนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมสู้มาตลอดว่ามันเปึนสิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญ สิทธิที่เขาจะต้องได้รับตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การสงเคราะห์ สิ่งนั้นสําเร็จครับ ก็เอา สงเคราะห์ ออกไป

ประการที่ ๒ เรื่องของวิธีการจ่าย โดยข้อเท็จจริงแล้ววิธีการจ่ายนี่สามารถ ออกเปึนประกาศหรือระเบียบได้ แต่สมาชิกเห็นว่าควรจะต้องเขียนไว้ในกฎหมายเลยเพิ่ม คําว่า รายเดือน ลงไป มันก็เลยปรากฏคําว่า รายเดือน อยู่ในกฎหมาย

ประการที่ ๓ ความครอบคลุมของผู้ที่จะได้รับประโยชน์ ถ้าเขียนตามร่างเดิม ตามความจําเปึนประกาศหรือระเบียบก็ออกมารองรับว่า สําหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ต่อการยังชีพ นั่นคือสิ่งที่ปฏิบัติอยู่ แต่พอยกเลิกตัวนี้ออกไปสิทธิในการที่จะได้รับ คือผู้สูงอายุทุกคน ทุกคนที่มีอายุมากกว่า ๖๐ ป้ขึ้นไปตามคํานิยามของผู้สูงอายุ และไม่มี สวัสดิการของรัฐด้านอื่น ๆ คําว่า และไม่มีสวัสดิการของรัฐด้านอื่น ๆ เพราะว่ากฎหมาย ผู้สูงอายุ ป้ ๒๕๔๖ ก็เขียนไว้ ถ้ามีสวัสดิการอื่น ๆ เช่น เปึนข้าราชการบํานาญ เปึนผู้ที่ ได้รับเงินช่วยเหลือที่เปึนสวัสดิการจากรัฐอยู่แล้ว สิทธินี้ก็ยกเลิกไปไม่ได้รับตามกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วก็เริ่มปฏิบัติกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ผมเองเข้าใจนะครับว่า กรรมาธิการที่เปึนฝ์ายวุฒิสภาเขาพยายามที่จะแก้ไขกลับมาก็คือใช้ถ้อยคํารัฐธรรมนูญ คือ จ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ ตรงนั้น เขาใช้ถ้อยคําในรัฐธรรมนูญ เท่าที่ผมติดตามวุฒิสภานี้เขาห่วงเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ที่จําเปึนต้องมาใช้ในการที่จะดูแลผู้สูงอายุซึ่งนับวันจะต้องเพิ่มขึ้น ขณะนี้ร้อยละ ๑๐ ของประชากรที่เปึนผู้สูงอายุ แล้วคํานวณเปึนรายป้ก็ใช้เม็ดเงินอย่างมหาศาลเหมือนกัน ตรงนั้นอาจจะเปึนข้อห่วงใยก็เลยแก้ไขมา แต่เจตนารมณ์ถ้าจะเปึนเรื่องของนโยบาย เปึนเรื่องที่จะต้องดูแลเปึนสวัสดิการผู้สูงอายุแล้ว สภาผู้แทนราษฎรเรา ผมเคารพครับ ประชาธิปไตยอาศัยเสียงข้างมาก เมื่อเสียงข้างมากกําหนดนโยบายไปอย่างนั้น ออกกฎหมายไปอย่างนั้นมันก็เปึนสิ่งที่สามารถกระทําได้ ท่านประธานครับ ผมเอง ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการร่วมกันว่าข้อความที่ท่านเขียนในกรรมาธิการ ร่วมกัน โดยเติมคําว่า ทั้งนี้ คํานึงถึงรายได้และความเปึนอยู่ของผู้สูงอายุ มันไปจํากัดสิทธิ ผู้สูงอายุหรือไม่ เพราะเปึนข้อพิจารณาเพราะในขณะนี้ระเบียบปฏิบัติประกาศที่ออกไป ให้เขามาขึ้นทะเบียนเปึนหลัก อย่างท่านประยุทธ์ ต้องขออนุญาตเพราะท่านเปึนคนพูด เองครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าท่านมีรายได้เพียงพอไม่ขอขึ้นทะเบียน การไม่ขึ้นทะเบียนก็คือการปฏิเสธที่จะไม่รับ นั่นคือโดยเจตนา หรือแม้แต่คนที่ไม่สามารถ ไปขึ้นทะเบียนได้ถึงแม้มีรายได้ไม่เพียงพอ ที่อยู่อาศัย ไม่มีใครดูแลเลย ก็คือไม่รับ เช่นกัน ท่านรัฐมนตรีอยู่ด้วยครับ หลายคนขาดโอกาสตรงนี้ เพราะว่าไปขึ้นทะเบียนไม่ทัน หรือไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนได้ ไม่รับรู้หรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ในการดูแล เพราะฉะนั้น เราใช้วิธีการขึ้นทะเบียนเปึนหลักในการกําหนดสิทธิผู้ที่จะได้รับ ถ้าคุณไม่ขึ้นทะเบียน ก็ไม่ได้รับตามร่างกฎหมายใหม่ที่เราจะให้ไป ท่านประธานครับ ผมเองนี่ต้องกราบเรียน ท่านประธาน ผมยินดีที่จะให้สวัสดิการผู้สูงอายุทุกคน ยินดีครับ ไม่ได้ปฏิเสธเลยเพราะว่า เปึนบุคคลที่เราจะต้องดูแลอยู่แล้ว กรณีถ้าเขาไม่มีสวัสดิการใด ๆ จากภาครัฐ เขามี สวัสดิการของตัวเอง เขาทํามาหาเลี้ยง เขาเปึนเจ้าสัว เขาเปึนอาเสี่ย เขาก็มีสิทธิไม่ว่ากัน เพียงแต่ว่าการที่จะใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ทําความเข้าใจให้เขาเหล่านั้นเห็นประโยชน์ ที่แท้จริงนี่ผมก็คิดว่าข้อสังเกตกรรมาธิการก็ควรจะเขียนไปในทํานองนั้นน่าจะดีกว่า เพราะหลายคนเขาก็ประสงค์ที่จะไม่รับ ไม่เบียดเบียนเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน แล้วเม็ดเงินที่ได้มา ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับหลายคนรับมาแล้วกระอักกระอ่วนแล้วก็ พยายามทําใจตัวเองว่ารับมาแล้วฉันจะต้องทําอะไร ท่านประธานครับ ปรากฏการณ์ ที่มีอยู่ในขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานเผื่อว่าทางกรรมาธิการจะได้ไปเสนอเปึน ข้อสังเกตเพิ่มเติม ผู้สูงอายุที่มีรายได้ที่เข้าขั้นเปึนมหาเศรษฐี คหบดี เจ้าสัว อาเสี่ยนี่รับครับ เพราะถือเปึนสิทธิ ไม่ผิดครับ ไม่อายครับ ท่านประยุทธ์ก็รับครับ แต่สิ่งที่เขารับครับท่านประธาน ท่านทราบไหมครับ เขาไปทําประโยชน์อื่นในมุมมองของเขา เขาไปตั้งกองทุนครับ เขาไป ตั้งกองทุนประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ แล้วก็มอบกองทุนนี้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือผู้ด้อยโอกาส ต่อไปตามวัตถุประสงค์ที่เขาจะตั้งเพราะเขาถือว่าเขาได้เงินมา ลักษณะนี้มีเยอะครับ มีเยอะมาก ถ้าคิดในมุมนี้ผมก็ถือว่าเปึนประโยชน์ครับ เขามีใจเปึนกุศลมากเมื่อรัฐให้เขาไป เขาก็ไปทํางานต่อไปขยายต่อ แล้วเจตนารมณ์ดีอย่างนี้ผมเพียงพอจะรับได้ แต่ถามว่า จะมีข้อเสนอแนะอะไรหรือเปล่าในแง่ของการนํากฎหมายสู่การปฏิบัตินี่ ถ้าเขาประสงค์ ที่จะไม่รับเงินเหล่านี้ก็จําเปึนต้องเอาไปใช้ให้สําหรับงานอย่างอื่นที่จําเปึนต้องดูแล พี่น้องประชาชนอีกเยอะมาก เพราะฉะนั้นนี่เรื่องการที่จะให้ผู้สูงอายุได้ประโยชน์ผมไม่ได้ขัด กลับไปร่างของสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ขัดข้อง เพราะร่างของสภาผู้แทนราษฎรเองเขียนสั้น ๆ ที่เราเสนอไปคือการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรมเท่านั้นเอง ระเบียบ ประกาศของกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องเขาไปออกมาให้สอดรับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานก็เพียงแต่ฝากเปึนข้อสังเกตว่าถ้าจะให้ทุกกลุ่มก็ไม่ได้ขัด แต่เพียงแต่ว่าระเบียบปฏิบัติวิธีการนี่ควรจะทําให้สามารถที่จะใช้เม็ดเงินที่เปึนประโยชน์ อย่างแท้จริง เพราะว่าขณะนี้เราต้องยอมรับว่าเม็ดเงินของเรามีน้อย

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ในอนาคตนโยบายตรงนี้เปึนประโยชน์ ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐบาลนี่ พรรคไหนก็แล้วแต่ครับ ต้องคิดต่อครับว่าถ้าเราจะเขียน กฎหมายอย่างนี้นี่เราจะเอาเม็ดเงินมาจากไหนอย่างไร จะให้เขามีส่วนร่วม แล้วลักษณะ เปึนบํานาญแห่งชาติได้หรือไม่ โดยการที่มีสิทธิในการจะร่วมจ่ายทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเปึน ข้าราชการ ไม่ว่าจะเปึนคนที่ไม่รับราชการ ไม่ว่าจะอยู่ภาครัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน ทําอย่างไรครับ เราไปตั้งระบบบํานาญแห่งชาติ ซึ่งใช้ได้ผมว่ายั่งยืนแล้วทุกคนมีส่วนร่วม ตรงนั้นน่าจะเปึนทางออกที่ดีสําหรับประเทศชาติบ้านเมืองของเราที่ค่อนข้างจะหา เงินได้ยากลําบาก ขอบคุณท่านประธานครับ