สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการทะเลาะกันระหว่างกระทรวงและความเห็นไม่ตรงกันระหว่างกระทรวง และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการบัตรเหลืองและบัตรประกันสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานของกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่ได้ดำเนินการตามนโยบายในการบริหารการใช้จ่ายงบประมาณ และทำให้เงินงบประมาณโอนไปยังท้องถิ่นและภูมิภาคไม่ได้ดำเนินการตามที่ควร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะการค้นหาและจับกุมอาชญากรที่มีการทิ้งร่องรอย และเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีสิทธิ์ในการกักการบัตรประชาชน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านประธานครับ ประชาชนเขาไม่ได้รับรู้ด้วยหรอก การทะเลาะกันระหว่างกระทรวงหรือความเห็นไม่ตรงกันระหว่างกระทรวง คือระหว่าง กระทรวงไอซีทีกับกระทรวงมหาดไทย แต่เขาวิพากษ์วิจารณ์ว่ากระทรวงในรัฐบาล เดียวกันทะเลาะกันแล้วเอาประชาชนเปึนตัวประกัน เอาความเดือดร้อนของประชาชน เปึนตัวประกัน ท่านรัฐมนตรีได้ตอบในลักษณะที่ว่าความเสียหายของพี่น้องประชาชนนั้น ไม่มี มีบัตรเหลืองก็สามารถใช้ติดต่อธุรกิจการงานได้ ผมอยากจะตอบแทนท่านรัฐมนตรีว่า ความเสียหายอาจจะแบ่งออกเปึน ๓ ด้านใหญ่ ๆ ด้านแรก ความเสียหายทางด้าน พี่น้องประชาชน ด้านที่ ๒ ความเสียหายทางด้านราชการ ด้านที่ ๓ ความเสียหาย ทางภาคเอกชน ภาคประชาชนเสียหายอย่างไร เสียหายประการแรกเลยจะต้องไปติดต่อ อําเภอหรือที่ว่าการเขตอย่างน้อย ๒ ครั้ง ครั้งแรกไปถ่ายบัตร ครั้งที่ ๒ รอจากนั้น อีก ๔ เดือนหรือ ๖ เดือน เสียเวลาไปรับบัตรอีกทีแล้วไม่แน่ใจว่าจะได้เมื่อไร นี่เสีย ๒ ต่อ ๒ เด้ง ๒. การพกบัตรเหลืองชํารุดเสียหายง่าย นอกจากนั้นหน่วยงานที่ทําเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับกรมการปกครอง ซึ่งประกอบด้วยธนาคารทุกแห่ง บริษัทเงินทุน โรงพยาบาล บริษัทขนส่ง รวม ๓๖ แห่งที่จะใช้บัตรสมาร์ทการ์ดโดยตรงในการตรวจสอบและดูข้อมูล ภายในบัตรไม่สามารถดําเนินการได้ ทําให้ไม่มั่นใจว่าใบเหลืองที่ได้รับมีการปลอมแปลง หรือไม่มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างยิ่ง

ประการต่อมาครับท่านประธาน โครงการบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่จะใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดแทน บัตรทองหยุดชะงัก โรงพยาบาลที่ทําไปแล้วก็ มีปัญหาในทางปฏิบัติ

ประการต่อมาครับความเสียหาย ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ทะเบียนและบัตร ในหน่วยงาน ๙๔ หน่วยงานที่ทําเอ็มโอยูร่วมกับกรมการปกครอง ไม่สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากไม่มีบัตรสมาร์ทการ์ด เช่น ธนาคาร ตํารวจ ขนส่ง กรมการกงสุลที่ทําพาสปอร์ต (Passport) เปึนต้น

ประการต่อมาความเสียหาย ลูกจ้างของส่วนบัตรประชาชนจํานวน ๔๐ คน ที่จ้างมาเพื่อตรวจสอบบัตรใหม่และบันทึกข้อมูลในชิพ (Chip) ของบัตรใหม่ไม่มีงานทํา เสียค่าใช้จ่ายประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๓ เปึนต้นมา

ประการต่อมาท่านประธาน ค่าบํารุงรักษาเครื่องบันทึกรหัสข้อมูลในชิพ ของบัตรใหม่ต้องเสียค่าบํารุงรักษาเดือนละ ๑.๓ ล้านบาท ให้บริษัทเอกชนโดยมิได้ผลิตงาน ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๓ เสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเหลืองและซองพลาสติก เปึนเงินหลายล้านบาท

ประการต่อมาครับ ทางราชการ โดยกรมการปกครองจ่ายเงินแล้วไป บางส่วน เสียหายไหม จ่ายเงินแต่ไม่ได้ของ

ประการต่อมาครับ บริษัทที่ประมูลได้ บริษัท วี-สมาร์ท จํากัด (V-Smart) เขาทําตามทีโออาร์ (TOR) ทําตามสัญญาทุกอย่าง เขาก็เสียหาย ผลิตออกมาแล้วตาม คําสั่ง คําสั่งโดยชอบด้วย เสร็จแล้วเขาเสียหายไหม ผมไม่รู้จักบริษัท วี-สมาร์ท จํากัด กรรมการผู้จัดการชื่อคุณวัชรี พรรณเชษฐ์ นามสกุลก็คุ้น ๆ อยู่ แต่ผมเห็นใจเขาครับ เขาทํางาน เขาก็ต้องการสิ่งที่จะเปึนประโยชน์กับสิ่งที่ได้ทําตามสัญญา นี่คือความเสียหาย ที่เกิดขึ้น

ผมมีประเด็นต่อเนื่องที่คิดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเกิดขึ้น จากการบริหารงานของกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ คงมีกระทรวงเดียว ในประเทศไทยหรือในโลกที่มีหนังสือเวียนไปยังทุกกระทรวง ทบวง กรม หนังสือ ที่ มท ๐๑๐๐/๑๓๙๑ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๒ เรื่อง นโยบายในการบริหารการใช้จ่าย งบประมาณประจําป้ ออกจากสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย สาระสําคัญก็คือ ทุกส่วนราชการไม่ว่าจะใช้งบของตนเอง โอนไปให้ท้องถิ่น โอนไปให้ภูมิภาค จะต้อง มานําเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน มีหรือครับ กฎหมายงบประมาณ ผ่านสภาไปแล้ว ใช้เงินอีกทีจะต้องมาผ่านรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่ผ่านรัฐมนตรีนะครับ เรื่องจะไปติดแหงกอยู่ที่คณะที่ปรึกษาหรือคณะทํางานรัฐมนตรี เปึนคอขวดอยู่ตรงนั้น และตรงนี้แหละเปึนที่ถูกกล่าวหาว่าเอาทุกบาททุกสตางค์ทุกโครงการ เรื่องจะมาติด คอขวดอยู่ตรงนี้

ประการต่อมาท่านประธาน ถ้าเคยฟังแผนประทุษกรรม ผมไม่ได้บอกว่า เรื่องนี้เปึนอาชญากรหรืออาชญากรรม แต่ผมจะเปรียบเทียบเปรียบเปรย กรณีมีการจับ อาชญากรสําคัญ ๆ ได้ ที่มีการทําในลักษณะคล้าย ๆ กัน เช่น ไปลักทรัพย์ เข้าไปในบ้าน เวลาเจ้าของไม่อยู่เป่ดตู้เย็นกิน อาจจะอึหรือถ่ายไว้ ทําทํานองนี้ สุดท้ายตํารวจจับได้ กรณีอย่างนี้เขาเรียกว่าอาชญากรย่อมทิ้งร่องรอย ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในหลายโครงการ ยกตัวอย่างโครงการ คอมพิวเตอร์งานทะเบียน ต้องการที่จะดูแลโครงการนี้ข้าราชการขัดขวาง ย้ายข้าราชการ ขัดขวางหน่วยนี้ ย้าย นี่ซ้ําทําซ้ํา ๆ ครับ โครงการสมาร์ทการ์ดนี่ก็เช่นกัน ทําซ้ําครับ ท่านประธาน ย้ายผู้รับผิดชอบ ย้ายไปไหน ย้ายไปเปึนอาจารย์สอนอยู่วิทยาลัยการปกครอง เขารู้กันทั้งกรมละครับผมไม่อยากเอ่ยชื่อ สุดท้ายก็ย้ายอธิบดีกรมการปกครอง นี่คือ เอากันตรง ๆ เอากันหน้าด้าน ๆ

สิ่งที่ผมอยากจะเรียนในประการต่อมาก็คือคณะทํางานของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยมีสิทธิอะไรไปกักไปดองเรื่องในการเสนอรูปแบบบัตรถึง ๓ เดือน จากเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะสอบถาม