ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องอํานาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้ท่านประธานชี้แจงเพื่อให้มีส่วนร่วมในการผ่านกฎหมายฉบับนี้ พร้อมถามถึงความประสงค์ของที่ปรึกษาในการให้ความเห็นในเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนา และหารือเรื่องร้องเรียนของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมเปึนสมาชิกใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรรมาธิการ มีการแก้ไขในมาตรา ๒๐ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๐ ว่าด้วยเรื่อง ของอํานาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรรมาธิการได้เขียนอํานาจหน้าที่ขึ้นมาทั้งหมดอยู่ ๙ หัวข้อ ท่านประธานครับ ผมมีคําถาม ที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ เรื่องอํานาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา ในข้อ ๑ ผมพอเข้าใจ ได้ครับว่าให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจัดทําหรือปรับปรุงเพื่อเสนอต่อสภาความมั่นคง แห่งชาติ ในเรื่องนี้เปึนการให้ความเห็น เปึนความเห็นระดับชาติ สภาที่ปรึกษาที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่อาจจะมีตัวแทนระดับชาติเข้าไปมีส่วนเปึนคณะกรรมการอยู่ แต่ส่วนใหญ่ มาจากท้องที่ท้องถิ่น อาจจะให้ความเห็นเรื่องของนโยบายความมั่นคง ซึ่งคนที่ทํา นโยบายความมั่นคงคือสภาความมั่นคงแห่งชาติจะเปึนผู้ให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบ คนจัดทําคือสํานักงานสภาความมั่นคง อันนี้คือกรอบอํานาจหน้าที่อันที่ ๑ นะครับ เหตุที่ผมยกตรงนี้ขึ้นมา ผมจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า อํานาจหน้าที่ที่ท่านยึดโยงสภาที่ปรึกษา การบริหารการพัฒนากับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากท่านเขียนไว้ในข้อ ๒ คือให้คําปรึกษาเสนอแนะร่วมมือประสานงานกับ ศอ.บต. แล้ว ในเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาที่จัดทําโดยคณะกรรมการ หรือ ศอ.บต. จัดทําแล้วส่งให้ กพต. ผมใช้ตัวย่อนะครับท่านประธานครับ กพต. คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเปึนผู้ให้ความเห็นชอบเรื่องยุทธศาสตร์และดําเนินการ ทางยุทธศาสตร์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์นี้มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีรองนายกรัฐมนตรี เปึนรองประธาน มีกรรมการระดับรัฐมนตรี เลขาธิการของหน่วยงานที่สําคัญเข้ามาเปึนกรรมการ ท่านเขียนยึดโยงว่า กรรมการสภาที่ปรึกษาให้ความเห็นในเรื่องนโยบาย แต่เรื่องของเชิง ยุทธศาสตร์นี่ผมถามว่าท่านมีความประสงค์ที่จะให้กรรมการชุดนี้ได้เข้าไปให้ความเห็น หรือไม่ เพราะผมตรวจสอบดูอํานาจหน้าที่แล้วไม่มี นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ในข้อ ๔ ต้องขออนุญาตไล่เรียงตัวอักษรสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะผมอ่านแล้วผมไม่เข้าใจ ใน (๔) ให้ความเห็นในเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้อํานวยการ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือเลขาธิการเห็นว่า สมควรได้รับฟัง ความคิดเห็นของสภาที่ปรึกษาการบริหารราชการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประกอบการพิจารณาในการบริหาร การพัฒนา และการแก้ไขปัญหา หมายความว่า กระไรครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ อันนี้เปึนอํานาจหน้าที่ ของสภาที่ปรึกษาการบริหารอยู่แล้ว แต่ท่านเขียนว่า ให้ความเห็นในเรื่องที่นายกรัฐมนตรี หรือ ผอ. ศอ.บต. หรือเลขาธิการเห็นว่าสมควรจะรับฟัง หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าสภาชุดนี้จะไปบอกกับนายกรัฐมนตรี ไปบอกกับ ผอ. ศอ.บต. ซึ่งเปึน รองนายกรัฐมนตรี ไปบอกกับเลขาธิการ ศอ.บต. ว่าเรื่องนี้สมควรรับฟังจากสภาที่ปรึกษา ใช่ไหมครับ อย่างนั้นหรือครับ ก็ท่านเขียนอยู่แล้วในข้อ ๒ ว่าให้คําปรึกษา แนะนํา ร่วมมือ แต่พอข้อ ๔ มาขมวดว่า เอาตามที่นายกรัฐมนตรี เอาตามที่ ผอ. ศอ.บต. เอาตามที่เลขาธิการ ให้ความเห็นว่าควรให้ความเห็นเรื่องนี้เท่านั้นใช่หรือไม่ ในข้อ ๔ ความหมายผมอาจจะ แปลไม่ออกก็ได้ครับ ด้วยสติปัญญาที่โง่ ๆ นี้โปรดชี้แจงด้วย
เรื่องต่อไปครับ พิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่เกี่ยวกับปัญหา ความไม่เปึนธรรมหรือได้รับความเดือดร้อน นั่นหมายความว่าท่านเองเป่ดช่องให้พี่น้อง ประชาชนสามารถที่เสนอผ่านสภาที่ปรึกษาการพัฒนาได้ในเรื่องของความเดือดร้อน ของเขา นอกจากที่จะเข้าสํานักงานหรือเข้า ศอ.บต. โดยตรง อันนี้เขียนไว้ในกฎหมาย ทําได้ครับ แต่ข้อเปึนห่วงของผมก็คือว่าอํานาจหน้าที่นี้ผมก็ย้อนไปเรื่องเก่า เพราะว่า ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีตอบผมค่อนข้างเจ็บมากเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าในมาตรา ๑๕ ก็เขียนให้ไว้ว่าจะต้องใช้ตรงนั้นเปึนที่ทํางาน ผมไปไล่เรียงดูนะครับ สภาที่ปรึกษา เสริมสร้างสันติสุขที่ท่านเขียนในบทหลัง ๆ จากชื่อเดิมนะครับ ซึ่งเปึนไปตามคําสั่ง ของนายกรัฐมนตรีให้ทํางาน ผมเข้าใจว่าคือระบบราชการซึ่งสถานที่ราชการทํางานได้ แต่ตรงนี้ไม่มีครับ ที่รับเรื่องร้องเรียนจะมีกระบวนการดําเนินงานอย่างไร อันนี้เปึน คําถามข้อต่อไป และที่สําคัญครับ ท่านบอกว่ากรรมการชุดนี้เสมือนจะเปึนผู้ตรวจสอบ ประเมินนะครับ เปึนผู้ประเมินการทํางานของ กกต. เขียนไว้อย่างนี้ครับ ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของ ศอ.บต. ตามพระราชบัญญัตินี้ของ ศอ.บต. ครับ นั่นคือ ศอ.บต. เปึนหน่วยปฏิบัติภายใต้ กกต. เปึนผู้ตรวจสอบผลการดําเนินงาน นั่นเหมือนกับท่านให้อํานาจกรรมการชุดนี้ไปตรวจสอบ ถามว่าวิธีการ กระบวนการต่าง ๆ ที่เขาจะไปดําเนินการ อํานาจหน้าที่นอกจากเขียนไว้แค่นี้ กระบวนการของการทํางาน ท่านได้เขียนไว้ตรงไหนให้เขาหรือไม่ ที่ผมถามอย่างนี้เพราะท่านอ้างอิงเรื่องของ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งมีกฎหมายรองรับ กฎหมายฉบับนี้ เขียนรองรับไว้ทั้งหมดเลยในคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ เรื่องการดําเนินงาน เรื่องสํานักงาน เรื่องตัวองค์กรด้วย ท่านบอกว่าสภาที่ปรึกษา ไม่ใช่เปึนองค์กรทางราชการไม่สามารถจัดตั้งงบประมาณได้ ท่านประธานที่เคารพครับ มันอยู่ที่ท่านจะให้เขาเปึนอะไรครับ กฎหมายที่ออกตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยสภาที่ปรึกษาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ เขามีสํานักงาน มีฐานะเปึนกรมสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ที่ผมตั้งประเด็นในเรื่องอํานาจหน้าที่อย่างนี้ก็อยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาชี้แจงเผื่อว่าผมเองจะได้มีส่วนร่วมในการที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เปึน ประโยชน์กับพี่น้อง โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคํานิยามที่จะออกไปตามกฎหมายฉบับนี้ ที่เรียนถามอย่างนี้เพื่อความรอบคอบของ การตรากฎหมาย ขอบคุณครับ