ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการเปลี่ยนชื่อสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการการเลือกสมาชิก กรรมาธิการและโครงสร้างองค์กรตามกฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิกที่จะอภิปราย ในฐานะที่กรรมาธิการได้แก้ไขในมาตรา ๑๘ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๘ ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งกรรมาธิการได้เปลี่ยนชื่อจากร่างเดิมนะครับ ร่างเดิมที่เปึนร่างที่รับจาก ชื่อเดิมคือสภาเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมาตรานี้ว่าด้วยชื่อของสภา ว่าด้วยองค์ประกอบของกรรมการ ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนถามผ่านท่านประธาน ไปยังท่านประธานกรรมาธิการนะครับ
ประการที่ ๑ การที่จะเปลี่ยนชื่อร่าง กระผมอยากจะทราบเหตุผล เหมือนกันว่าทําไมกรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นตรงกันที่จะใช้คําว่า สภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะอะไร ถ้าจะเปลี่ยนจาก เสริมสร้างสันติสุข เปึนชื่ออื่นได้หรือไม่ มีชื่อที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแปรญัตติไว้หรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้ตรวจสอบครับ ต้องถามในตรงนี้ ด้วยเหตุผลคําว่า สภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนา ประเด็นชื่อร่างที่ผมติดใจนี่ ผมไปดูเรื่องอํานาจหน้าที่ ซึ่งจะต้องพูดในมาตราต่อไปนะครับ เพียงแต่ยกเทียบเคียงว่า ถ้าท่านกรรมาธิการเห็นว่า คําว่าที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาสามารถที่จะช่วยให้การบริหารการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคํานิยามกฎหมายที่จะออกไปได้ กระผมเองก็ไม่ได้ติดใจ พยายามจะค้นเทียบเคียง ท่านประธานครับ ผมเดานะครับ เข้าใจว่ากรรมาธิการ คงจะมีมุมมาจากรัฐธรรมนูญ เรื่องขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ คือสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๗ เข้าใจว่า เห็นว่าชื่อนั้น น่าจะสอดคล้องและเหมาะสม และมีชื่ออยู่ในรัฐธรรมนูญ ท่านก็เลยเอามาเขียนใส่ และเขียนอํานาจหน้าที่ลงไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของชื่อนี่ และสิ่งที่ควร จะเปึนในประเด็นนี้ผมต้องกราบเรียนถามด้วยความเคารพนะครับว่า นอกจากสมมุติฐาน ที่ผมเอามานี่ ท่านมีเหตุผลอื่นหรือไม่
ประการที่ ๒ เรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งในร่างกรรมาธิการ ๔๑ คน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าขอ ๔๙ คนนะครับ ตรงนั้นก็แล้วแต่ว่าที่ประชุม ของพวกเราในสภาแห่งนี้จะเห็นเปึนอย่างไร แต่ประเด็นที่ผมติดใจนะครับ ติดใจตรง กระบวนการ ในร่างเดิมที่เราเขียนไว้นะครับ สมาชิกทั้งชายและหญิง เรื่องจํานวน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากการสรรหา สรรหาและให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งเหมือนกับ ท่านผู้อาวุโส ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านได้อภิปรายไป ท่านก็ เขียนแยกเปึนหมวดหมู่มาเปึนสัดส่วนแล้วให้เลือกกันเอง ให้เลือกกันเองแล้วก็ส่งให้ นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง กระบวนการการเลือกกันเองกับกระบวนการการสรรหา ผมกราบเรียนถามท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการนะครับว่า มีข้อดี ข้อด้อย ข้อเด่น ต่างกันอย่างไร มีข้อดี ข้อเสียต่างกันอย่างไร ระหว่างสรรหากับเลือกกันเอง เลือกกันเอง คือเลือกตั้งนะครับ ซึ่งโดยพฤติการณ์พฤตินัยแล้วอาจจะไม่แตกต่างกันนักนะครับ เพียงแต่ว่าถ้ามีสรรหาโดยกระบวนการทั่วไปตามที่เราปฏิบัติ ไม่ว่าจะเปึนบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายประกอบ หรือสิ่งที่เราเขียนขึ้นมาก็จะมีคณะกรรมการสรรหา เทียบเคียง เช่นกฎหมายว่าด้วยที่สภาปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็มีคณะกรรมการ สรรหาซึ่งเขียนไว้ในกฎหมาย หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการแต่งตั้ง เสมือนว่า นายกรัฐมนตรีเองเปึนผู้ให้ความเห็นชอบ นั่นคือที่มา
ท่านประธานที่เคารพครับที่มาที่ผมมีความแปลกใจอยู่อีกเรื่องหนึ่ง ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียด ผมขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ ผมพยายาม รวบรวมเทียบเคียงกฎหมายฉบับนี้ทั้งฉบับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวที่เสียเวลาครับ องค์กรที่รับผิดชอบในกฎหมายฉบับนี้ท่านออกแบบโครงสร้างองค์กรเอาไว้ให้มีคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใหญ่ครับ ชุดนี้มีท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน มีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี มีเลขาธิการบุคคลสําคัญอยู่ในนี้ทั้งหมด เขาเรียก กพต. แล้วมีสภาที่ปรึกษาการบริหารการพัฒนา ตามชื่อใหม่นะครับ ซึ่งมาจากบุคคล ในพื้นที่เปึนหลักนะครับ แล้วก็มีกระบวนการของการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ท่านอาจจะ เห็นมีความเหมาะสมอีก ๕ คน ประธานเลือกกันเองนะครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถามว่าเลขาธิการหรือเลขาธิการของ คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาการพัฒนาการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนใคร เพราะผมพยายามตรวจสอบแล้วที่มาของเลขาธิการที่มาตรา ๑๘ ต้องเขียนเรื่องที่มาของ บุคคลด้วยนี้ ท่านไม่ได้เขียนไว้ ท่านเพียงแต่เขียนคําว่า เลขาธิการ ให้เลขาธิการจัดทํา บัญชี ผมก็ไม่แน่ใจว่าเลขาธิการนี่มาอย่างไร ใครเปึนเลขาธิการ ตําแหน่งนี้เปึนตําแหน่ง ที่เลือกตั้งกันเอง หรือสรรหากันเองหรือไม่นะครับ แล้วประเด็นที่ผมต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเพราะว่าถ้าตรงนี้เข้าใจกันชัดเจนนะครับ ผมจะได้ไป อภิปรายในมาตราอื่นที่เกี่ยวเนื่องเรื่องอํานาจหน้าที่ เรื่องของตัวสํานักงานนี้จะมี อีกหลายเรื่องที่ท่านออกแบบมาใหม่ แต่ผมคิดว่ายังขาดไปอีกหลายเรื่องที่อยู่ในกฎหมาย ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปนะครับ กรรมาธิการได้ไปมุ่งเน้นเรื่องสัดส่วนการมีส่วนร่วมของชายและหญิงโดยมีเขียนไว้ ให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมของหญิงและชายประกอบด้วย การคํานึงถึงนี้มีหลักประกัน เปึนอย่างไรครับ คํานึงถึงตรงนี้มีอะไรเปึนหลักประกันว่าผู้ที่จะแต่งตั้ง ผู้ที่จะสรรหา ผู้ที่จะเลือกมาจากองค์กรต่าง ๆ ที่มีลักษณะที่จะเปึนผู้แทนขององค์กรเหล่านั้นเขาจะมีกัน ได้หรือไม่อย่างไร อันนี้ผมไม่แน่ใจ ฝากประเด็นนี้ด้วยก็แล้วกัน สําหรับมาตรานี้ผมฝาก คําถามถึงท่านกรรมาธิการผ่านท่านประธานด้วยความเคารพครับ และขอสงวนสิทธิที่จะ อภิปรายในมาตราต่อไปที่เกี่ยวเนื่อง ขอบคุณครับ