สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๙ กันยายน ๒๕๕๒

อรรถพร พลบุตร สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรี เสนอพระราชบัญญัติสภาการเกษตรแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภาการประมงแห่งชาติเพื่อเป็นที่ยืนของพี่น้องชาวประมง

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสผม ได้มีส่วนร่วมในร่างกฎหมาย ซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่ง ก็คือร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นว่าจะเปึนกฎหมายซึ่งจะมีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของพี่น้องเกษตรกรในวันพรุ่งนี้ ขณะเดียวกันผมก็ยังภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมในกฎหมาย ซึ่งถือเปึนประวัติศาสตร์ กฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ หรือสภาการเกษตรแห่งชาติ เปึนเรื่องที่น่าแปลกที่กฎหมายซึ่งมีผลต่อพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเปึนเสาหลักของประเทศกลับใช้เวลาในการก่อกําเนิดยาวนานถึง ๖๑ ป้ กับอีก ๕ เดือน ผมไม่ทราบว่าจะมีกฎหมายฉบับใดที่ใช้เวลาในการก่อเกิดยาวนานถึงขนาดนี้ คําว่า สภาเกษตรกร หรือสภาการเกษตรแห่งชาติเกิดขึ้นครั้งแรก ในการแถลงนโยบาย ต่อสภาผู้แทนราษฎรของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนแรก เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๑ ผ่านการยุบสภา ผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร ผ่านเหตุการณ์ จลาจลของบ้านเมืองมา ๖๑ ป้ จนกระทั่งได้เกิดขึ้นอย่างเปึนรูปธรรมอีกครั้งหนึ่ง ในยุคสมัยของรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน ผมต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานสภา และขอบคุณผู้ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้ง ๑๐ ร่าง ที่ได้ร่วมกันทําให้ความฝัน ของพี่น้องเกษตรกรนั้นปรากฏเปึนจริง จากนี้ไปภาระที่หนักอึ้ง การคาดหวัง การรอคอย ความเจ็บปวดขมขื่นของพี่น้องเกษตรกร ๖๑ ป้ ก็จะอยู่บนบ่าบนไหล่ของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องพิจารณาในรายละเอียดในวาระสองต่อไป ผมขอเปึนกําลังใจให้กับท่าน กรรมาธิการนะครับ ท่านจะต้องนําความคิดเห็น นําปัญหา นําความทุกข์ นําข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ไปปรับไปแก้ให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อพี่น้องเกษตรกร เปึนภาระที่หนัก ผมขอเปึนกําลังใจ หนักครับ การต่อสู้ให้พี่น้องเกษตรกรบนโครงสร้าง เกษตรกรรมซึ่งพิกลพิการบนพื้นที่ซึ่งมีระบบชลประทานไม่ถึงร้อยละ ๒๐ ของประเทศ และพี่น้องเกษตรกรที่เหลือต้องดํารงชีวิตอยู่ด้วยธาตุทรหดและความเมตตาของพระยาแผน เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ในฐานะของ ส.ส. ที่มาจากพื้นที่ฝัืงทะเล ผมมองกฎหมายฉบับนี้ ด้วยความชื่นชม ขณะเดียวกันเราก็ค้นหาคําตอบ ค้นหาที่ยืนของพี่น้องชาวประมงว่า เขามีที่ ยืนอยู่ตรงไหนในกฎหมายฉบับนี้ ผมมองไม่เห็นครับ ที่ยืนของพี่น้องชาวประมง ๒๔ จังหวัด เขามีที่ยืนอยู่นิดเดียวครับ แล้วก็จะไปยืนอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ในท่ามกลางกลุ่มคนจํานวนมากในสภาเกษตรกรในระดับชาติหรือในระดับจังหวัด ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ซึ่งต้องยอมรับว่าขาดความรู้ความเข้าใจในวิถีของการประมงที่แท้จริง เพราะวิถีของการประมง อาชีพของการประมงกับเกษตรกรรมแบบอื่นนั้นแตกต่างกันราวฟัากับดิน ท่านปลูกข้าวนาปรัง ๔ เดือน ได้ผลผลิต ท่านปลูกพริก ๓ เดือน ได้ผลผลิต ปลูกปาล์ม ๓ ป้ เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต ปลูกยาง ๗ ป้ ท่านเริ่มกรีดได้น้ํายาง แต่พี่น้องชาวประมงเขามอง ทะเลที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็ได้แต่ตั้งความหวังปลอบใจตัวเองครับว่าออกไป เขาจะได้ปลา ได้หมึก ได้กุ้ง แต่ส่วนใหญ่หลายครั้งกลับมาก็มือเปล่า เขาไม่มีที่ดิน ทะเลคือที่ดินของเขา แต่ว่ามันไม่มีกรรมสิทธิ์อะไรเลยครับ โฉนดของพี่น้องชาวประมงก็คือหยาดเหงื่อ ที่จะใช้เรี่ยวแรง มีแรงมากก็หากินได้มาก กินพื้นที่ได้มาก ก็อยู่แค่นั้นนะครับ ทุนก็ไม่มี ไม่สามารถจะใช้เรือ ไม่สามารถใช้เครื่องมือการประมงใด ๆ ไปค้ําประกันเงินกู้ได้ เขาไม่มีสิทธิ ที่จะเข้าไปร่วมในองค์กร ไม่ว่าจะเปึนสหกรณ์ออมทรัพย์ กลุ่มสัจจะ ไม่ว่าจะเปึน ธ.ก.ส. ไม่ว่าจะเปึนเครดิต ยูเนี่ยน (Credit Union) อะไรทั้งสิ้น และในที่สุดเขาก็เปึนเหยื่อของหนี้ นอกระบบ ทะเลวันนี้จึงมีแต่น้ําตาอย่างไรครับ ผมไม่คาดหวังว่ากรรมาธิการจะแก้ไขอะไร ตรงนี้ได้ เพราะว่าแก้ไขมากไปกว่านี้ก็ผิดหลักการของกฎหมาย ผมเพียงแต่ขอใช้ความเมตตา จากท่านครับ ท่านได้โปรดตั้งข้อสังเกตท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าขอให้มี การจัดตั้งสภาการประมงแห่งชาติ ที่เปึนที่ยืนของพี่น้องชาวประมงอย่างแท้จริง ขอให้เปึนข้อสังเกต ซึ่งปรากฏในท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ และเมื่อได้มีการนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสภาการประมงแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้กําลังอยู่ในระหว่างการร่างของสภา เข้าสู่สภาแห่งนี้ ขอเสียงจากพี่น้องทุกพรรคทุกฝ์าย ให้พี่น้องชาวประมงได้มีที่ยืนครับ ขอบคุณครับ