วิทยา บุรณศิริ พูดเรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งเข้าใจว่ามีความจำเป็นสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะปัญหาการกำหนดราคาพืชผล และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนและแก้ไขปัญหา
ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสกระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่จะ แสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธาน ผมมีประเด็นที่จะต้องฝากถึงกรรมาธิการ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๘๔ (๘) อย่างไรก็แล้วแต่ ได้ดูความสําคัญในรายมาตราแล้ว ไม่ว่าจะเปึนร่างของสมาชิก หรือร่างที่รัฐบาล ได้นําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อประกอบการพิจารณา ในรายละเอียดจริง ๆ แล้ว ถ้าดูสาระสําคัญแล้วความจําเปึนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีความจําเปึน ต่อเกษตรกรเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลายท่านได้กล่าวถึงแล้วในเรื่องของบทบาทก็ดี การกําหนดราคาพืชผล ซึ่งเปึนปัญหาอุปสรรคอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะเกษตรกร พี่น้องชาวนา ชาวไร่ ไม่ว่าจะเปึนด้านข้าว ด้านข้าวโพด ด้านมันสําปะหลัง ด้านอ้อย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว แต่ต้องฝากไปถึงรัฐบาลในฐานะที่เปึนเจ้าของร่างก็ดี หรือกรรมาธิการที่จะต้องนําสาระหลักสําคัญที่บันทึกเปึนข้อสังเกตไว้ สาเหตุที่ผมต้อง พูดอย่างนี้เพราะอะไรท่านประธาน ปัจจุบันนั้นเรามีปัญหากันมาก โดยเฉพาะล่าสุด จังหวัดในเขตของภาคกลางก็ดี ภาคเหนือก็ดี ภาคอีสานก็ดี ที่เกษตรกรทําอาชีพปลูกข้าว วันนี้เปึนปัญหาชอกช้ําใจเหลือเกินครับท่านประธาน ต้องฝากนะครับว่ากรณีอย่างนี้ เราอยากที่จะได้ โดยเฉพาะผู้แทนของสมาชิก ที่จะมาเปึนสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาตินี้ น่าจะมีกระบวนการคัดสรรจากพี่น้องตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัด สิ่งเหล่านี้มันจะสอดรับกันมาดีและจะมีปฏิสัมพันธ์กัน ต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยครับว่า เหตุผลที่ผมต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะอะไร เพราะได้ดูในร่างพระราชบัญญัติแล้วว่าไม่ได้ระบุไว้ โดยเฉพาะบุคคลที่จะมาเปึน คณะกรรมการคัดสรรก็จะมาจากภาครัฐ มีมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องหรือสถาบันอาชีวะ ที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องมีวิชาเกี่ยวกับเรื่องของการเกษตรในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ก็ยังกําหนดไว้ แต่กรณีของท่านอัยการ ผมคิดว่าอัยการกับเกษตรจะมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ความเข้าใจ ในสาขาอาชีพก็แตกต่างกันอย่างนี้เปึนต้นนะครับท่านประธาน แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ระดับหมู่บ้าน ตําบล จังหวัด ได้มีคุณสมบัติของสมาชิกที่กําหนดไว้ ใน (๕) ที่ห้ามสมาชิกระดับจังหวัดเปึนสมาชิกระดับประเทศ อันนี้ผมก็อยากจะ ฝากคณะกรรมาธิการไว้ว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเปึนประเด็นที่ไม่ถูก เพราะเราต้องการให้ สมาชิกระดับจังหวัดมีความรอบรู้ระดับจังหวัด ระดับตําบล ระดับหมู่บ้านนั้นสอดรับ เข้าไปถึงระดับประเทศ น่าจะเปึนการกําหนดในแนวทางที่ดีกว่า อันนี้ก็ต้องฝาก ท่านกรรมาธิการไว้ด้วย เกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ สถานที่ สํานักงาน อันนี้ก็ไม่ได้ ระบุไว้ชัด ก็คงจะเปึนในเรื่องที่จะต้องฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสมอไปอีกนะครับ ว่าหน่วยงานแบบนี้ องค์กรแบบนี้ อยากจะให้เปึนอิสระ ก็กราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าขืนว่างบประมาณก็ดี บุคลากรก็ดี สํานักงานก็ดี ที่จะต้องมาฝาก หน่วยงานบางหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมคิดว่าคงจะไม่เหมาะสม สํานักงานเลขาธิการที่จะต้องมาทําหน้าที่ในฐานะที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับใช้ ต่อไปในอนาคตนั้น ผมคิดว่าต้องดูให้เปึนอิสระ เพราะว่าที่ผ่านมาจากประสบการณ์ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจนบัดนี้ หลายท่านสมาชิกได้มาพูดกับผมว่า แม้กรมชลประทานเองก็ไม่ประสบความสําเร็จ เพิ่งจะจัดพื้นที่สําเร็จยังไม่กี่จังหวัดเอง อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นปฏิรูปที่ดินก็ดี อะไรก็ดีนั้น จะเห็นได้ชัดว่ายิ่งหน่วยงาน ต้องการให้เปึนที่พึ่ง เปึนที่ปรึกษาของรัฐมนตรี และกําหนดวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกรแล้ว ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะให้ความสําคัญ ก็ฝากกรรมาธิการไว้ด้วยว่าสาระหลัก ๆ คงจะต้องเอาบันทึกไว้ว่าสมาชิกได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตประเด็นใดก็คงจะต้อง ประกอบการพิจารณาแต่ละมาตราไป ก็ขอฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ให้กรรมาธิการ ได้โปรดพิจารณาด้วยนะครับว่าที่มาซึ่งเปึนหัวใจหลักของสภาเกษตรกรแห่งชาติ คงจะต้องบันทึกไว้ให้เรียบร้อย การโซนนิ่งพื้นที่ก็ดีนะครับ ต้องขอฝากตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ ว่าคงจะต้องจัดเรื่องให้มีกระบวนการให้ครอบคลุม ขอบคุณท่านประธานครับ