ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ และเสนอแนะให้มีการพิจารณาคัดเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติให้สะท้อนถึงความเป็นตัวแทนของเกษตรกรอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องอํานาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยเสนอว่าควรจะมีการเชื่อมโยงระหว่างอํานาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรระดับจังหวัด และระดับชาติ เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และลดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น กับร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผมเน้นนะท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรี และเพื่อนสมาชิกได้เสนอมานะครับ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔ (๘) แล้วก็บทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๑ (๑) นะครับ ถึงแม้จะทําไม่ได้มาหลายรัฐบาล แต่ว่าครั้งนี้ก็สําเร็จ สาระสําคัญอยู่ที่สภาเกษตรกรจะมีบทบาทในการจัดทําแผนพัฒนา เกษตรกรรม แล้วก็รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร ผมมีประเด็นที่จะฝากเปึน ข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องโครงสร้างแล้วก็ตัวองค์กร โครงสร้างระดับชาติเปึนสภาระดับชาติ แล้วก็ระดับจังหวัดเปึนสภาระดับจังหวัด และมีสํานักงานเลขาธิการ มีสํานักงานธุรการ ขององค์กรที่ขณะนี้ในร่างหลายร่างอยู่ที่ภาคราชการคือสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด หรือ กษ จังหวัด ซึ่งตรงนี้เอง ผมเห็นว่าถ้าจะให้สภา ตรงนี้สามารถตอบสนองต่อภารกิจกับบทบาทของสภาเกษตรกรทั้งจังหวัดแล้วก็ระดับชาตินี้ ตรงนี้ฝากคณะกรรมาธิการไปช่วยพิจารณาครับว่าสามารถจะจัดตั้งเปึน สํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติได้หรือไม่ มีภาระต่องบประมาณมากหรือเปล่า และจําเปึนต้องเสนอมาเปึน พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ หรือไม่ เพราะว่ามีสํานักงานแล้วผมเชื่อว่าต้องมีการใช้งบประมาณ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่มาของสมาชิกครับ ทั้งระดับชาติและระดับจังหวัด ผมดูแล้วมีกระบวนการการเลือกสมาชิกที่ได้รับการคัดเลือก เช่น ระดับชาติ ๗๖ คน มาจากตัวแทนจังหวัด จากองค์กรที่ส่งเข้ามา โดยสภาเกษตรจังหวัดเปึนผู้ส่ง เปึนตัวแทนองค์กร ๗๖ คนมาเลือก มาเลือกตามกลุ่มเกษตรพืช สัตว์ ประมง และอื่น ๆ ได้ ๑๖ คน หลังจากนั้น ๗๖ บวก ๑๖ ไปเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๗ คน ระบุความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านการประมง และด้านอื่น ๆ อย่างน้อยด้านละ ๑ ด้าน ตรงนี้เทียบกับจังหวัดครับ จังหวัดมีกรรมการสรรหา สรรหามา ๓๒ คน ตามรายสาขา ๓๒ คนมาเลือกกันเองให้เหลือ ๑๖ คน แล้ว ๑๖ คนไปเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๕ คน กระบวนการการเลือกที่มาอย่างนี้ จะตอบสนองการกระจาย ตอบสนองเรื่องของสิทธิของคนที่จะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ ได้ครบถ้วนหรือไม่ จะเปึนลักษณะการผูกขาดตัดตอนหรือไม่ ถ้ามีร่างของสมาชิกที่มี กระบวนการการคัดเลือกที่ดีกว่า สะท้อนความเปึนตัวแทนของเกษตรกรที่ดีกว่า ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการน่าจะให้การพิจารณาในประเด็นนั้น เพราะว่าสภานี้เปึนสภาเกษตรกร นะครับ ไม่ใช่สภาคนอื่น ต้องเปึนเกษตรกร และทําเพื่อเกษตรกร
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่ ผมดูแล้วอํานาจหน้าที่ โดยรวมแล้วมีอยู่ ๔ เรื่องใหญ่ครับ เสนอแนะในการกําหนดนโยบายเกี่ยวกับ ด้านการเกษตร ให้คําปรึกษาด้านการเกษตร และแก้ไขปัญหา แล้วก็มีการเสนอแนะ แนวทางในด้านการดําเนินการด้านการเกษตรให้กับ ครม. แล้วก็จัดทําแผนแม่บท สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการและคณะรัฐมนตรีนะครับ ทําอย่างไรให้อํานาจหน้าที่นี้มันสะท้อนในการที่จะปกปัองคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง ลดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่รัฐให้ได้ ทําอย่างไรถ้ามีสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้วพี่น้องจะไม่ชุมนุมเรียกร้องไม่ป่ดถนน เพราะขณะนี้ป่ดไม่ได้นะครับ ป่ดแล้วโดนจับ เพื่อนสมาชิกผมก็โดนจับร้องไห้ไปแล้ว หลายคน ท่านประธานครับในเรื่องนี้ผมเองฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า แผนแม่บทก็ดี คําเสนอแนะก็ดี คําปรึกษาก็ดี จะนําสู่เปึนแผนพัฒนาเกษตร โดยผ่าน ครม. ได้อย่างไร ผมดูตัวบทแล้วไม่มีมาตรการใด ๆ เลยครับ เปึนเพียงแต่ให้ ข้อเสนอแนะ ครม. จะทําหรือไม่ทําไม่มีอะไรเปึนหลักประกัน นอกจากมาตรการ ด้านสังคมที่อาศัยการกดดันจากภาคเกษตรกร
อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ อํานาจหน้าที่จะเชื่อมกับคณะรัฐมนตรี แล้วฝ์ายบริหารแล้วเชื่อมกับสภาอย่างไร ผมเองกราบเรียนท่านประธานครับเราอาจจะมี ตัวอย่างว่ากรณีถ้าเสนอกํากับแผนแม่บทไปแล้วไม่ปฏิบัติตามสภาเกษตรกรแห่งชาติ อาจจะมีสิทธิเสนอมาที่ ครม. เราได้ เพื่อที่จะร้องต่อตัวแทนของพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ความเชื่อมโยงระหว่างอํานาจหน้าที่ ระหว่างสภาเกษตรระดับจังหวัดและระดับชาติจะมีความเชื่อมโยงอย่างไร ตรงนี้ฝากเปึนประเด็น และ
สุดท้ายครับเรื่องสํานักงานเลขาธิการ เรื่องการบริหารงบประมาณ ถ้ามีความจําเปึนที่จะต้องตั้งงบประมาณให้เขาบริหารเปึนลักษณะอิสระเปึนลักษณะ อุดหนุนข้าวไปให้เขาไปดําเนินการ ไม่ว่าจะกิจกรรมการบริหาร กิจกรรมการที่จะทําแผนแม่บท กิจกรรมจะเสริมสร้างความรู้ เรื่องเหล่านี้มีความจําเปึน ถ้าเปึนไปได้ฝากท่านกรรมาธิการ พิจารณา ผมยินดีสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับ