สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๙ กันยายน ๒๕๕๒

สุวโรช พะลัง หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับเกษตรกร โดยแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่สําคัญที่สุดของกฎหมายดังกล่าว และเสนอแผนการบริหารงานเกษตรกรที่เน้นการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดยแนะนำให้ใช้ปุิยอินทรีย์แทนปุิยเคมี และใช้น้ําจากแหล่งธรรมชาติในการเกษตร

นายสุวโรช พะลัง ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กว่า ๒๒ ป้ แห่งการรอคอยของพี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศ ผมขอแสดงความชื่นชมและกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณรัฐบาล ที่ได้มีความมุ่งมั่นผลักดันกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาจนสําเร็จในวันนี้ ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะบอกกับ ท่านประธานครับว่าหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ทุกร่างเปึนหลักการที่มีความคล้ายคลึง แล้วก็มีเปัาหมายอันเดียวกัน ก็คือความสําเร็จในอนาคตของเกษตรกร คืออยู่ดีกินดี แล้วก็ขายผลผลิตได้มีราคา คือไม่ขาดทุน นั่นคือเปัาหมายท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในร่างกฎหมายทุกร่าง ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในเวลาที่จํากัดว่า ผมเห็นด้วย แล้วก็สนับสนุนในทุกร่าง แต่คงมีข้อสังเกตในเรื่องที่เปึนเรื่องหลัก ๆ ที่จะกราบเรียน ต่อท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ เรื่องที่สําคัญที่สุดที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือ

๑. ในเรื่องของผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในหลาย ๆ ร่าง ส่วนใหญ่ก็จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าผมเชื่อและผมมั่นใจในตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านนี้ แต่การบริหารวงจรของชีวิตเกษตรกรจะไปติดยึดกับตัวบุคคล ผมว่าไม่ได้ครับ ศูนย์รวมแห่งอํานาจรัฐทั้งหมดต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่า ในทุกรัฐบาลไม่มีใครที่จะใหญ่กว่านายกรัฐมนตรี ชีวิตเกษตรกรก็เช่นเดียวกัน ผู้รักษาการ ตามกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รักษาการ ตามกฎหมายฉบับนี้ฝากในชั้นกรรมาธิการครับ ผมว่าเล็กเกินไป ไม่สามารถที่จะเข้ามา ช่วยเหลือดูแลพี่น้องเกษตรกรในรูปแบบต่าง ๆ ตามโครงสร้างขององค์กรที่ปรากฏ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ดีเท่ากับท่านนายกรัฐมนตรี เล็กเกินไป ไม่สามารถที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแลพี่น้องเกษตรกรในรูปแบบต่าง ๆ ตามโครงสร้างขององค์กรที่ปรากฏในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ดีเท่ากับท่านนายกรัฐมนตรี ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับเพราะอะไรครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีกํากับบริหารราชการแผ่นดิน ทุกกระทรวง ทบวง กรม อํานาจของนายกรัฐมนตรีใหญ่สุดครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่จะกํากับ หรือบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา ผมคิดว่าหลายเรื่องที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปยุ่งไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ที่ดินที่อยู่ภายใต้การกํากับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปยุ่งไม่ได้ครับพอเข้าไปยุ่งไม่ได้ การประสานงานในการใช้ที่ดินเพื่อที่จะเอามาผลิต ตามแนวทางของสภาเกษตรกรแห่งชาติก็ดําเนินการไม่ได้ เรื่องของแหล่งน้ําก็ไม่ได้มีเฉพาะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ หลายเรื่องอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ถามว่าถ้าผู้รักษาการเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปดําเนินการได้หรือครับเพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้ได้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการกํากับ ในการบริหารตามแนวทางตามข้อเสนอแนะ ตามข้อแนะนําที่ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติ นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้มีมรรคมีผลนี้ครับ คนเสนอต้องมีศักยภาพในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมขอฝากเปึนข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการครับว่า ผู้รักษาการฉบับนี้ผมคิดว่า คงจะต้องเปึนนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในเรื่องที่ ๒ นี้ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติอยู่ดีกินดีแล้วก็พี่น้องเกษตรกร ขายผลผลิตได้มีราคา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนก็คืออย่าไปฝ๋นธรรมชาติ เรื่องดินครับ เรื่องสําคัญที่สุด ผมกราบเรียนต่อท่านประธานแล้วว่าในวันนี้ท่านประธานไปดูสิครับ ในอดีตที่ผ่านมา เราไม่ได้ใช้ปุิยเคมีกันระเบิดเถิดเทิงเหมือนในขณะนี้นะครับ ธรรมชาติมีอยู่อย่างไร เราไม่ฝ๋นธรรมชาตินะครับ นั่นก็คือปุิยอินทรีย์ ปุิยธรรมชาติ ท่านประธานครับ ดินวันนี้ของเรามันตายทั้งประเทศเห็นไหมครับ เพราะมันเต็มไปด้วยสารเคมี ทั้งหมด ทําอย่างไรที่จะย้อนยุคกลับสู่ในอดีตที่ผ่านมาคือทําให้ดินมันดี ดินไม่ตาย ดินไม่ตายนั้นก็คือดินที่มีความสมบูรณ์ นั่นก็คือจะต้องมีไส้เดือน ถ้าดินตรงไหน ไม่มีไส้เดือน นั่นแสดงให้เห็นว่าดินนั้นไม่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชผล ทางด้านการเกษตร เพราะฉะนั้นการเรียกฟุ๋นตรงนี้กลับคืนมาคืออะไรครับ คือไม่ฝ๋นธรรมชาติก็คือเอาปุิยอินทรีย์มาใช้แทนปุิยเคมีต้องรณรงค์ เพราะฉะนั้น สภาเกษตรกรแห่งชาติคงจะต้องใส่ตรงนี้ การเกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรแบบย้อนยุค การเกษตรกรแบบพูดกันง่าย ๆ ว่าแบบที่มีอยู่ในอดีต แล้วก็ไม่ฝ๋นธรรมชาติ พูดกันง่าย ๆ ว่าไม่ตกเปึนเหยื่อของทางธุรกิจที่เอาเกษตรกรมาเปึนเหยื่อในทางการค้า สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ผมกราบเรียนผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าผมสนับสนุนและผมเห็นด้วย ส่วนในเรื่องของน้ํา เวลาจํากัดจริง ๆ ท่านประธานครับ เรื่องของน้ํานี้ก็เช่นเดียวกันครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านนี้ท่านอยู่กับกรมน้ํามาตลอด คือกรมชลประทาน โตที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรู้ดีครับวันนี้เราต้อง ไม่ฝ๋นธรรมชาติอีกเช่นเดียวกันครับ น้ําในแม่น้ําลําคลอง ในสายหลัก ๆ ทั้งหมดนี้ครับ วันนี้การขุดที่จะทําสร้างเขื่อนใหญ่ ๆ อะไรต่ออะไรใช้งบประมาณเยอะ พี่น้องประชาชน ก็มีปัญหา วันนี้ทําไมเราไม่ขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึง ตามห้วย คลองต่าง ๆ ที่มันมี แล้วก็ใช้เศรษฐกิจแบบพอเพียง เศรษฐกิจตามแนวทางของในหลวงล่ะครับ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ฝากกราบเรียนในชั้นกรรมาธิการว่าได้โปรดกรุณาดูในสิ่งเหล่านี้เพื่อเรียกธรรมชาติ ให้กลับคืนมา และนั่นละครับจะทําให้เกษตรกรมีสภาพความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นกว่า ที่เราฝ๋นต่อธรรมชาติ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ