ภราดร ปริศนานันทกุล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๙ กันยายน ๒๕๕๒

ภราดร ปริศนานันทกุล อภิปรายเสนอให้ตั้งสำนักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติและจังหวัด เพื่อให้อิสระจากการครอบงำของราชการ และชี้แจงเหตุผลว่าควรแยกหน่วยงานออกจากกระทรวงเกษตรฯ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยมี

หลักการ คือให้มีกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกรแห่งชาติ

เหตุผล โดยที่มาตรา ๘๔ (๘) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กําหนดให้รัฐต้องดําเนินการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ในการผลิตและการตลาด ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตร และรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร โดยเน้นให้เกษตรกรนั้นได้มีส่วนร่วมกําหนดนโยบาย และวางแผนการพัฒนาการเกษตรอย่างเปึนระบบ ทั้งในระดับชาติและในระดับจังหวัด ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและองค์การเกษตรอย่างแท้จริง จึงจะช่วยแก้ไขปัญหา พัฒนา รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยรวม จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ

ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้นครับ เพื่อให้เปึนไป ตามดําริของท่านประธานที่ต้องการให้เวลากระชับ ในส่วนรายละเอียดในร่างของผมพร้อมกับ เพื่อนสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ เนื้อหารายละเอียด บริบทต่าง ๆ ผลประโยชน์ ที่เกษตรกรจะได้รับจากพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นใกล้เคียง แล้วก็เหมือนกันกับร่าง ของทางรัฐบาล แต่มีส่วนที่ต่างอยู่ ผมเองพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอนําเสนอในส่วนที่ต่างเพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเองครับ เพื่อให้เปึนข้อสังเกต และบันทึกเอาไว้ในสภาแห่งนี้ เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในชั้นของกรรมาธิการต่อไป

เรื่องของสํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในหมวดที่ ๓ ของร่างที่ผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยพัฒนาได้ร่วมกันเสนอ ผมเห็นว่าเราควรจะให้มี การจัดตั้งสํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติให้เปึนนิติบุคคล โดยแยกออกมาเลยครับ ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับส่วนของทางราชการ ตรงนี้เองแตกต่างจากร่างของทางรัฐบาล ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๗ ที่ได้ระบุเอาไว้ครับว่า ให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติงานธุรการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ติดตามและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทํางบประมาณรายจ่ายเพื่อเปึนค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และปฏิบัติงานอื่นตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมาย เพื่อดําเนินการให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัตินี้ นี่คือสิ่งที่บัญญัติเอาไว้ในร่างของรัฐบาล แต่ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ผมคิดว่ามันควรที่จะเปึนหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งที่เปึนอิสระ แล้วก็ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาล ถ้าเปึนไปตามร่างของรัฐบาลก็หมายความว่า ให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาควบคุมในงานด้านธุรการมาควบคุม ในงานด้านนโยบายต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันจะไม่เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ได้บัญญัติเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมและเพื่อนสมาชิกจึงเสนอให้มีสํานักงานเลขาธิการ สภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้นมาต่างหากเลย เพื่อทําหน้าที่ในส่วนที่ได้กล่าวไปแทน แล้วก็ที่สําคัญครับ หน้าที่ของสํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติคือจําเปึนครับ ที่จะต้องประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรเกษตรกรได้ทราบถึงนโยบาย รวมถึงแผนแม่บท ที่กําลังจะเกิดขึ้นจากสภาเกษตรกรแห่งชาติให้เปึนที่รับรู้แล้วก็รับทราบโดยทั่วกัน ของพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันกับแผนแม่บทที่สภาเกษตรกร แห่งชาตินั้นได้กําหนดเอาไว้

ในส่วนที่ ๒ ใกล้เคียงกันครับ คล้าย ๆ กับประเด็นแรก แต่เปึนส่วนของ สํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรจังหวัด ในร่างของรัฐบาลนี้ให้กําหนดว่าให้สํานักงานเกษตร และสหกรณ์จังหวัดปฏิบัติงานธุรการสภาเกษตรกร เหตุผลเดียวกันครับ ผมคิดว่า มันเปึนส่วนของสภาเกษตรกร ซึ่งพวกเขาเองควรที่จะต้องปกปัองและพิทักษ์ผลประโยชน์ ของพวกเขาเอง จึงไม่ควรให้หน่วยงานของข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสภาเกษตรกร ทั้งแห่งชาติแล้วก็สภาเกษตรกรจังหวัด จึงเห็นสมควรครับให้มีการตั้งสํานักงานเลขาธิการ สภาเกษตรกรแห่งชาติและสํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกรจังหวัดขึ้นเพื่อให้ดําเนินการ ต่าง ๆ ให้เปึนไปตามแนวนโยบายของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และแนวนโยบายของ สภาเกษตรกรจังหวัด เพื่อให้เปึนอิสระต่อการครอบงําจากส่วนของราชการ ผมเข้าใจดีครับ ในเจตนาที่ทางรัฐบาลได้ร่างเอาไว้อย่างนี้ก็เพราะว่าท่านเห็นว่ามันจะเปึนการซ้ําซ้อนและจะเปึน การสิ้นเปลืองงบประมาณที่จะมาสนับสนุนให้กับสํานักงานเลขาธิการสภาเกษตรกร ทั้งแห่งชาติแล้วก็สภาเกษตรกรจังหวัด แต่ว่าในช่วงแรกผมก็เข้าใจแล้วก็เห็นด้วยกับท่านว่า ให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งสํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทําหน้าที่เลขาธิการของสภาเกษตรกรแห่งชาติไปก่อน แต่เมื่อ ๒ ป้ผ่านไป หรือ ๓ ป้ผ่านไป สภาเกษตรกรแห่งชาติเข้มแข็งขึ้น ควรที่จะบัญญัติเอาไว้ ในกฎหมายนะครับว่าให้ตั้งสํานักงานเลขาธิการให้กับสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสํานักงานเลขาธิการให้กับสภาเกษตรกรจังหวัด จึงอภิปรายไว้ให้เปึนข้อสังเกต ให้บันทึกเอาไว้ในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อนําเสนอต่อไปในคณะกรรมาธิการ นั่นประเด็นที่ ๑

อีกประเด็นหนึ่งครับ ในเรื่องของการทํางานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผมอยากจะเห็นการทํางานที่ขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สําหรับสภาเกษตรกรจังหวัด สําหรับพี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกร และสําหรับรัฐบาล สภาเกษตรกรแห่งนี้จะต้องเปึนที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลในประเด็นเนื้อหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกร นําเสนอแผนของ สภาเกษตรจังหวัด แล้วก็นําเสนอแผนแม่บทของสภาเกษตรกรแห่งชาติ นําเสนอต่อทางรัฐบาล เพื่อนําไปเปึนแนวปฏิบัติในการที่จะวางนโยบายของรัฐบาลต่อไป ๒ ประเด็นสั้น ๆ ที่เสนอต่อ สภาแห่งนี้เพื่อบันทึกเอาไว้ แล้วก็นําไปใช้ประโยชน์ในคณะกรรมาธิการต่อไป กราบขอบพระคุณครับ