สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กันยายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการใช้เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการแก้ไข โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการยกเว้นหลักเกณฑ์การกระจายเงินในโครงการของท้องถิ่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ สอบถามในเรื่องของการใช้เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนนี้ ที่จริงท่านได้ กรุณาอธิบายถึงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไปค่อนข้างที่จะครบถ้วน ก็อยากจะกราบเรียนว่ากติกา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อป้ที่แล้วในช่วงที่งบประมาณประกาศใช้ ก็คือประมาณ เดือนตุลาคม ๒๕๕๑ เปึนต้นมา แล้วก็คนที่ไปกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี้ก็เปึน คณะทํางานที่อยู่ภายใต้การทํางานของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ เมื่อผม เข้ามารับหน้าที่ก็พบกติกาอย่างที่ว่านี้ปรากฏอยู่ แล้วผมเองก็ได้ปรารภกับหลาย ๆ คนว่า ที่จริงอํานาจในการยกเว้นนี้มันไม่ควรที่จะมาอยู่ที่ตัวกระผมคนเดียว เพราะฉะนั้น แนวทางที่ผมได้ทําก็คือว่า ผมเห็นว่าเรื่องนี้มันมาจากเรื่องคณะกรรมการการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกครั้งที่มีการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ผมก็จะไม่ ตัดสินใจโดยลําพัง แต่จะนําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเปึนคณะกรรมการที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ประกอบไปด้วย ๓ ฝ์าย คือฝ์ายราชการ แล้วก็ตัวแทนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒินี้จะ มีบทบาทสําคัญในเรื่องของการกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็เปึนไปอย่างที่ท่านได้กล่าวนะ ครับว่า รอบแรกเข้ามา ๘๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มีรอบที่ ๒ แล้วรอบสุดท้ายที่เพิ่งผ่านพ้น ไปเมื่อวันจันทร์ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ตัวเลขเปึนอย่างนั้นครับ ตรงกันครับ กราบเรียนอย่างนี้ ว่าในที่ประชุมของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ สิ่งที่ผมซักถาม ผมจะเรียงลําดับอย่างนี้

ข้อแรกนี้ เนื่องจากว่าการขอยกเว้นหลักเกณฑ์นี้ตัวเลขแต่ละจังหวัดจะไม่ เท่ากัน ผมก็จะถามก่อนว่าการยกเว้นหลักเกณฑ์ตรงนี้มีผลให้เกิดความไม่เปึนธรรมในแง่ ของการกระจายระหว่างจังหวัดหรือไม่ ทุกครั้งฝ์ายเลขานุการของคณะกรรมการก็ยืนยัน แล้วก็ไม่มีกรรมการท่านใดได้ทักท้วงว่าไม่ได้มีผลของการกระจายระหว่างจังหวัด เพราะว่าระเบียบนี้มันเปึนเรื่องของการกระจายภายในจังหวัด ก็ถามประเด็นที่ ๒ ต่อครับ ผมได้ถามว่าการพิจารณาโครงการนี้มีกรอบเวลาในการที่ท้องถิ่นต่าง ๆ ยื่นเสนอเข้ามานี่ มีการพิจารณากันอย่างไร เขาก็จะลําดับให้ฟังว่ามีการทําหนังสือไปตั้งแต่ตอนต้นป้ แล้วก็โครงการต่าง ๆ ของท้องถิ่นจะต้องถูกส่งกลับมา มีการยืดเวลาที่จะต้องยื่นเปึนวันสุดท้าย จนกระทั่ง รอบสุดท้ายก็คือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม แล้วก็ยืนยันว่ามีหลักเกณฑ์ ในการที่จะพิจารณาว่าโครงการไหนจะได้หรือไม่ได้ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วถ้าผลออกมา มันเปึนการกระจายตามเกณฑ์ก็จะอนุมัติไป ถ้าหากว่าออกมาแล้วปรากฏว่า ในบางท้องถิ่นมันเกิน ในลักษณะซึ่งไม่กระจายตามเกณฑ์ซึ่งก็อาจจะมองว่าเปึนการ กระจุก ก็จะมีการเสนอมาที่ผม ผมก็สอบถามว่าการคัดเลือกมีหลักเกณฑ์ มีโครงการ มีแนวทางในการกลั่นกรองเป่ดเผยโปร่งใส ผู้ที่เสนอโครงการมาทราบหรือไม่ว่าได้ หรือไม่ได้ในทุกกรณี เขาก็ยืนยันว่าเปึนเช่นนั้น อันนี้คือการซักถามของผมและการชี้แจง ในคณะกรรมการ ซึ่งเมื่อคณะกรรมการได้ฟังอย่างนี้ก็บอกว่าเมื่อทางผู้ที่เปึนคณะทํางาน ยืนยันมาอย่างนี้ก็เห็นว่ายกเว้นหลักเกณฑ์ไปได้ รอบสุดท้ายผมก็ระมัดระวังเปึนพิเศษ เพราะว่าเงินมันเยอะ และท่านเปึนผู้อภิปรายเพียงประมาณ ๒-๓ วันก่อนหน้านั้น ก็ประมาณตีสี่ ตีห้า อย่างที่ว่านี้ครับ ผมก็ฟังอยู่แล้วก็ขึ้นมาชี้แจง ผมก็ซักในลักษณะนี้ แล้วก็ซักละเอียดมากขึ้น แต่ว่ารอบนี้เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือว่าผู้แทนของท้องถิ่นก็ดี แล้วก็ในส่วนของภาคราชการที่ทําเรื่องนี้ก็ดี เขาก็ยืนยันขันแข็งว่ากลั่นกรองมาหมดแล้ว แล้วที่สําคัญก็คือว่าเขาก็มีความวิตกกังวลว่าเงินจะออกไปไม่ทันสิ้นป้งบประมาณ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนตามข้อเท็จจริงเลยครับว่าอันนื้คือสิ่งที่ผมใช้ในการทํางาน แล้วผมก็คิดว่ามันไม่ควรจะมีกรณีอย่างนี้อีกแล้วนะครับ และในป้ ๒๕๕๓ จากการที่ พูดคุยกับทางกรรมาธิการงบประมาณก็เข้าใจว่าจะไม่มีกรณีแบบนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะได้สบายใจไปว่าไม่มีเรื่องที่จะทําให้พวกเราจะต้องมาขัดแย้งกันในเรื่องที่ว่า ทําไมตรงนั้น ท้องถิ่นนั้นได้มาก ได้น้อย มีการกระจุก มีการกระจายหรือไม่นะครับ แต่ว่าก็ ขอขอบคุณที่ท่านก็ได้พูดว่าตัวผมเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลย ผมมา ระเบียบ กําหนดมาว่าเปึนอํานาจของผม ผมตัดสินใจว่าในการใช้อํานาจของผมนี้ ผมจะขอให้ กรรมการเขาพิจารณาด้วย แล้วก็ได้นําเข้าที่ประชุมทุกครั้ง และเมื่อที่ประชุมได้พิจารณา อภิปรายแล้ว ถามว่าเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ผมคงไม่พูดอย่างนั้นละครับ บางคน ก็ยังบอกไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ แต่ว่าก็เห็นว่าเมื่อมาในลําดับอย่างนี้แล้ว ก็อยู่ในวิสัยที่จะ ยกเว้นไปได้ครับ