สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับโฉนดชุมชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเขียนระเบียบเกี่ยวกับขั้นตอนการได้มาซึ่งพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมของชุมชน ก่อนที่จะดำเนินการโฉนดชุมชน และย้ำถึงความสำคัญของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน และการดำเนินการนโยบายโฉนดชุมชน การจัดการที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการในพื้นที่นําร่องก่อน
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ก็ขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกในประเด็นที่ได้ซักถามเพิ่มเติม
ประเด็นแรกก็คือว่า เรื่องของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งต้องถือว่า เสมือนกับเปึนระเบียบนําร่องเรื่องโฉนดชุมชน ก็คงจะต้องคํานึงถึงความละเอียดอ่อน อย่างที่ท่านได้พูดถึงมาแล้วทั้งใน ๒ ด้าน ทางด้านหนึ่งก็คือจะต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจน ด้วยว่านี่ไม่ใช่เปึนการส่งสัญญาณให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม เพราะหลายฝ์ายก็มี ความกังวลในเรื่องนี้อยู่ ในตัวระเบียบฉบับนี้ก็จะเขียนไว้ว่ากรณีชุมชนที่จะเข้าหลักเกณฑ์ ที่จะขอโฉนดชุมชนนั้นจะต้องอยู่อาศัยที่นั่นมาแล้วไม่น้อยกว่าจํานวนเท่าไร ทั้งนี้ก็เพื่อ ปัองกันว่าเมื่อจะมีเรื่องของโฉนดชุมชนออกไปก็จะปัองกันไม่ให้มีคนบุกรุกใหม่ ซึ่งในกรณี บุกรุกใหม่นั้นก็มีการตกลงกับทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องว่าทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้อง ดําเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ในประการถัดมาก็คือว่า ในระเบียบที่ว่านี้ก็คงจะต้องคํานึงโดยการเขียน ให้ละเอียดลงไปถึงขั้นตอนการได้มาซึ่งพื้นที่ครับ อย่างที่ท่านได้สอบถามว่าหลักเกณฑ์ อย่างไรจึงจะถือว่ามีความพร้อม ชุมชนจะรู้ได้อย่างไร หลักของเราที่ถือไว้ก็คือเรื่องนี้ คงไม่ใช่เปึนการใส่เข่งไปแจกโฉนดชุมชนในทุกที่ เพื่อที่จะทําเอาคะแนนความชอบเท่านั้น แต่ต้องคํานึงถึงความพร้อม และต้องมีพื้นที่ที่นําร่อง เริ่มต้นทีเดียวที่เราพูดถึงประมาณ ๓๐ พื้นที่นั้น คือพื้นที่ที่เครือข่ายภาคประชาชนได้มีการเสนอแล้ว และกรรมการ ก็ดูเบื้องต้นแล้วว่ามีแนวทางซึ่งสามารถที่จะดําเนินการในเรื่องโฉนดชุมชนได้ เวลาลงไป ทําจริงก็เปึนเรื่องที่กรรมการกับชุมชนจะต้องไปตกลงกันครับ และจะต้องมีการกําหนด หน้าที่ของชุมชนที่ต้องดําเนินการด้วย ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังคร่าว ๆ นะครับ เช่น ชุมชนที่ลงไปแล้วได้รับโฉนดชุมชนจะต้องมีการดําเนินการจัดทําฐานข้อมูลแผนที่ขอบเขต การจัดการการใช้ที่ดิน จะต้องไปทํากําหนดแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยคํานึงถึง เกษตรกรรมแบบยั่งยืน จะต้องมีแผนการอนุรักษ์ดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ในทรัพยากร ป์าไม้และทรัพยากรน้ําให้ยั่งยืน จะต้องกําหนดแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของชุมชน ต้องออกระเบียบการจัดการภายในชุมชน ต้องดําเนินการให้มี การจัดตั้งกองทุนที่ดินของชุมชน เพื่อที่จะมาดูแลเกี่ยวกับการดําเนินงานโฉนดชุมชน เหล่านี้เปึนต้น ดังนั้นก็จะมีหน้าที่ทั้ง ๒ ฝ์ายที่จะไปดําเนินการร่วมกัน นี่ก็คือกรณีของ โฉนดชุมชน ซึ่งผมคิดว่าตัวระเบียบตัวนี้ก็จะมีการนําเข้า ครม. สัปดาห์หน้าอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พูดถึง หลังจากนั้นก็จะมีกระบวนการที่ไป คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วก็มีการกลับมาบังคับใช้ในที่สุดครับ หลังจากประกาศใช้ไป แล้วก็คงจะเปึนการดําเนินการเฉพาะชุมชนที่มีความพร้อม แล้วก็เดินหน้าไปในส่วนที่ สามารถดําเนินการได้ เพื่อปกปัองหรือปัองกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการบุกรุก ที่ดินครับ
ในส่วนสุดท้ายที่ต้องตอบท่านก็คือ กรณีพื้นที่ป์าชายเลนครับ ความจริง กรณีป์าชายเลนก็อยู่ในความรับผิดชอบของทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ได้ชี้แจงกับทางคณะของเราที่มาตอบในวันนี้อย่างนี้ครับว่า กรณี ป์าชายเลนก็มีความซับซ้อน หรือความละเอียดอ่อนของพื้นที่มากกว่าป์าชนิดอื่น ๆ อยู่เหมือนกัน เนื่องจากป์าชายเลนเองก็มีลักษณะที่มีผลกระทบต่อสภาพนิเวศ หรือสภาพทางธรรมชาติค่อนข้างสูง ในอดีตที่ผ่านมามีมติคณะรัฐมนตรีในหลายป้ ด้วยกันครับ ที่ออกมาในเรื่องเกี่ยวข้องกับป์าชายเลน เช่น มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๓ กําหนดไม่ให้มีการออก ส.ค. ๑ น.ส. ๓ หรือโฉนด มติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๓๔ เรื่องระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป์าชายเลนเด็ดขาด มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม๒๕๔๓ อนุญาตราษฎรเข้าไปอยู่อาศัยในป์าชายเลนได้ โดยมิได้ มีเอกสารสิทธิ ยังคงอยู่อาศัยต่อไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้ทํากิน ทั้งนี้ต้องขออนุญาตจาก กรมป์าไม้ทุกป้ แล้วก็ห้ามออกเอกสารสิทธิ ต่อมาก็มีบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป์าไม้ กับสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการกันพื้นที่ ป์าสงวนแห่งชาติกลับคืนกรมป์าไม้ว่าพื้นที่ป์าชายเลนไม่สมควรนําไปปฏิรูปที่ดิน เหล่านี้เปึนต้น ล่าสุดนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงกําลังอยู่ระหว่างการเสนอมาตรการอนุรักษ์ และฟุ๋นฟูพื้นที่ป์าชายเลน ซึ่งเปึนการปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๔ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๓ และเดือนตุลาคม ๒๕๔๓ โดยมีสาระสําคัญก็คืออนุญาต ให้ราษฎรที่เข้าไปอยู่อาศัยในเขตป์าชายเลนที่มิได้มีเอกสารสิทธิก่อนวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ยังคงอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ทั้งนี้ต้องขออนุญาตจากกรมป์าไม้ ทุก ๕ ป้ เพื่อที่มาตรการนี้จะต้องนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปครับ
ผมถือโอกาสนี้สรุปในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามว่า กรณีนโยบาย โฉนดชุมชนก็ดี การจัดการเรื่องที่ดินก็ดี รัฐบาลก็คงจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อไม่ให้ปัญหา ที่มีการค้างคากันมาจะต้องมีการค้างคากันต่อไป แต่แน่นอนครับการดําเนินการในส่วน ของพื้นที่นําร่องก็คงจําเปึน เพื่อที่จะเปึนประสบการณ์ในการจัดพื้นที่อื่นที่มีปัญหาต่อไป ในภายหลังควบคู่กันไปกับการเร่งการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งทางกรมที่ดินรับผิดชอบ ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่าการลุกขึ้นมาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ไม่ได้ เปึนเรื่องที่เปึนเกมทางการเมืองเพื่อถ่วงเวลาแต่ประการใด นี่เปึนกระทู้ถามที่คงอยู่ในระเบียบวาระมาเปึนระยะเวลานานแล้วนะครับ แล้วก็ตอบ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามโดยไม่มีการที่จะไปยืดให้กระทู้นี้ยาวออกไปแต่ประการใด ความจริงก็มีกระทู้จากสมาชิกฝ์ายค้าน ในกระทู้ที่ ๑ อยู่ด้วยนะครับ แต่ก็มีการเลื่อน ออกไป เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนการตอบไปตามข้อเท็จจริงเท่านั้นครับ