สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องงบประมาณของสภาพัฒน์ โดยเรียกร้องการลดงบประมาณโครงการที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการศึกษาวิจัยและโครงการพัฒนาย่านประวัติศาสตร์ เนื่องจากสภาพัฒน์มีหน้าที่ผลักดันนโยบายพัฒนาประเทศ และมีมา 60 ปีแล้ว เธอยังหารือเรื่องโครงการโอทอปที่ถูกยกเลิกและเสนอให้ตัดงบประมาณของหน่วยงานที่ไม่มีจริยธรรมและเมตตาธรรม

นางฐิติมา ฉายแสง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองขอตัดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งสํานักนี้เปึน สํานักที่มีอยู่หลายหน่วยงานจริง ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะส่วนราชการถึง ๑๓ ส่วน หน่วยงาน ในกํากับอีก ๑ ส่วน แล้วก็องค์การมหาชนอีก ๔ ส่วน เพราะฉะนั้นมันมีตั้ง ๑๘ หน่วยงาน ด้วยกัน ดิฉันจึงสนใจในหลาย ๆ หน่วยงาน และหน่วยงานแรกที่อยากที่จะอภิปรายนะคะ ท่านประธานว่าทําไมถึงตัด ท่านประธานคะ ดิฉันสนใจในสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติค่ะ หรือว่าเราเรียกง่าย ๆ กันว่า สภาพัฒน์ นั่นเอง ท่านประธานที่เคารพคะ เราทราบกันอยู่แล้วนะคะว่าสภาพัฒน์นั้นเปึนหน่วยงาน ที่เปึนหลักในการวางแผน วางแผนแล้วก็จัดทํายุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศ เปึนหน่วยงานที่ต้องให้คําปรึกษากับรัฐบาล เปึนหน่วยงานที่ต้องติดตามประเมินผล นโยบายรัฐบาล ต้องวิเคราะห์ข้อมูลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในเชิงลึกของต่างประเทศ ด้วยนะคะว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องได้รับรู้เรื่องพวกนี้จากสภาพัฒน์ค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเรานั้น จะมีทิศทางการพัฒนาประเทศไปแบบถูกต้องหรือถูกทิศถูกทาง จะแข่งขันกับประเทศอื่น เขาได้ หรือจะถอยหลังลงคลองนั้น สภาพัฒน์นี้ละค่ะเปึนผู้ที่มีความสําคัญ แต่ทราบไหมว่า ในชั้นกรรมาธิการที่ดิฉันเปึนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้อยู่ เราพูดกันถึงสภาพัฒน์อย่างมีข้อมูลมากมาย มีความรู้มากมายที่เกิดขึ้น ดิฉันได้ทราบว่า สภาพัฒน์นั้น ตอนแรกบอกว่ามีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๒ ดิฉันก็บอกกับท่านเลขาธิการ สภาพัฒน์ว่า โอ้โฮ มีมาตั้ง ๕๐ ป้ เพราะป้นี้ ๒๕๕๒ ปรากฏว่าท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ตอบว่าไม่ใช่หรอก มีมา ๖๐ ป้แล้วต่างหาก ท่านประธานคะ ประเทศไทยเรามีแผนพัฒนา เศรษฐกิจก็ ๑๐ ฉบับ จะหมดเวลา หมดอายุกันก็ป้ ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นแผนพัฒนา ฉบับต่อไปก็จะเปึนฉบับที่ ๑๑ คําถามจึงขอถามว่า ดิฉันถามกับท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ไปด้วยนะคะ แล้วก็ต้องการถามคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ด้วยเช่นเดียวกันว่า ทําไม แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ๑๐ ฉบับเรามีมาแล้ว แต่ทําไมประเทศไทยจึงพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจและสังคมได้เพียงแค่นี้ ทําไม ดิฉันเกิดคําถามทําไมเยอะมาก ทําไมเรายัง ได้ยิน ได้ฟังคนพูดถึงเรื่องการศึกษาว่าในบางพื้นที่ในต่างจังหวัด เด็ก ป. ๔ เด็ก ป. ๖ ยังอ่านหนังสือไม่ออก ทําไมเราได้ยินแบบนั้น ทําไมรายได้ต่อหัวประชากรจึงยังต่ํา สู้ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ ทําไมเกษตรกรของเราจึงยังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ทําไมราคาพืชผลทางการเกษตรจึงตกต่ําอยู่ตลอด ทําไมต้นทุนภาคขนส่งของประเทศ จึงสูง ทําไมจึงยังมีเด็กท้องตั้งแต่อายุเพียง ๑๐ กว่าเท่านั้น ปัญหาสังคม หรือแม้กระทั่ง การใช้เชื้อเพลิงมาผลิตไฟฟัา เปึนการใช้แก๊สธรรมชาติถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ เชื้อเพลิงทั้งหมด ทําให้ประเทศไทยนั้นมีความเสี่ยงต่อด้านพลังงาน ท่านก็รู้อยู่ตอนนี้ ทําไมจึงมีเรื่องเช่นนี้อยู่อีก ท่านประธานคะ ในขณะที่ดิฉันนั่งประชุมอยู่นี้นะคะ ในห้อง พิจารณางบประมาณ ดิฉันได้พบบางหน่วยงานบอกไว้ค่ะว่าไม่ใช่ว่าประเทศไทยนั้น คิดนโยบายดี ๆ ไม่ได้ ไม่ใช่นะคะ แต่เปึนเพราะว่าประเทศไทยนั้นขาดการผลักดัน นโยบายดี ๆ อย่างต่อเนื่อง ขาดตรงนี้ต่างหาก เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมาหวนคิดกันหน่อยค่ะว่า ผู้ที่สมควรที่จะมีบทบาทในการผลักดัน นโยบายสําคัญดี ๆ ของประเทศนั้นคือสภาพัฒน์ใช่ไหม สภาพัฒน์ต้องทําหน้าที่พวกนี้ ให้ดี แต่ทําหรือยัง เพราะฉะนั้นแผนงานโครงการการใช้งบประมาณต่าง ๆ ของสภาพัฒน์ มันต้องสะท้อนค่ะ สะท้อนถึงภารกิจการผลักดันให้เกิดนโยบายพัฒนาประเทศ ทําให้ ประเทศไทยเรานั้นแข่งขันกับตลาดโลกให้ได้ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับโครงการบางโครงการ ในงบรายจ่ายอื่นของสภาพัฒน์ท่านประธาน เช่น โครงการศึกษาวิจัย ศึกษาวิจัยอะไร ท่านประธาน ศึกษาวิจัยเพื่อกําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานคะ ดิฉันกล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าสภาพัฒน์มีมา ๖๐ ป้แล้ว ทําไมจึงยังคง ต้องมีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อกําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอยู่อีก ทําไมจึงยัง มีอันนี้ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับงบประมาณนี้ และมาขอทุกป้ด้วย ขออยู่ ๔,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกป้เลย นอกจากนั้นที่ไม่เห็นด้วยอีกก็คือ โครงการศึกษาเสนอแนะแนวทางปฏิบัติ เพื่อการรักษา ฟุ๋นฟู และพัฒนาย่านประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่ถนนราชดําเนิน โดยการ มีส่วนร่วมของชุมชน อีก ๓.๕ ล้านบาท นี่ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะดิฉันคิดว่าหน่วยงาน สภาพัฒน์เปึนหน่วยงานที่ต้องทํางานที่ดูภาพมหภาคค่ะ ไม่ใช่งานเล็ก ๆ แบบนี้ จุลภาค แบบนี้ สภาพัฒน์ไม่ควรมาทํา ท่านประธานคะ มีหน่วยงานต่อไปที่ดิฉันสนใจว่ายังคง ทํางานไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ควรที่จะได้รับงบประมาณใดบ้าง เช่น สํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีแผนงานโครงการอยู่หลาย แผนงานด้วยกัน แต่ดิฉันติดใจอยู่ ๒ แผนงาน แผนงานแรก ก็คือแผนงานที่จะช่วย เสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตความมั่นคงด้านสังคม โครงการ ๒ โครงการนี้ ก็คือโครงการยกระดับชุมชน หรือโครงการเอสเอ็มแอล และอีกโครงการหนึ่งก็คือ โครงการ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ แน่นอนรายละเอียดต่าง ๆ ของเอสเอ็มแอลหรือชุมชน พอเพียงก็ได้มีการพูดคุยไป แต่ถามว่าทําไมดิฉันต้องติดใจอันนี้ด้วย ดิฉันติดใจโดยที่ดิฉัน คิดว่า ๒ โครงการนี้เริ่มต้นมาจากพรรคไทยรักไทยค่ะ เปึนพรรคที่ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านได้เริ่มเอาไว้ แล้วก็เปึนโครงการเอสเอ็มแอลก็ดี โอทอปก็ดี เปึนที่ชื่นชอบ เปึนประโยชน์ให้กับชุมชน ให้กับประชาชนคนไทยทั้งสิ้น เพราะว่าอะไร เอสเอ็มแอลนั้น เพิ่มศักยภาพให้หมู่บ้านหรือชุมชน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้ เสริมสร้างศักยภาพ ทั้งเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กับหมู่บ้านชุมชนแล้ว แน่ ๆ ค่ะ ช่วยส่งเสริมกระบวนการ มีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย อันนี้สําคัญมากทีเดียว พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการตามฉันทามติของที่ประชุมหมู่บ้านหรือชุมชน ของตนเอง และยังทําให้หมู่บ้านชุมชนทั่วประเทศนั้นเข้าถึงแหล่งงบประมาณของรัฐ โดยตรงเลย นี่คือสิ่งที่สําคัญ เพราะฉะนั้นอันนี้คือเปึนพื้นฐานที่ดี เปึนความคิดที่ดี เปึนวิสัยทัศน์ที่ดีมาก ๆ ในสมัยที่ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านได้เริ่มเอาไว้ค่ะ แต่มันกลับกลายมาเสียหาย เสียชื่อเอาก็รัฐบาลชุดนี้ละค่ะท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้ ก็มีปัญหา ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็ถกเถียงกันไป ถูกไหมคะ เอาละดิฉันจะไม่ลงลึกตรงนั้น เพราะก็คงพูดกันไปแล้ว แต่ทราบไหมคะว่า หนึ่งในโครงการที่ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ทําไว้ มีชื่อเสียงไว้ และได้รับความชื่นชมอยู่จนบัดนี้ก็คือพวกนี้ แต่รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ค่อยใส่ใจในโครงการนี้เท่าไร ทําไมดิฉันจึงบอกว่าไม่ใส่ใจ เพราะในหนังสืองบประมาณที่เราประชุมกันอยู่ เราดูที่ตัวชี้วัดปริมาณของงานด้วย เห็นว่าตัวชี้วัดเชิงปริมาณจํานวนชุมชนหมู่บ้านที่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณจากเปัาหมายที่ตั้งไว้ ในป้ ๒๕๕๒ เขาตั้งไว้ ๖๕,๐๐๐ แห่งค่ะ ท่านประธาน แต่ ๖๕,๐๐๐ แห่งในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ เกือบจะสิ้นป้งบประมาณ ๒๕๕๒ แล้ว ท่านรู้ไหมว่าเขาจัดสรรงบประมาณไปให้หมู่บ้านชุมชนสักแค่ไหน เขาจัดสรร ไปได้แค่เพียง ๒๔,๓๓๙ แห่งเท่านั้นเอง จะหมดป้งบประมาณอยู่แล้วยังทําไม่ถึงครึ่ง ของเปัาหมาย ดิฉันจึงต้องบอกว่านี่คือไม่ใส่ใจ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีไม่ใส่ใจ ดีพอ ไม่มีประสิทธิภาพดีพอ เพราะทําไม่ถึงครึ่ง แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่าอาจจะเปึน เพราะถูกผู้ยิ่งใหญ่บางคนสั่งหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ท่านปลัดก็เลยไม่ทํางานด้านนี้เท่าไร หรือว่ามันเปึนเพราะว่าไม่ใช่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ทราบนะคะเลยไม่ค่อยจะทํา

อีกโครงการหนึ่งค่ะในสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี โครงการโอทอป โครงการ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์นั้น เปึนโครงการที่แน่นอนมีประโยชน์มากท่านประธาน เปึนโครงการที่ดีเพราะว่าทําให้พี่น้องประชาชนกลุ่มแม่บ้าน หรือผู้ประกอบการสามารถ พัฒนาสินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน รายได้ที่มีนะคะ ท่านประธานถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ นี่คือโอทอป ลองคิดดูนะคะว่ารายได้ของ ประชาชนนั้นสะพัด ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้นั้น มันมีผู้คนมาเกี่ยวข้องสักแค่ไหน ท่านประธาน แน่นอนมีผู้ประกอบการเกือบ ๒๐,๐๐๐ รายที่ดิฉันมีข้อมูลนะคะ ดิฉันอาจจะผิดในข้อมูลบ้าง แต่ว่าจากที่ศึกษาไว้ในเล่มที่เขามีมาให้พิจารณางบประมาณ ก็จะพบว่ามีผู้ประกอบการเกือบ ๒๐,๐๐๐ ราย เกี่ยวข้องกับโอทอป และแน่นอนจํานวน คนงานก็ต้องหลายแสนคนที่เกี่ยวข้องกับโอทอป อันนี้ที่มันเปึนประโยชน์ คนเหล่านี้ เขามีอาชีพ มีรายได้ มีความรู้ มีความสุข สุดท้ายเขาก็ต้องมีความสุขเมื่อเขามีรายได้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีถ้ามีงานทํา แต่นั่นล่ะค่ะเช่นเดียวกับชุมชนพอเพียง ภายใต้การกํากับ ดูแลของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีนี้ด้วยนะคะ ที่ดิฉันเห็นว่าไม่ให้ความสําคัญ กับโครงการพวกนี้ ไม่ใส่ใจเช่นเดียวกันเพราะอะไรคะ ท่านประธานคะ โครงการโอทอป ในป้ ๒๕๕๒ นั้น ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๔๐๐ ล้านบาท ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในป้ ๒๕๕๒ ป้นี้ถ้าเรากลับไปดูสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพบไหมคะ ไม่พบเลย สักบาทเกี่ยวกับโอทอป แต่ไปเจอค่ะ ไปเจออยู่ที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีคําว่า ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ได้ฉุกคิดขึ้นมา ปรากฏว่า ดิฉันเจอแต่เจอแล้วตอนแรกดีใจนะคะ มองไปแล้วก็ต้องเสียใจ เสียใจกับพี่น้องชาว โอทอปทั้งหมด เสียใจกับพี่น้องประชาชนที่ดิฉันบอกว่าถ้าเขามีอาชีพ ถ้าเขามีความรู้ มีรายได้จะมีความสุข เขาอาจจะไม่มีความสุข ในป้ ๒๕๕๓ ก็ได้เพราะอะไร เพราะว่า สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น ตั้งงบประมาณให้ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ หรือโอทอปไว้ ซึ่งทํารายได้ให้กับประเทศชาติถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้นั้น ตั้งไว้แค่ เพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ถามว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปทําอะไรได้ ถ้าเราไปดูรายละเอียดแล้วเปึนค่าเบี้ยประชุมกรรมการไป ๕๐๐,๐๐๐ บาทแล้วค่ะ ถามว่า โอทอปควรจะได้รับการประชาสัมพันธ์ ควรจะได้รับการโฆษณา ควรจะได้รับการโปรโมท ส่งเสริมไหม ควรอย่างยิ่ง โอทอปนั้นถูกสกัดกั้นไม่ให้ได้รับชื่อเสียง ไม่ได้รับได้ยินอะไรเลย มาสมัย คมช. ค่ะ จบสิ้นตั้งแต่ตรงนั้น แต่แล้วก็เลื้อยมาเรื่อย ๆ ถูกไหมคะ เลื้อยมาเรื่อย ๆ เลื้อยมาจนมาเจอที่นี่ละ รัฐบาลชุดนี้ไม่ใส่ใจอยู่ดี ไม่ค่อยจะโปรโมท และ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดว่าเรามาพิจารณา การจัดงานต่าง ๆ ถึงแม้เปึนกรมการพัฒนาชุมชน ที่จัดงานอยู่ เมืองทองธานี ณ ขณะนี้ ในวันที่ ๒๒–๓๐ นี้ ที่อิมแพคเมืองทองธานี มีผู้ประกอบการ มากมายที่ไปจัดการอยู่ เขาหวังค่ะ หวังมากมายที่จะได้รายได้เข้ามา หวังที่จะเกิดผลประโยชน์ต่าง ๆ แต่แล้ว ลองคิดดูนะคะว่า อยากจะบอกพี่น้องชาวโอทอปจริง ๆ ว่าป้หน้าท่านจะไม่มีช่องทาง ในการจัดจําหน่ายแล้ว เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญ ไม่ได้ดูแลพี่น้อง ชาวโอทอปเลย เพราะฉะนั้นประชาชนคนไทยจะไม่ค่อยได้เห็นงานโอทอปในป้ ๒๕๕๓ เท่าไรนัก สินค้าหลายพันชนิดอาจจะไม่ได้อวดโฉมต่อประชาชนหรืออวดโฉมก็ต้องน้อยลง หรือกระเสือกกระสนกันเอง ผู้ประกอบการเปึนหมื่น ๆ รายก็จะหายไป ๆ ผู้ซื้อ ผู้บริโภค เปึนแสนเปึนล้านคนที่ไปหาแหล่งจับจ่ายใช้สอย เช่น ไปที่สนามศุภชลาศัยก็ดี หรือไป ที่อิมแพคเมืองทองธานีที่ผ่านมา ที่จัดงานกันนี่ จะหาของสวย ๆ งาม ๆ ของดียากขึ้นแล้ว ล่ะค่ะ เม็ดเงินที่เคยสะพัดอยู่ในระบบเศรษฐกิจก็จะสะดุดหยุดชะงัก ประชาชนและ ผลิตภัณฑ์ที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็จะขาดหายไปเพราะรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ค่อยได้ใส่ใจค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงบอกว่าท่านอย่าไป เชื่อท่านนายกรัฐมนตรี ที่เมื่อสัก ๒ วันก่อนให้สัมภาษณ์ไว้ ดิฉันก็อ่านอยู่ในไทยรัฐ ท่านให้สัมภาษณ์ไว้ว่าท่านนั้นยืนยันจะเดินหน้าโครงการโอทอปต่อไป ที่บอกว่าอย่าไปเชื่อ พูดสวยหรูไปอย่างนั้นล่ะ ก็เพราะว่าให้สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ๑ ล้านบาทเท่านั้นเอง ดิฉันเลยสงสารและเห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ หรือว่าคนงานอีกหลายแสนคนของโอทอปมากที่ธรรมดาแล้ว เขาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ส่งออกด้วยรายได้มากมาย มีเงินสะพัดอยู่ตั้ง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ กลับกลายเปึนจะไม่ค่อยได้เห็นแล้ว ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับ การที่จะให้งบประมาณในสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี จึงลดไปด้วยนะคะ

นอกจากนั้นแล้วค่ะท่านประธาน หน่วยงานที่ดิฉันให้ความสนใจต่อไปนี่ เปึนหน่วยงานที่เรียกว่าอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล เราทราบอยู่แล้วว่าสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น มีหน่วยงานเรียกว่าสํานักข่าวกรองแห่งชาติและมีกรมประชาสัมพันธ์ มีสํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ มีกองอํานวยรักษาการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. อยากจะพูดอันแรกก่อนค่ะ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ท่านประธานดูนะคะ ว่าตอนที่ถูกยึดทําเนียบรัฐบาลนั้นมีผู้คนที่จะต้องกลุ้มใจ กลุ้มใจกับข้อมูลข่าวสาร ที่มันหายไปจากกลุ่มพันธมิตรยึดทําเนียบรัฐบาล ข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลเกี่ยวกับ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอาจจะหายไป ข้อมูลเรื่องอาชญากร หรือผู้ก่อการร้ายข้ามชาติอาจจะ หายไป ข้อมูลผู้มีอิทธิพลนอกกฎหมายอาจจะหายไป ข้อมูลเจ้ามือหวยใต้ดินก็อาจจะ หายไปด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่างบประมาณที่ตั้งไว้ให้สํานักข่าวกรองแห่งชาตินั้น ก็ควรจะลดลงไปด้วย ดิฉันจึงเสนอว่าตัด แต่ว่าสิ่งที่สําคัญในวันนี้ค่ะท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันเองมาได้ยินเรื่องราวที่ทําให้ดิฉันตกใจค่ะ ตกใจอย่างมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และดิฉันก็ไปตามหา ถามว่าเรื่องอะไร ท่านประธานทราบอยู่แล้วนะคะว่า จะกรมประชาสัมพันธ์ก็ดี ที่ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๑,๒๖๕ ล้านบาท สํานักข่าวกรอง แห่งชาติก็ดี ๖๐๐ กว่าล้านบาท สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๑๘๑ ล้านบาท กอ.รมน. อีก ๘,๐๐๐ ล้านบาท หน่วยงานที่ดิฉันกล่าวมานั้นคืออาวุธของนายกรัฐมนตรี ดิฉันใช้คําว่า อาวุธ เพราะว่ามันสามารถใช้ได้ดีก็ดี ถ้าใช้ไม่ดีมันทําให้ประเทศชาติ เสียหาย ถ้าประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีที่เปึนคนที่มีคุณธรรมก็ดี แต่ถ้าได้นายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีคุณธรรมที่มาคุมสํานักนายกรัฐมนตรี มาดูแลอยู่นี่ท่านประธาน ไม่มีจริยธรรม ไม่มีเมตตาธรรม ไม่มีหิริโอตัปปะ ไม่มีพรหมวิหาร ๔ เพราะไม่มีหลักธรรมประจําใจ ไม่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นอกจากนั้นหากควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ พร้อมกับ มีจิตใจที่โหดร้ายทารุณมาดูแลตรงนี้ไม่ได้ท่านประธาน จะเอางบประมาณไปได้อย่างไร ถ้าเกิดว่าเปึนคนไม่ดี ท่านสามารถเปึนภัยอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนได้ ดิฉันเคยชมนะคะ เคยชมท่านนายกรัฐมนตรีกับเพื่อน ๆ บอกว่าท่านหล่อ ประชาชนก็ชม ดิฉันก็บอกว่าใช่ ท่านหล่อจริง ๆ ท่านพูดเก่ง มีวาทศิลปีดี ท่านมีท่วงท่าที่งดงาม แต่เมื่อดิฉันได้รับเอสเอ็มเอส (SMS) ดิฉันไปตามหาข่าวค่ะ ท่านประธานคะ และได้ไปฟัง ซีดี (CD) ซึ่งท่านประธานอนุญาตให้ดิฉันเป่ดซีดีไหมคะ ท่านประธานอาจจะไม่ได้ฟังดิฉัน พูด