ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องงบกลางและหลักเกณฑ์การใช้จ่าย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ ขอกราบเรียนทําความเข้าใจกับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่า งบกลางที่มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ รายการ จะมีหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญจะระบุเอาไว้ว่า งบประมาณใดก็ตามที่ไม่สามารถที่จะตั้งโดยตรงไว้หน่วยงาน หนึ่งหน่วยงานใดได้ให้ตั้งไว้ในงบกลาง แล้วก็ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา งบประมาณแผ่นดิน ก็ยังระบุเอาไว้ว่ารายการใดก็ตามที่ไม่ชัดเจน ไม่สามารถจะคํานวณ ได้ชัดเจนว่ามันจะเท่ากับเท่าไร เช่น ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการอย่างนี้ เราไม่รู้ว่าป้หน้า มันจะเจ็บป์วยกันเท่าไร อันนี้ตั้งไม่ถูก เพราะฉะนั้นใน ๒ กรณีอย่างนี้ให้ตั้งไว้ในงบกลาง และรัฐธรรมนูญสมัยก่อนเขาเป่ดกว้าง เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีสามารถจะใช้งบกลาง ไปทําอะไรก็ได้ แต่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนเคร่งครัดระบุว่า ในงบกลางต้องระบุ รายการให้ชัดเจน วัตถุประสงค์ต้องใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ซึ่งในทั้ง ๑๐ รายการ ก็อย่างที่ท่าน สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ก็คือว่ามีงบเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึน ผมกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่า กรณีฉุกเฉินและจําเปึนไม่เกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลนะครับ คือมันต้องกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน แล้วถึงจะใช้จ่ายเร่งด่วนในกรณีนั้น เท่านั้น ซึ่งจะเปึนในลักษณะที่เกิดภัยธรรมชาติ เกิดวาตภัย เกิดดินถล่ม ฟัาทลาย แผ่นดินไหวต่าง ๆ เหล่านี้ถึงจะใช้ได้ ในงบประมาณป้ก่อน ป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ถือว่าความเร่งด่วนจําเปึนในการเอาไปใช้ในการกู้เศรษฐกิจ ก็ตั้งไว้สําหรับกรณีที่จะ แก้ปัญหา ๖ เดือน ซึ่งเร่งด่วน ๖ เดือน ก็ตีความว่ามีความจําเปึนเร่งด่วน ท่านจึงเอางบกลาง ส่วนนี้มาใช้ในการกู้เศรษฐกิจ แต่ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ไม่มีครับ มี ๑๐ รายการแค่นั้น นะครับ ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตามที่ท่านทั้งหลายทราบแล้ว นะครับ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดําเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ เงินชดเชยค่าสิ่งก่อสร้าง ซึ่งอันนี้เขามีหลักเกณฑ์อยู่ ถ้าเผื่อวันที่ประมูลกับวันที่มอบงาน ค่าก่อสร้างมันห่างกันมากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องจ่ายค่าเคให้เขาไป ที่ถามว่าตั้งไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท พอหรือไม่พอ ทางสํานักงบประมาณรายงานกรรมาธิการว่า น่าจะพอครับ ก็เปึนการคาดการณ์ล่วงหน้า แต่ถ้าหากว่าไม่พอ ก็จะประสานไปทางหน่วยราชการ ให้มีการใช้วิธีการบริหารงบประมาณ ปรับปรุงกับหน่วยงานนั้นเพื่อมาชดเชยครับ เช่น มีงบเหลือจ่ายห้ามเอาไปใช้ทําอย่างอื่น อันนี้สํานักงบประมาณเปึนกฎเหล็กเลยว่า ต้องเอามาช่วยในค่าเค อันนี้นะครับ ส่วนเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจําเปึน ผมกราบเรียนแล้วว่าสําหรับ เช่น เมื่อเกิด ไข้หวัดนกอย่างนี้มันก็ต้องใช้นะครับ เกิดสึนามิอย่างนี้มันก็ต้องใช้ที่ตั้งไว้ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้มากหรอกครับ เพราะว่ามีความจําเปึนที่เห็นอยู่ในอดีตมาดูแล้วมันก็แทบจะไม่พอ ด้วยซ้ําไป ค่ารักษาพยาบาล ค่าลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผมกราบเรียนแล้วว่าอันนี้ เราไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าเจ็บไข้ได้ป์วยเท่าไรก็ใช้ข้อมูลในอดีตมาคาดการณ์ เบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐ เรื่องเงินเดือน เงินปรับปรุงวุฒิข้าราชการ เงินสํารอง เงินสมทบ เงินชดเชยข้าราชการ เงินสมทบ ของลูกจ้างประจํา ที่ผมอ่านเร็ว เพราะ ๕ ประการหลังเราจะโอนไปให้เปึนอํานาจของ กรมบัญชีกลางเขาจ่ายโดยตรงเลยครับ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจนถึงเงินสมทบ กับลูกจ้างไม่เกี่ยวกับกระทรวงการคลัง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรี มีแต่กรณีงบเร่งด่วนฉุกเฉินเท่านั้นที่ว่า เมื่อก่อนถ้าเผื่อ ๑๐ ล้านบาทลงมาเปึนอํานาจ ของผู้อํานวยการสํานักงานงบประมาณ แต่ว่าตอนหลังนี้ ถ้าเผื่อ ๑๐–๑๐๐ ล้านบาท เปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรี ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ แต่ถ้าเผื่อเกิน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิธีการพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๔๒ บอกว่า ห้ามไม่ให้ เปึนอํานาจของนายกรัฐมนตรีต่อไป ให้เปึนมติคณะรัฐมนตรี และการใช้จ่ายถ้าเผื่อจัดซื้อ จัดจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรี คือมีการควบคุมค่อนข้าง ที่ชัดเจนครับ เดี๋ยวนี้เราจะลุแก่อํานาจไปใช้กันง่าย ๆ ไม่ได้แล้วครับของงบกลาง ผมขอกราบเรียนให้ทราบในหลักการอันนี้นะครับ ส่วนในรายละเอียดที่ท่านถาม ผมอยากจะขอความกรุณาให้ท่านอรรถชัย เลขานุการของคณะกรรมาธิการ ได้ตอบคําถามบางประเด็นเกี่ยวกับข้อมูล เพราะเปึนระเบียบของทางราชการ ขอความกรุณาท่านประธานครับผม