สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ อภิปรายเรื่องงบประมาณในหมวดที่ ๕ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ และเสนอให้รัฐบาลควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการสร้างกองทุน 3 กองทุนเพื่อรักษาพยาบาล

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้ให้โอกาสผม เมื่อสักครู่นี้ผมมีธุระ อยู่ข้างห้องประชุมครับ ท่านประธานครับวันนี้ที่ผมอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ งบกลางในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดมี ๑๐ หมวดด้วยกันนะครับ แต่สิ่งที่ผมสนใจ ก็คือหมวดที่ ๕ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงาน ของรัฐ ซึ่งได้มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ ๔๘,๕๐๐ ล้านบาทนะครับ ในส่วนของ งบกลางทั้งหมดที่ ๑๐ หมวดดังกล่าวก็มีงบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดําเนินและต้อนรับ ประมุขต่างประเทศจนกระทั่งถึงเงินสมทบลูกจ้างประจํานี้นะครับ ในหมวดนี้ทั้งหมด ไม่มีการตัดงบเลยนะครับ แต่วันนี้ผมจําเปึนจะต้องมาเสนอให้เปึนข้อสังเกตว่า งบประมาณในส่วนหมวด ๕ คือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและ พนักงานของรัฐนั้น นับวันแต่ละป้จะมีงบประมาณที่ค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่ตั้งไว้ทุกครั้ง นะครับ ในป้ ๒๕๕๑ ตั้งงบไว้มียอดค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลมากกว่า ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ตัวเลขที่เราตั้งไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ผมก็เชื่อว่าคงไม่พอ ดังนั้นการที่ผมจะสั่งตัดหรือขอมติให้ตัดผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คงไม่สามารถที่จะ ทําให้เกิดขึ้นได้นะครับ เพราะท่านไม่ตัดแล้ว แต่สิ่งที่ผมจะต้องอภิปรายก็คือว่า ผมยืนยันว่า งบในส่วนนี้จะเปึนงบที่มีปัญหาและมีภาระต่อรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ เปึนที่น่ายินดีครับที่เรามีข้าราชการที่พยายามหาหนทางแก้ไข วันนี้ผมได้ทราบข่าวว่า ข้าราชการจากกรมบัญชีกลางก็ได้พยายามที่จะเอาปัญหาต่าง ๆ มาสรุปให้ได้ว่า เราจะควบคุมงบนี้ได้อย่างไรนะครับ เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะวิกฤติของประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจขณะนี้ ก็คือว่าเขาพยายามที่จะเอาตัวเลขของงบประมาณค่าใช้จ่าย สําหรับข้าราชการในป้ที่ผ่านมาว่าจ่ายไปทั้งหมดเท่าไร แล้วก็หารด้วยจํานวนของ ข้าราชการและผู้มีสิทธิทั้งหมด สมมุติในข่าวบอกว่า สมมุติว่าค่าเฉลี่ยออกมาตกหัวละ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาจะแยกเปึน ๓ กองทุน เปึนกองทุนสะสม สมมุติว่า ๒,๐๐๐ บาท เปึนกองทุนสําหรับการรักษาพยาบาล ๕,๐๐๐ บาท ส่วนกองทุนที่ ๓ เปึนกองทุนสําหรับ รักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ก็จะให้ข้าราชการทุกคนพยายามดูแล สุขภาพของตัวเองนะครับ เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายโดยส่วนรวม ถ้าผู้ใดสามารถทําได้ถึงเปัา นะครับ ก็จะทําให้ได้เงินจํานวนนี้เปึนบําเหน็จ บํานาญสมทบไป เมื่อพ้นไป ๑ ป้ หรือเมื่อออกจากราชการไปนะครับ ถึงแม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้หรือยัง ไม่ได้ข้อสรุปก็ตาม แต่ผมว่าถ้าเรามีข้าราชการที่พยายามคิดหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศชาติได้อย่างนี้ก็เปึนที่น่าชื่นชม ท่านประธานครับ ในส่วนของการแก้ไขในหมวดนี้ผมเชื่อว่าค่อนข้างยาก เพราะเราจะต้องคํานึงถึงสิทธิ ของข้าราชการที่ท่านได้อุทิศทํางานให้กับบ้านเมืองมานะครับ เราคงต้องรักษาสิทธินี้เข้าไว้ แต่ในขณะเดียวกันขณะนี้กองทุนของเราซึ่งมี ๓ กองทุน คือกองทุนสําหรับข้าราชการ กองทุนของสํานักงานประกันสังคม และกองทุนของสํานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ปรากฏว่า ๓ กองทุนนี้มีความแตกต่างของการได้รับการรักษาแตกต่างกัน อย่างมากมายนะครับ ในหมวดของข้าราชการก็จะมีสิทธิ จริง ๆ แล้วก็ควรจะต้องใช้ยา บัญชีหลักแห่งชาติ แต่เนื่องจากว่ามันยังมีช่องโหว่อยู่ ยกตัวอย่างเช่น ต้องการใช้ยา ที่เปึนยานอกก็สามารถให้ผู้อํานวยการโรงพยาบาลหรือหมอผู้เชี่ยวชาญ ๒ คน เขียนอนุมัติได้ดังนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นทําให้คุณภาพการรักษาพยาบาลของ ๓ กอง ท่านประธานครับผมต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการวิสามัญที่ได้พิจารณา ตัดงบประมาณลง แต่ผมคิดว่าน่าจะตัดได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลต่าง ๆ ของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ หลายแห่งตามต่างจังหวัด ประสิทธิภาพในการ รักษาพยาบาล กําลังคนก็ดี ผมเชื่อว่าถ้ามาใช้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขก็จะทําให้ลด งบประมาณในส่วนของการใช้เครื่องไม้ เครื่องมือ หรือค่าแรงงานต่าง ๆ ได้มาก จึงเรียนนําเปึนข้อสังเกตไว้ ณ ที่ประชุมแห่งนี้ ขอบคุณมากครับ