สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องงบประมาณแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุเหตุผล 24 ข้อที่ทำให้ต้องการปรับลดงบประมาณ 30% และแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการสืบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่นั้น และเรียกร้องให้ปรับลดงบประมาณ 30% ทุกหมวดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

เหตุผลที่ผมต้องขอปรับลด เกี่ยวกับงบประมาณแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมีเหตุผลทั้งหมด ๒๔ ข้อ ผมจะไล่ไปทีละข้อเลยนะครับ ก็จะเรียงลําดับตามความสําคัญนะครับ

ข้อที่ ๑ เหตุที่ผมต้องปรับลด เนื่องจากว่าโดยภาพรวมรัฐบาลนี้ไม่สามารถ จะบริหารงบประมาณที่มีอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยมีเหตุผลข้อที่ ๑ รัฐบาลยังไม่มีกฎหมายรองรับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. สบ.ชต. ที่ยังไม่เข้าพิจารณาในสภา ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลนี้ได้บอกว่าหากจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้จําเปึนต้องมีกฎหมายเฉพาะที่เรียกว่า สํานักงานบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปึนองค์กรหลักในการที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในประเด็น เกี่ยวกับการพัฒนา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายนี้เข้าในสภาเพื่อพิจารณา เพราะฉะนั้นจึงเกิดความไม่มั่นใจครับว่า ถ้าได้งบประมาณนี้โดยองค์กรนี้ไม่เกิดอีก มันจะเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือไม่ อย่างไรนะครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุผลข้อที่ ๒ เนื่องจากว่ากระบวนการการตรวจสอบ การใช้งบประมาณนี้ยังไม่เกิดขึ้น ผมเคยเข้าร่วมสัมมนาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณท่านหนึ่งบอกว่า เหตุที่เราไม่สามารถจะไปตรวจสอบการใช้ งบประมาณในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพราะข้าราชการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่บอกว่าอย่าลงมาเลยครับ เพราะมันมีความเสี่ยง ไม่คุ้มกับการที่จะตรวจสอบ อันนั้นคืออันหนึ่งที่ผมจึงไม่มั่นใจครับ

ข้อที่ ๓ เหตุผลที่ผมไม่สามารถจะเห็นชอบกับงบประมาณที่มีอยู่นี้ ก็คือข้อที่ ๓ เนื่องจากสมมุติฐานเดิมเกี่ยวกับการก่อเหตุกับสมมุติฐานในปัจจุบันนั้น มันมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วนะครับ ผมมีกรณีตัวอย่างเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ ที่ผมกําลังจะบอกว่าสมมุติฐานเดิมนั้น เราเข้าใจว่าทุกครั้งที่เกิดการระเบิด การยิง การฆ่า เราก็ตั้งสมมุติฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุ นั่นคืออาร์เคเค (RKK) พูดถึงอาร์เคเคก็คือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามมีชาติพันธุ์มลายูเปึนผู้ก่อเหตุ แล้วก็ตั้งสมมุติฐานว่าผู้ที่ถูกกระทํานั้นก็คือผู้ที่ไม่นับถือศาสนาเดียวกันกับผู้ที่ก่อเหตุ หรืออาร์เคเคนั่นเอง แต่มีเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ที่มันมีความขัดแย้งครับ คือเหตุการณ์ ที่ ๑ ก็คือกรณีเกิดการยิงครูที่บ้านเจ๊ะเก ตําบลบาโงสะโต อําเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ที่รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเปึนฝ้มือการกระทําของ อาร์เคเค นั่นก็หมายถึงคนไทยที่มีเชื้อพันธุ์มลายูและนับถือศาสนาอิสลาม หลังจากนั้น ไม่กี่วันครับหมายจับก็ออกมาอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ทั้งชื่อและนามสกุลบ่งบอกถึง ผู้ที่ก่อเหตุนั้นน่าจะตรงกับสมมุติฐานและการคาดเดาของรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคง และผู้ที่ถูกกระทํานั้นเปึนครูมาจากต่างจังหวัด เปึนผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ แต่มันมีเหตุการณ์ข้อที่ ๒ ที่น่าสนใจก็คือกรณีเกิดการยิงที่ไอปาแย การยิงไอปาแยก็คือยิง ในมัสยิด ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ ได้ลงข่าวว่า สุเทพควงพัชรวาทแก้ปัญหาใต้ แล้วผมจะโยงไปเรื่องงบประมาณครับบอกว่า ที่ผมไม่เห็นชอบ เพราะว่าสมมุติฐานในการตั้งงบประมาณครั้งนี้มันผิดกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แล้วก็ทําให้การกําหนดหมวดต่าง ๆ ในการแก้ปัญหานั้นไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ที่มีอยู่ ในนี้เขาบอกว่ามีการออกหมายจับบุคคลหนึ่งที่เปึนผู้ก่อเหตุ ยิงมัสยิดอัลฟุรกอน อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ชื่อว่า นายสุทธิรักษ์ คงสุวรรณ อายุ ๓๔ ป้ ในขณะที่ ท่านสุเทพ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกสัมภาษณ์ว่าผู้ที่ก่อเหตุการณ์ยิงมัสยิดนั้น คืออาร์เคเค เพราะฉะนั้นสมมุติฐานใหม่ก็ต้องเกิดขึ้น ก็คืออาร์เคเคมีทั้งที่เปึนมุสลิม และไม่ใช่ที่เปึนมุสลิม มีที่เปึนมลายูและไม่ใช่ที่เปึนมลายู แต่แผนการในการวาง จัดงบประมาณที่อยู่ในแผนงานเล่มที่ผมถืออยู่นี้ ซึ่งเปึนแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นดูเสมือนตั้งสมมุติฐานเดิมครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่อาจจะเห็นด้วย กับงบประมาณที่จัดไว้จึงขอปรับลด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเกรงว่าสมมุติฐานที่ตั้งไว้นั้น มันจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ครับ อันนั้นคือเหตุผลที่ ๓

เหตุผลที่ ๔ ครับ ก็คือความจริงใจในการระงับเหตุ ยังไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในงบประมาณนี้หลาย ๆ หน่วยงานได้ของบประมาณเพื่อสืบสวน เพื่อทําราชการลับ เพื่อทําข่าวกรองในการที่จะหาผู้ที่กระทําความผิด และผู้ที่มีความคิดในการที่จะ ก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปึนจํานวนเงินมหาศาลครับ แต่ว่าใน ๒-๓ วันที่แล้วเกิดคาร์บอมบ์ครับ เกิดคาร์บอมบ์มีผู้บาดเจ็บประมาณ ๔๓ ราย สาหัสประมาณ ๓ ราย มีทั้งแพทย์ นายอําเภอ และข้าราชการอื่น ๆ ในขณะที่รัฐบาล ของบประมาณมหาศาลในการทําข่าวนั้น ปรากฏว่ารถที่ทําคาร์บอมบ์ในครั้งนี้เปึนรถ ที่ขโมยมาจากเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน อําเภอบาเจาะ ที่ออกสํารวจที่ดินรอบเทือกเขาบูโด แล้วก็ถูกยิงครับ แล้วก็ขโมยรถนี้ไป ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๒ ระยะเวลาผ่านไป ๔ เดือนครับ ปรากฏว่ารถคันนี้กลายเปึนรถคาร์บอมบ์ที่ร้านอาหารสวนกล้วยไม้ที่จังหวัด นราธิวาส แล้วก็มีผู้บาดเจ็บมากมาย เพราะฉะนั้น ๓-๔ ป้ที่ผ่านมาได้ของบประมาณ เกี่ยวกับงานข่าวนี้เยอะ แต่ว่าการสืบสวนรถที่หายไปใช้เวลา ๔ เดือน ไม่สามารถที่จะชี้ชัด ว่ารถอยู่ที่ไหน แถมรถคันนี้มีการพ่นสีใหม่ จากสีเขียวเปึนสีบรอนซ์ ซึ่งการพ่นสีลักษณะอย่างนี้แน่นอนละครับ คงทําตามพื้นที่ไม่ได้หรอกครับ ยกเว้น ต้องอยู่ในอู่ เพราะฉะนั้นถือว่ามีความล้มเหลวในเรื่องของการข่าวในพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่า ไม่คุ้มกับงบประมาณเกี่ยวกับการข่าวที่รัฐบาลขอ รวมทั้งที่บรรจุไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๓ ครับ อันนี้คือเหตุผลที่ ๓

เหตุผลถัดไปครับ ที่ผมไม่อาจจะเห็นด้วยก็คือเกี่ยวกับที่เกี่ยวข้อง ในกระทรวงการต่างประเทศ ผมมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในประเทศมาเลเซียครับ ชื่อหนังสือพิมพ์คอสโม่ (Kosmo) มีรูปทักษิณอยู่หน้า ๑ เลยครับ เปึนหนังสือพิมพ์ ที่ออกหลังจากทักษิณแวะที่กัวลาลัมเปอร์ ทําไมโยงใยเกี่ยวกับงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ครับ มันเกี่ยวครับเพราะว่าโดยการอนุมัติงบประมาณป้ที่แล้วให้กับกระทรวงการต่างประเทศ การแสดงท่าทีต่อประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซียนั้น ดูเสมือนจะมีการโต้ตอบจาก ประเทศมาเลเซียครับในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เพราะวันที่ทักษิณแวะที่กัวลาลัมเปอร์นั้น มท. ๓ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่ามาเลเซียให้ที่พักพิง กับผู้ต้องโทษจากประเทศไทย แล้วก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการที่จะจับกุมทักษิณ จน มท. ๓ ให้สัมภาษณ์ว่าจึงประสานส่วนตัว เพื่อที่จะไปจับทักษิณที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในที่สุดครับวันรุ่งขึ้นผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ดาโต๊ะ มูซา ให้ออกสัมภาษณ์โต้ตอบ มท. ๓ ครับ และโต้ตอบกระทรวงต่างประเทศว่าเปึนการไม่ให้เกียรติกัน เพราะการ ดําเนินการทางการทูตในลักษณะอย่างนี้ถือว่าไปทําลายจิตใจประเทศเพื่อนบ้าน เหตุผลก็คือทางมาเลเซียบอกว่าประเทศมาเลเซียยังไม่เคยได้รับหมายจับ จากประเทศไทยแต่ประการใด เพราะฉะนั้นเปึนสิทธิของทักษิณที่จะเข้าไปในมาเลเซีย เปึนระยะเวลา ๑ เดือน ในฐานะนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการของบประมาณ ในกระทรวงการต่างประเทศและงบประมาณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่เกี่ยวข้องกับดําเนินการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน นั้น ผมไม่อาจจะเห็นด้วย ถ้ามีวิธีการทํางานอย่างนี้นะครับ เพราะได้รับคําตําหนิ จากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็จะส่งผลต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย ๒๒๐,๐๐๐ คน ที่ทํางานในมาเลเซียอย่างผิดกฎหมายที่ทางมาเลเซียอะลุ้มอล่วยให้นะครับ เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผล ๔ ข้อ ซึ่งไม่หมดหรอกครับ เหตุผลที่ผมจะอ่านนั้น ผมจึงไม่อาจจะเห็นด้วยกับ งบประมาณนี้ แล้วก็ขอปรับลดในมาตรา ๓ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกหมวดที่เกี่ยวข้องกับ การไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ขอบคุณมากครับ