สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

ดวงแข อรรณนพพร หารือเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านล้านบาท และเรียกร้องให้พิจารณาการกระจายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอแนะว่าควรตัดงบประมาณไว้ 5% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่าย

นางดวงแข อรรณนพพร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ดิฉันเปึนคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ตลอดระยะเวลาที่มีการเข้าร่วมประชุม กรรมาธิการของงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเราพิจารณาอยู่ในยอดเงิน๑.๗ ล้านล้านบาท คณะกรรมาธิการหลาย ๆ คนก็จะมีความรู้สึกอึดอัด และหลาย ๆ ท่าน กรรมาธิการ ที่ได้กล่าวไปแล้ว ดิฉันก็คงจะไม่พูดในส่วนของซ้ําประเด็นที่ท่านกรรมาธิการได้พูดไปแล้ว แต่เปึนที่น่าสังเกตเปึนอย่างยิ่งว่า ในการกระจายเกี่ยวกับงบประมาณลงไป ในป้นี้ หลาย ๆ ท่านก็คงจะมีความคิดเห็นที่ไม่แตกต่าง การกระจายงบประมาณลงไป จะกระจุก ไม่กระจาย จะอยู่ในบางพื้นที่ บางจังหวัด ก็จะมีการเห็นในหลาย ๆ ท่าน และอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากตั้งเปึนข้อสังเกตในส่วนของการพิจารณาเงินงบประมาณ หลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบ งบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ๑.๗ ล้านล้านบาท แล้วก็เปัาที่ตั้งไว้ บอกว่าจะได้สักประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าในส่วนนี้ที่จะเอา งบประมาณ โปะลงไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่าป้นี้จริง ๆ แล้วอาจจะต้อง หาเงินเยอะกว่านั้นเข้าไปโปะ เพราะดูจาก จีดีพี ที่คาดการณ์ไว้ ท่านก็มีการคาดเดา แต่ จีดีพี ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เปึนไปตามเปัา และเปึนที่น่าสังเกตอีกเช่นกัน ในส่วนของการพิจารณา ในป้ที่หลาย ๆ ท่านที่พิจารณาผ่าน ๆ มา ประเทศไทยก็คงเปึนที่ทราบกันอยู่แล้ว ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยจะเปึนประเทศหนึ่งที่มีการอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ เยอะมาก หรือจะเรียกได้ว่า ประเทศไทยจัดอบรมประชาสัมพันธ์เยอะที่สุด สรุปแล้ว อาชีพใหม่ของคนไทยก็คือคงจะเปึนอาชีพรับจ้างอบรมสัมมนา เพราะว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม มีการจัดอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ทั้งหมด และเปึนที่น่าสังเกตเปึนอย่างยิ่ง เช่นกัน ป้นี้หลังจากที่มีความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็เร่งดําเนินการโดยจัดโครงการเข้าไปช่วยเหลือชายแดนภาคใต้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งตัวนี้ดิฉันก็ขอตั้งเปึนข้อสังเกตว่า จะด้วยเปึนการประเคนเอางบประมาณลงไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากเกินไปหรือเปล่าทําให้เกิดความรุนแรงมากเพิ่มขึ้น ดิฉันจึงขอเรียกตัวนี้ว่ามันอาจจะเปึนความรุนแรงเชิงผลประโยชน์ เพราะว่า ยิ่งเอางบประมาณลงไปเยอะดิฉันสังเกตว่าความรุนแรงยิ่งมากขึ้น อันนั้นคือสิ่งที่ สังเกตเห็นได้ชัดนะคะ

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านพูด ดิฉันก็นั่งฟังอยู่มันก็ซ้ําประเด็น มาหลายประเด็น ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดิฉันก็เลยบอกท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ที่พูดไปแล้วดิฉันก็คงจะไม่พูดถึง ดิฉันก็จะขอยกตัวอย่างสิ่งที่กรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ตั้งเปึนประเด็น นั่นก็คือในเรื่องขององค์การคลังสินค้า เพราะองค์การคลังสินค้าเขาจะตั้ง งบประมาณไว้ ป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้แค่ ๑๐ ล้านบาท แต่ป้ ๒๕๕๓ ตั้งไว้ถึง ๔,๙๐๐ ล้านบาท ดูแล้วทางกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านก็ตกใจ ทําไมงบประมาณถึงเพิ่มขึ้นมาเยอะจัง แต่หลังจากที่ได้สอบถาม ซักถามในรายละเอียดเข้าไปปรากฏว่า ๔,๙๐๐ ล้านบาท ขององค์การคลังสินค้าที่ตั้งขึ้นไม่ได้เปึนการตั้งเงินเพื่อเอามาใช้จ่ายในงบป้ ๒๕๕๓ แต่เปึนการตั้งไว้เพื่อชดเชยเงินที่ได้ใช้ไปแล้ว นั่นก็คือตัวนี้ได้ใช้ไปในโครงการรับประกัน ราคาข้าว แล้วก็มีการแปรสภาพเกี่ยวกับสินค้าเกษตรกรซึ่งตัวนี้ใช้ไปหมดแล้วตั้งแต่ เดือนมีนาคม สรุปแล้วก็คือตั้งเงินงบประมาณ ซึ่งดิฉันก็ได้มีการสอบถามอยู่ ธรรมดาปกติ ถ้าเกิดเราพิจารณาในส่วนของคณะกรรมาธิการพิจารณาเงินงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เราจะต้องเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ แต่ปรากฏว่าเงินงบประมาณตัวนี้ที่ขอไป ปรากฏว่าเปึนเงินงบประมาณที่ต้องนํามาชําระหนี้ที่ใช้ไปและใช้จนสิ้นสุดจนถึง เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งก็ได้ตั้งเปึนข้อสังเกต แต่สรุปแล้วก็มีการสอบถามว่า เงินงบประมาณที่จะขอ ๔,๙๐๐ ล้านบาท จะขอในส่วนของหมวดอื่นได้ไหม แต่ปรากฏ เขาบอกว่าใช้ไม่ได้ถึงอย่างไรก็ตามจะต้องมาขอในส่วนนี้และเปึนประเด็นสําคัญที่สุด เขาบอกว่าในขณะนี้รัฐบาลก็ได้กู้ไปแล้ว แล้วก็ได้ใช้ไปแล้วจะต้องกู้เงินตัวนี้ และนําไปชําระหนี้ ถ้าไม่ชําระหนี้ตามกําหนดก็จะทําให้รัฐบาลของเราเองที่จะเรียกว่า เสียเครดิต (Credit) หรือเสียหน้าเปึนอย่างมากจําเปึนจะต้องรักษาเครดิตไว้ ก็นํากลับ ไปพิจารณาอยู่ ๒ ครั้ง สรุปแล้วเราก็ต้องคืนให้เหมือนเดิม แต่จริง ๆ แล้วในส่วนของ วิธีการปฏิบัติหรือที่เขาเรียกว่า ระบบทางวินัยทางการเงิน การคลัง ดิฉันก็ยังเห็นว่า จะไม่เหมาะสมในการมาใช้หมวดนี้

หรือแม้กระทั่งเช่นเดียวกันอีกตัวอย่างหนึ่งในส่วนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งท่านชาดาขออนุญาตที่เอ่ยนามได้กล่าวไปแล้ว นั่นก็คือการตั้งงบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งจะต้องตั้งให้ได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าป้นี้ก็ตั้งไว้ หมิ่นเหม่อย่างมากมาย

แล้วก็อีกหมวดหนึ่งที่สงสัยก็คือได้มีการจัดเอาเงินของเบี้ยผู้สูงอายุ เงินของส่วนของ อสม. หรือแม้กระทั่งเงินเรียนฟรี ๑๕ ป้ตามนโยบายของรัฐบาลในหมวดนี้ มารวมไว้ในส่วนของอุดหนุนเฉพาะกิจ ซึ่งตัวนี้ถือว่าจริง ๆ แล้วถ้าเปึนนโยบายของรัฐบาล หรือเปึนส่วนที่จะต้องมีแนวทางก็น่าจะเอาไว้ในหมวดงบกลางน่าจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าเอามาไว้ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิฉันก็ถือว่าอาจจะเปึนการ ผลักภาระหน้าที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกินไปหรือไม่ หรือถ้าเกิดในป้ ๒๕๕๔ ถ้าในส่วนอุดหนุนเฉพาะกิจไม่มีการตั้งงบตัวนี้เข้ามาปัญหาที่จะเกิดขึ้นที่ตามก็คือ ปัญหาจะตกลงไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละที่ที่เขาได้มีการจัดสรรงบประมาณ หรือมีการแจกจ่ายงบประมาณ แจกจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุ แจกจ่ายเงินให้กับ อสม. ไปแล้ว แต่ถ้าป้ ๒๕๕๔ ไม่ได้รับเงินอุดหนุนลงไปก็ถือว่าเปึนการเพิ่มภาระให้เขาและจะเปึน การสร้างปัญหาเพราะตัวนี้ปัญหาที่แน่นอนที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาภายในพื้นที่ ปัญหาของผู้บริหารในส่วนของท้องถิ่นที่เขาจะต้องรับบทบาทและรับภาระนี้อย่างเต็ม ๆ

และอีกอย่างหนึ่งก็ถือว่าคงจะเปึนป้แรกที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่เปึนข้อสังเกตว่าในการเบิกจ่ายงบประมาณป้นี้ของเราก็มีการใช้ระบบ จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) เข้ามาในส่วนของการร่วมกันพิจารณาดูว่าส่วนของการเบิกจ่ายงบประมาณ เบิกจ่ายไปแล้วได้กี่เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็สังเกตได้อย่างชัดเจนอย่างที่ท่านกรรมาธิการนฤมล ได้เอ่ยไปแล้ว ส่วนมากในส่วนของการเบิกจ่ายจะเบิกจ่ายไปอย่างล่าช้ามาก แล้วก็จะเปึน ๒ เดือนสุดท้ายที่จะมีการเร่งเบิกจ่าย ในส่วนของการเบิกจ่ายจะเบิกจ่ายไปอย่างล่าช้ามาก และก็จะเปึน ๒ เดือนสุดท้าย ที่จะมีการเร่งเบิกจ่าย เพราะจากการสอบถามก็จะมีการตอบหลาย ๆ กระทรวง หลาย ๆ กรม ก็จะตอบคําตอบที่คล้าย ๆ กัน นั่นก็คือบอกว่า ตัวนี้จะมีการเซ็นสัญญาภายใน เดือนสิงหาคม ตัวนี้อีกประมาณ ๒ อาทิตย์ ก็จะมีการเซ็นสัญญา ซึ่งตัวนี้จะเปึนคําตอบ ที่ได้รับที่ทางคณะกรรมาธิการเราได้รับคําตอบตลอดเวลา ฉะนั้นสรุปแล้ว ท่านกรรมาธิการนฤมลตั้งข้อสังเกตไว้ไม่ผิดหรอกค่ะ ที่ท่านบอกว่าสงสัยช่วง ๒ เดือนนี้ จะเปึนช่วงนาทีทอง ก็คือจะทําอะไรก็แล้วแต่ก็ให้ทําเสร็จ ๆ ภายใน ๒ เดือน ถือว่าตัวนี้ เปึนส่วนที่น่ากังวลและน่าเปึนห่วงพอสมควร แต่ว่าก็ต้องเปึนที่น่าชื่นชม ก็มีงบอยู่เหมือนกันที่เบิกจ่ายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มนั่นก็คือ ดิฉันขอยกตัวอย่างนะคะ ไม่ว่าจะเปึนงบทหารหรืองบ กอ.รมน. ซึ่งเบิกจ่ายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ซึ่งถือว่าไว กว่าปกติ เขาก็บอกว่าเปึนงบลับ แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าลับ ร หรือลับ ล อันนั้นในส่วนนี้ จริง ๆ แล้วในส่วนของตัวดิฉันเอง ดิฉันก็ขอเสนอตัดงบประมาณไว้ในส่วนที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วอยากตั้งไว้เยอะกว่านั้น แต่ตัวนี้ดิฉันเพียงแค่ขอสงวนไว้เพื่อไปพูดในสภา ขอกราบขอบพระคุณค่ะ