วิทยา บุรณศิริ หารือเรื่องงบประมาณปี 2553 และเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจในการจัดทํางบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรานี้ก็ด้วยความห่วงใย เนื่องจากว่าการพิจารณางบประมาณในป้นี้นั้นค่อนข้างจะลําบาก ในฐานะเปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ต้องขอใช้สิทธิเพื่อขอความเห็นให้สมาชิกได้มีความเห็นร่วมกันกับตัวกระผม ต่อการอภิปราย ไม่ได้มีเจตนาเปึนอย่างอื่น แต่ด้วยความห่วงใย ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะติดตามงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ จากการติดตามของหลาย ๆ ท่านด้วยความห่วงใย ต่อประมาณการรายรับและประมาณการรายจ่ายในป้ ๒๕๕๒ ทําให้การพิจารณา งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ของกรรมาธิการนั้นเปึนไปด้วยความยากลําบากในหลาย ๆ รายการ ต้องนําเรียนอย่างนี้เพราะอะไรท่านประธานครับ ป้งบประมาณรายจ่าย ในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งจะเหลือเวลาอีกประมาณ ๑ เดือนนิด ๆ นะครับ จนบัดนี้ครับรายได้ ในการจัดเก็บภาษีเปึนที่เห็นได้ชัดครับ ต่ํากว่าเปัาครับ ต่ํากว่าเท่าไร ท่านรัฐมนตรี ในฐานะเปึนประธานกรรมาธิการ ท่านทราบดี มันก็มีผลโยงมาให้เห็นว่าการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายในป้ ๒๕๕๓ ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนคําถาม ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แม้จะตอบอย่างไรก็ตอบไม่ลงตัว แล้วเปึนความท้าทายครับท่านประธาน ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับท่านครับ การพิจารณางบประมาณครั้งนี้ต้องดูทั้งพระราชบัญญัติเงินกู้ หรือเอสพี ๒ ที่หลายท่าน ตําหนิต่อความห่วงใยต่าง ๆ ว่ามันน่าจะผ่านการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ แต่เมื่อดูกรอบวินัย การเงิน การคลัง แล้วมันไม่สามารถกระทําได้ รัฐบาลก็เลยต้องใช้วิธีการ ออกพระราชบัญญัติเงินกู้ไป เพื่อให้เกิดสภาพคล่องและทําให้สถานภาพการเงิน การคลังนั้น ได้ขับเคลื่อนไปได้ ผมเข้าใจท่านรัฐมนตรี และเข้าใจรัฐบาล แต่วันนี้ต้องพูดกันครับว่างบประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ที่ท่านกรรมาธิการหลายท่านท่านมีความเปึนห่วงว่า ถ้าหากสัดส่วนโดยเฉพาะเรื่องท้องถิ่น ซึ่งเดี๋ยวค่อยไปพูดกันในเรื่องของท้องถิ่นในมาตรานั้น แต่ต้องเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่า ในฐานะเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ปรับลด ตรงนี้ จริง ๆแล้วผมเรียนตามตรงว่าปรับลดนั้น เพื่อที่จะเอาไปอภิปราย ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผมเองก็ยังไม่มีความมั่นใจว่า ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลจะมีเงิน ไปจ่ายหรือเปล่าสําหรับป้นี้ เพราะว่าประมาณการรายรับที่เราบอกตรง ๆ นะครับว่าตั้งไว้ ๑.๕ ล้านล้านบาท ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์เองก็คงจะไม่สบายใจ ผมเรียนตามตรง นะครับ จากการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ ทําให้ผมมีความไม่มั่นใจต่อตัวเลขคํานวณ จีดีพี (GDP) ที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และท่านกรณ์ ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังต้องพูดกับพี่น้องประชาชน พูด พูด พูด พูดจนผมไม่มีความเชื่อมั่น เพราะวันหนึ่งก็บอกว่าเอาเงินไปแจกเขา แต่อีกวันหนึ่งก็จําเปึนต้องกู้ แม้กระทั่งยังไม่ผ่าน ๒๔ ชั่วโมง ท่านพูดแบบนี้เราก็ไม่สบายใจ แต่เมื่อตามไปดูการจัดทํางบประมาณ ในป้ ๒๕๕๓ เรียนตามตรงว่าส่วนใหญ่แล้ว ๑. เปึนงบผูกพัน ที่พิจารณากันมาก็คือ เปึนงบผูกพัน อ้ายที่ปรับลดก็คือบางโครงการนั้น เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาลที่มี เช่น มาตรการที่ออกไปแล้วทําให้เกิดภาวะวิกฤติ เช่น ราคาน้ํามัน ทําให้การจัดซื้อ จัดจ้าง ไม่ได้เปึนไปตามรายละเอียดของงบผูกพัน อีกทั้งกับนโยบายรัฐบาลที่ออกไป ยกเว้น มาตรการต่อผู้รับจ้างในกรณีของราคาน้ํามัน ให้ผู้รับจ้างสามารถยกเลิกสัญญาได้ อันนี้กรรมาธิการก็ไปปรับลด อันนี้ผมเข้าใจ แต่ต่อความห่วงใยของป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ นั้น ที่ผมจําเปึนจะต้องปรับลดในมาตรานี้ก็เพราะว่า ผมต้องเรียนตามตรง นะครับ ผมไม่มีความเชื่อมั่น ในเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งได้รับ ความเปึนจริงแล้ว ก็ยิ่งตกใจ เพราะว่าตั้งแต่ทํามานั้น เรียนตามตรงนะครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เปึนไปตามที่คิดเสียแล้วครับท่านประธาน ก็ต้องถามนะครับว่าประเด็นนี้จะเกิดอะไร ขึ้นในอนาคต อยากจะให้สมาชิกได้ติดตามว่า ถ้าเปรียบเทียบการทํางบประมาณ ๑.๗ ล้านบาท ถ้าบวกกับรัฐบาลแอบไปทํา พ.ร.ก. อันนี้ก็เปึนตัวเลขที่มากกว่า ๑.๗ ล้านบาท ถูกไหมครับเพราะว่าถ้าเอา พ.ร.ก. มาใช้ในป้งบประมาณก็คือป้ ๒๕๕๓ มันก็เปึน ๑.๙ ล้านบาทกว่า แถม ๑,๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ออกไปก่อนนั้น รวมกันแล้วเท่ากับ การพิจารณาครั้งนี้ต้องดูเม็ดเงินถึง ๓ ส่วน ยังไม่รวมถึง พ.ร.บ. เงินกู้ที่วุฒิสมาชิก ดึงเวลาออกไป จึงต้องขอเรียนท่านประธานนะครับว่า ดูในสัดส่วนและวิธีการดําเนินการแล้ว ต่อความห่วงใยในหลาย ๆ เรื่อง จําเปึนที่จะต้องพูดกับท่านประธานและท่านสมาชิก กรณีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่มีรายได้ แล้วไม่ได้นํามาเปึนรายรับของประเทศ เช่น มหาวิทยาลัย แต่เราต้องตั้งงบประมาณให้เขา กองทุน หน่วยงานของรัฐ บางหน่วยงานที่เปึนความห่วงใยที่ต้องฝากว่า ในอนาคตถ้าสภาแห่งนี้ จะต้องแก้กฎหมายแล้วต้องรีบทําครับท่านประธาน เพราะเวลานี้รัฐบาลติดลบครับ แต่พวกกองทุนก็ดี พวกนอน กัฟเวอร์เม้นท์ (Non Government) ก็ดี ที่องค์กรอิสระ เมื่อวานนี้สภาได้ผ่านไป พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในอนาคตก็ต้องเปึนอิสระ มีคนเปึนอิสระเยอะแยะเลยครับ พออิสระแล้ว ๑. ตรวจสอบก็ไม่ได้ มีรายได้ก็เก็บ เข้ากระเปิาพอไม่มีเงิน ขาดทุนก็มาขอรัฐบาล มีหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องการประกันราคาพืชผลเกษตร ซึ่งหลายคนอาจจะต้อง มีการอภิปราย ผมขอใช้เวลาในช่วงนี้เพียงแค่บางส่วน มีอีกหน่วยงานหนึ่งที่ครั้งนี้ผมเรียน ตามตรงหลายท่านเปึนห่วงว่าอนุกรรมาธิการนั้นไปปรับลดในเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เรียนตามตรงนะครับ ท่านประธานครับว่า ต่อความห่วงใยที่จะต้องพูด ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านเชื่อหรือไม่นะครับว่างบประมาณเวลานี้รัฐบาลจัดทํางบประมาณ ให้กับท้องถิ่นหรือนโยบายออกไปในเชิงสังคมทั้งนั้นนะครับ ท้องถิ่นฟังอยู่ทั่วประเทศ ก็ตกใจว่าตัวเองจะโดนปรับ ยกทัพมาหน้าสภา มาบอกว่ากรรมาธิการปรับลดเขาไป ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนด้วยความสัตย์จริงครับท่านประธานว่าป้นี้ผมเปึน กรรมาธิการอยู่ด้วยความไม่สบายใจ แล้วเรียนตามตรงว่างบประมาณที่ออกไป ตามนโยบายรัฐบาลยกตัวอย่างผู้สูงอายุ แต่เดิมนั้นท้องถิ่นเขาทํากันดีอยู่แล้ว คือพิจารณามีเกณฑ์ครับ มีหลักมีเกณฑ์ในการพิจารณา แต่ถ้าเปึนไปตามกฎหมาย ที่รัฐบาลมีนโยบายท้องถิ่นต้องทํา ลําบากครับ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย อันนี้ก็เปึนความห่วงใย แล้วมันเปึนสัดส่วน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตามที่กรรมาธิการชาดาได้กล่าวนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งที่มีความห่วงใย ถามว่า เขาจะทําภารกิจเรื่องสาธารณูปโภค เช่น ถนน น้ํา คลอง ได้หรือไม่ ในอนาคตลําบาก ลําบากเพราะอะไรครับ เพราะว่าจะหาเงินจ่ายผู้สูงอายุตามที่นโยบายรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทําไว้อย่างนั้น หาได้หรือไม่ ยังเปึนประเด็นปัญหา ถ้ารายได้ไม่ได้เปึนไปตาม ประมาณการที่ตั้งไว้ในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ อะไรจะเกิดขึ้น เรียนฟรีครับ ท้องถิ่น ต้องทํานะครับ ท้องถิ่นต้องทํา อีกหลาย ๆ ด้านเปึนนโยบายเชิงสังคมทั้งนั้น อสม. เปึนต้น แล้วเมื่อไรล่ะครับ ถนนมันจะได้ทํา บอกว่าจะเอาเอสพี ๒ ไปช่วย เอสพี ๒ นั้นสมาชิกสภา แห่งนี้ไม่ได้พิจารณาด้วย จึงขอนําเรียนท่านประธานด้วยความห่วงใยในมาตรานี้นะครับ ว่าเหตุผลที่กระผมนั้นได้ขอสงวนคําแปรญัตตินั้นเปึนบางส่วนที่ผมต้องนําเสนอ ผมยังมีความห่วงใยต่อองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานที่มีรายได้เยอะ เช่น มหาวิทยาลัยก็มาขอรับการสนับสนุนแต่สภาแห่งนี้ไม่ได้รับทราบในรายละเอียดของท่านเลย ที่มีรายได้เยอะ มีเยอะครับ กองทุน บางกองทุนนั้นไม่ต้องรายงาน บางกองทุนก็อยู่ได้ บางกองทุนก็มีปัญหา พอผลประกอบการขาดทุนก็ต้องมาขอสภาแห่งนี้ คือมาขอรัฐบาล ให้สภาแห่งนี้พิจารณา เพราะฉะนั้นผมขออภิปรายไว้ในส่วนนี้ว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลา ในมาตรานี้นะครับ ขอสงวนไว้ว่าน่าจะพิจารณาร่วมกัน ว่าไม่สมควรในบางรายการ ที่จะต้องพูดคุยกัน และหากรัฐบาลจําเปึนต้องทําก็ขอให้ตอบชี้แจงด้วยว่ากรณีนี้ ในอนาคตจะทําอย่างไร โดยเฉพาะการอุดหนุนและนโยบายรัฐบาลที่ได้ทําขึ้นมาและมีผล กับหน่วยงานของรัฐเอง โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พวกองค์กร อิสระต่าง ๆ จะทําอย่างไร เพราะวันนี้มันเกิดปัญหาแน่นอน ถ้าเงินยังไม่มี และท่านทํางบประมาณรายจ่ายแบบนี้ลําบากครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ