สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการทุจริตในโครงการต้นกล้าอาชีพที่มีการเก็บค่าใช้จ่ายจากนักศึกษา และเรียกร้องการตรวจสอบจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดหาค่าวิทยากรและอุปกรณ์เรียน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้สงวนในมาตรา ๑๙ และขออภิปรายฝากคณะกรรมาธิการไปยัง รัฐบาลนะครับ คือในส่วนของกระทรวงแรงงานเปึนกระทรวงที่จะต้องดูแลในเรื่องของ ปัญหาคนว่างงาน ขาดงาน และรวมถึงในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องอาชีพของแรงงาน ต่าง ๆ ประเด็นก็คือ เรื่องโครงการต้นกล้าอาชีพ วันนี้รัฐบาลเองได้จัดทําโครงการ เพื่อปัองกันไม่ให้คนที่ตกงาน ว่างงานในจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ คน โดยแบ่งในป้ ๒๕๕๒ ๒๔๐,๐๐๐ คน แล้วก็เปึนโครงการต่อเนื่องอีก ๒๖๐,๐๐๐ คน ในส่วนนี้ได้แบ่งสาขา อาชีพไว้มากมายนะครับ เช่น ไฟฟัา คอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์ การประดิษฐ์ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็บอกเลยครับว่าได้แยกไลน์ (Line) ออกไปตามรายจังหวัด สามารถที่จะเลือก สมัครแต่ละโครงการอาชีพในเว็บไซต์ได้ ประเด็นก็คือว่าในส่วนหนึ่งนั้นรัฐบาลจัดเงิน งบประมาณประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาทลงไป โดยหวังว่าการใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้ จะเปึนการคุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อปัองกันไม่ให้คนตกงานว่างงานนั้นสามารถที่จะ เข้าไปทํางาน และในระหว่างการเรียนก็จะมีการจ่ายค่าใช้จ่ายในเรื่องของเบี้ยเลี้ยง ประเด็นก็คือว่าวันนี้เปึนโครงการอาจจะมองว่าดีหรือไม่ดี ผมไม่วิจารณ์นะครับ แต่มัน มีการส่อทุจริตครับ ขณะนี้ได้มีการจัดทําโครงการโดยแบ่งให้ค่าวิทยากรจัดตั้งเปึน โรงเรียนสอนต่าง ๆ ขึ้นมา ต่อหัวทางโรงเรียนรับ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งจะต้องจัดเตรียมเปึน ค่าใช้จ่าย เช่น ในเรื่องของค่าวิทยากรตีเสีย ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็จะมีอุปกรณ์เรื่องหนังสือ อีกประมาณตีเปึนมูลค่า ๖๐๐ บาท ค่าขนย้ายจักร นี่เขาเรียนเรื่องจักรเย็บผ้านะครับ อีก ๑๐๐ บาท ค่าใบสมัคร ๒๐ บาท ค่าเช่าจักรวันละ ๕๐๐ บาท นี่คือตัวเลขคร่าว ๆ ในจํานวน ๕,๐๐๐ บาท ทีนี้ประเด็นก็คือได้มีคําร้องเข้ามานะครับว่า ในสายสาขาอาชีพ อันนี้ที่ศูนย์โอทอป เขตจตุจักร พหลโยธิน ๔๗ มีการส่งคนเข้าไปเรียนโดยเอากลุ่มคน เหล่านี้ซึ่งเลือกโดยตรงที่ผมบอกว่าแปลกใจคือ มีนักการเมืองท้องถิ่นเข้าไปหาคนที่ เปึนบุคคลต่าง ๆ เข้าไปเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ แล้วก็ให้เด็กหรือคนที่เข้าไปเรียนนั้นจะได้ เบี้ยเลี้ยงต่อคนประมาณ ๔,๘๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน โดยเฉลี่ยก็ตกประมาณ ๑๖๐ บาทต่อวันที่เข้าไปเรียน แล้วก็จะมีค่าพาหนะเดินทางอีก ๗๒๐ บาทต่อเดือน ก็เฉลี่ยวันละ ๓๐ บาท ค่าพาหนะในการเดินทางหลังจากที่ได้งานแล้วอีก ๑,๐๐๐ บาท สรุปว่าใน ๑ คนนั้นใช้จ่ายไป ๑๑,๕๒๐ บาท ต้นกล้าอาชีพนี้นะครับ ถ้ามองเผิน ๆ แล้ว คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือประชาชน แต่ส่วนหนึ่งนั้นผมขออนุญาตเรียนว่าถ้าทําปกติ ไม่เปึนอะไรครับ แต่ตอนนี้ไปชักชวนโดยเอากลุ่มคนที่ผมบอกว่านักการเมืองท้องถิ่น หรือบางทีต่างจังหวัดต้องช่วยเช็ก (Check) ด้วยนะครับ เพราะไปเรียกเขามาเรียนจัด ห้องเรียนให้ ท้ายที่สุดก็ไปเรียกเก็บครับ กระทั่งค่านายหน้า ค่าใช้จ่าย แล้วก็รวมถึง ในเรื่องของเงินค่าหนังสืออีก ๖๐๐ บาทต่าง ๆ เหล่านี้ คนเรียนเขาบอกว่าทําไมคุณไป เรียกเก็บในเมื่อคุณได้เงินอุดหนุนแล้ว ๕,๐๐๐ บาท แสดงให้เห็นว่าการตั้งศูนย์ตรงนี้ ตั้งแบ่งผลกําไรหรือเปล่า ประเด็นแรก

ประเด็นที่สองก็คือคนที่ไปเรียน ๒ คนเขามาแจ้งผมว่า ขณะนี้เขาทําคําร้อง มาถึงผม บอกว่ากลัวจะตกเปึนแพะรับบาปเหมือนกับโครงการชุมชนพอเพียง เนื่องจากว่า ในระหว่างที่เขาไปเรียนอยู่ ๒ คนนี้เรียนได้ประมาณ ๒ วัน ปรากฏว่าในขณะที่เรียน เกิดไข้หวัด ๒๐๐๙ ขึ้น กทม. เขาประกาศให้หยุดเรียน พอสั่งให้หยุดเรียนปุ็บเขาก็ต้องไป ดูแลลูกเขาซึ่งไม่สามารถที่จะไปเรียนต่อได้ก็เลยขาด ขาดเขาก็เลยหยุดไม่ใช้สิทธิ เมื่อไม่ใช้สิทธิผลปรากฏออกมาเขาไปเช็กมีการเซ็นเงินในส่วนที่เหลือใน ๑ เดือนออกไป ท่านประธานครับเขาไปแจ้งความครับ แล้วเอาใบแจ้งความมาให้ผม เขาเกรงว่า เงินดังกล่าวจะเปึนปัญหาเพราะเขาไม่ได้เปึนคนเซ็นแล้วเขาไม่ได้เรียนต่อ ที่ผม มาอภิปรายอย่างนี้ผมมีเอกสารหลักฐานครับว่า โครงการดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาแล้วก็มี การทุจริตกันเกิดขึ้นโดยหวังผลประโยชน์เอานักการเมืองจากท้องถิ่นในเขตเลือกตั้ง ต่าง ๆ ผมอยากจะส่งให้ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ตรวจสอบเบื้องต้นก่อน เพราะเปึน ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ไปเลือกหาคนดังกล่าวต่าง ๆ เหล่านี้ โดยผ่านกลุ่มของคนนายหน้า เข้ามาแล้วเรียกเก็บผลประโยชน์ แล้วบอกว่าจะขอเก็บผลประโยชน์รายหัว รายละ ๕๐๐ บาท ในการสมัครในส่วนนี้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเสียหาย