สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและกายภาพ และการให้ท้องถิ่นเข้ามารับผิดชอบงานทางด้านสังคม และแสดงความระมัดระวังในการอนุมัติเงินอุดหนุน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่จะใช้เวลาสั้น ๆ ชี้แจง ๒ ประเด็น ที่ผมคิดว่าสําคัญที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายในฐานะที่ผมทําหน้าที่เปึนประธาน คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ

ประเด็นแรกคือ การที่รัฐบาลได้มีการจัดงบประมาณสําหรับนโยบาย สําคัญของรัฐบาล คือเรื่องการเรียนฟรีก็ดี เรื่องการให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ดี หรือค่าตอบแทน อสม. ก็ดี ก่อนอื่นก็ต้องเรียนว่าเปึนความตั้งใจของรัฐบาลที่จะจัดงบประมาณเหล่านี้ตลอดไป นะครับ แล้วก็ได้มีการประเมินตัวเลขเงินที่จะต้องใช้คร่าว ๆ มองไปล่วงหน้า อย่างเช่น จํานวน อสม. นั้นก็คงไม่เพิ่มเติมในระยะอันใกล้ จํานวนผู้สูงอายุก็ค่อนข้างที่จะทราบ แน่นอนได้จากการดูโครงสร้างประชากร เช่นเดียวกับเรื่องของการเรียนฟรี ประเด็นก็มีอยู่ นิดเดียวเท่านั้นเองครับว่า ถ้าเราเชื่อว่าภารกิจเหล่านี้ที่สุดแล้วท้องถิ่นจะต้องเปึน ผู้ดําเนินการ เราก็คิดว่างบประมาณก็ควรจะตั้งไว้ที่ท้องถิ่น นั่นคือเหตุผลครับ บังเอิญ เปึนช่วงที่เราโชคไม่ดีว่าการจัดเก็บรายได้น้อย เศรษฐกิจมีปัญหาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ก็เลยทําให้สัดส่วนของท้องถิ่นซึ่งก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มขึ้นได้แล้วจํานวนเงินก็ถูก ปรับลดลงเหมือนกับส่วนราชการอื่น ๆ ก็จะมีสัดส่วนของเงินตัวนี้เพิ่มเข้าไปอีก แต่สิ่งที่ รัฐบาลได้ทําก็คือว่าได้พูดคุยกับทางท้องถิ่นแล้วก็ตกลงกันว่าในส่วนของการลงทุน ในเรื่องของไทยเข้มแข็งนั้นก็จะให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นก็จะมีเงิน จํานวนหนึ่งครับที่จะไปชดเชยในแง่ของภารกิจอื่นของท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการตกลง กันไปเรียบร้อยแล้วว่าจะเปึนแนวทางที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ผมคิดว่าสําหรับ โครงสร้างในระยะยาวน่าจะเปึนเรื่องที่ดีครับ เพราะผมคิดว่าก็ถึงเวลาที่ท้องถิ่นเข้ามา รับผิดชอบงานทางด้านสังคมชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เปึนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนึ่งว่า การเติบโตของท้องถิ่นช่วงที่ผ่านมาจะมุ่งเน้น ในเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในเรื่องของกายภาพค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นโดยสรุปในประเด็นนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่า เปึนนโยบายที่รัฐบาลต้อง พึ่งพากลไกของท้องถิ่นในการทํางานในทางสังคม ซึ่งผมมองว่าสอดคล้องกับโครงสร้าง ในระยะยาว แล้วก็มั่นใจในแง่ของภาระทางการเงิน การคลังเพราะว่าได้มีการเตรียมดู ตัวเลขไว้ล่วงหน้า

ประเด็นที่สอง ในเรื่องของการที่รัฐบาลมีการจัดสรรเรื่องของเงินอุดหนุนที่ มีหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระผม ก็ระมัดระวังเรื่องนี้ตามสมควร ที่ท่านพูดนั้นก็ถูกต้องว่ามีการอนุมัติไปแล้ว ๒ ครั้ง แล้วก็ ครั้งที่ ๓ เรื่องเพิ่งมาถึงยังไม่ได้อนุมัติ ผมใช้วิธีอย่างนี้ครับ

ประการแรก แม้ว่าจะเปึนอํานาจของผม แต่ว่าทุกครั้งผมจะเสนอเข้าสู่ ที่ประชุมของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบ ไปด้วยทั้งผู้แทนของภาครัฐ ผู้แทนของท้องถิ่น แล้วก็ที่สําคัญก็คือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เปึนนักวิชาการเปึนส่วนใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าการขอยกเว้นมีผลกระทบอย่างไรหรือไม่ ในที่ประชุมผมเปึนผู้ซักถามด้วยตัวเองครับ

ประการแรกก็คือว่า ในแง่ของการกระจายระหว่างจังหวัดไม่ได้รับผลกระทบ จากเรื่องของการที่งบเปึนไปตามหลักเกณฑ์หรือมาขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ก็ได้รับการ ยืนยันชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการกระจายระหว่างจังหวัด แต่ว่าหลักเกณฑ์เปึนเรื่อง ของการกระจายภายในจังหวัดด้วยกันเอง ผมก็จะสอบถามต่อว่าเมื่อมีการขอยกเว้น นั่นหมายความว่าการกระจายมันไม่ไปทั่วถึงตามหลักเกณฑ์ ก็ถามต่อว่า โครงการที่มีการ คัดเลือกเข้ามาหรือขอเข้ามาจากท้องถิ่นต่าง ๆ มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณา หรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคําชี้แจงในที่ประชุมว่ามีหลักเกณฑ์ ผมก็บอกว่าขอให้เป่ดเผย หลักเกณฑ์นั้นให้โปร่งใส พร้อม ๆ กันก็ได้สอบถามว่า ในกรณีพื้นที่จังหวัดที่ได้มีการ อนุมัติให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ไปมีการร้องเรียนหรือไม่ ใน ๒ ครั้งแรกได้รับคําตอบว่าไม่ได้มี การร้องเรียน แต่ว่ายอดสุดท้ายซึ่งค่อนข้างจะมากแล้วก็ยังไม่ได้อนุมัติจะเข้าสู่การประชุม ในวันจันทร์นี้ ซึ่งผมก็จะใช้วิธีการเดียวกัน เช่นเดียวกันคือเอาเข้าที่ประชุมสอบถามว่า มีผลกระทบในแง่ของการกระจายและมีการร้องเรียนหรือไม่ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึน เรื่องที่อยากจะให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่าข้อห่วงใยของท่านเปึนสิ่งที่ผมก็ได้ใช้ ความระมัดระวังตามสมควรในการที่จะดูแลครับ