สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการปรับลดขนาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 10% และเรียกร้องการสอบถามถึงการปฏิบัติงานของกระทรวงดังกล่าว โดยมีปัญหาเกี่ยวกับการสนับสนุนจากกระทรวงนี้ ทำให้ประชาชนไม่สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ และยังหารือเรื่องการดูแลผู้พิการ เด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร ผู้สูงอายุ โดยมีคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรค่าเบี้ยยังชีพให้เร็วขึ้นหรือเปล่า
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ที่ดิฉันได้แปรญัตติสงวนความเห็นขอแปรญัตติปรับลดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เนื่องมาจากว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เปึนหน่วยงานที่ต้องดูแลในเรื่องของคนตั้งแต่แรกเกิด ยันถึงแก่กรรม หรือที่เราเรียกว่าตายค่ะท่านประธาน ก็ต้องยอมรับคะว่าเปึนหน่วยงาน ที่มีความสําคัญที่จะต้องมาดูแลคนที่จะเปึนกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศของเรา แต่ว่ากระทรวงนะคะท่านประธานมีการแบ่งหน่วยงานใหม่ ทําให้ประชาชนที่ได้รับความ เดือดร้อนเกิดความสงสัยไม่ทราบว่าจะต้องไปหาหรือติดต่อกับกรมใด จึงจะได้รับการ แก้ไขปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งบางครั้งในการเกิดปัญหาท่านประธานทราบไหมคะ เรามีกระทรวงที่คอยแก้ไขในปัญหาเรื่องเกี่ยวกับประชาชนที่เปึนเด็ก สตรี เยาวชน คนชรา หรือว่าผู้พิการ แต่ว่าเมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามภาพข่าวที่เราปรากฏพบเห็น พบเจอกันอยู่ ท่านประธานคะ ปรากฏว่าผู้ที่ประสบปัญหาไปขอความช่วยเหลือ จากมูลนิธิต่าง ๆ อาทิเช่น มูลนิธิปวีณา หรือไม่ก็มูลนิธิครูหยุย ดิฉันก็อยากจะถามค่ะว่า ทางกรรมาธิการได้มีการสอบถามในประเด็นนี้หรือเปล่าในเรื่องของการทํางานในเชิงรุก ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทําไมถึงปล่อยให้ต้องเรียกว่า หน่วยงานที่เปึนหน่วยงานภายนอก ไม่ใช่หน่วยงานราชการเข้ามามีบทบาทมากกว่า ท่านในฐานะที่เปึนคนดูแล หรือว่ากระทรวงที่มีหน้าที่ หรือภาระหลักในการที่จะต้องดูแล เรื่องคน
อีกประเด็นหนึ่งค่ะท่านประธาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ดิฉันขอเรียกย่อ ๆ นะคะ มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา การรวมกุล่มของชุมชน ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี เยาวชน คนชรา หรือว่าคนพิการ แต่ท่านทราบไหมคะว่าเท่าที่ดิฉันได้มีโอกาสออกไปพบเจอประชาชน ที่เขามีการรวมกลุ่มกัน เกิดจากการรวมกลุ่มในแต่ละชุมชน เกิดจากการรวมกลุ่มของ ประชาชนเอง ไม่ได้ริเริ่มโดยหน่วยงานของกรม กระทรวง แต่อย่างใด และที่สําคัญ บางชุมชน การรวมกลุ่มของกลุ่มสตรี มีความเข้มแข็งก็ไม่ใช่เพราะได้รับงบประมาณ สนับสนุนจากหน่วยงาน ดิฉันยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานคะ ที่จังหวัดชัยภูมิ เรามี กลุ่มสตรีที่ประกอบการทําอาหารหลายกลุ่ม ท่านทราบไหมคะเขามีการรวมกลุ่มกัน โดยได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานที่เปึนหน่วยงานทางการศึกษา อาทิเช่น ของกรมอาชีวศึกษาเก่า หรือว่าเปึนของกรมการศึกษานอกโรงเรียนเข้ามาช่วยสนับสนุน ในการอบรมฝ๊กอาชีพ แล้วเขาก็สามารถประกอบอาชีพได้ ตรงนี้ทํารายได้ให้กับประชาชน ในพื้นที่เปึนจํานวนมาก ก็ต้องถามคะว่าทําไมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ถึงไม่ได้เข้าไปดูแลสนับสนุนอย่างเต็มที่ แล้วอย่างนี้ท่านประธานคะ ประชาชน จะมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งค่ะ ดิฉันได้ฟังพี่น้องที่เปึนผู้พิการท่านประธาน การที่เขา เกิดมามีสภาพความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายก็เปึนปัญหาในการดํารงชีวิตของเขาอยู่แล้ว แต่ท่านทราบไหมคะว่าคนพิการมาบ่นให้ดิฉันฟังค่ะว่าการที่เขาเปึนคนพิการไปขอขึ้น ทะเบียนผู้พิการเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพของผู้พิการ ก็ปรากฏว่าการขึ้นทะเบียนก็เปึนไปได้ ด้วยความยากลําบาก ไม่มีมาตรฐานกําหนดเลยค่ะว่าจะมีกฎเกณฑ์หลักการอย่างไร ในการที่จะบอกว่าเขาจะได้รับการขึ้นทะเบียนเปึนคนพิการ แล้วอย่างนี้ท่านประธานคะ คนพิการบ่นให้ดิฉันฟังค่ะว่า ตอนนี้ผู้พิการในประเทศเรา เปรียบเสมือนบุคคลพลเรือนชั้น ๒ ของประเทศเรา ท่านจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถามถึงประเด็นนี้บ้างหรือเปล่า และที่สําคัญเรื่องนโยบายที่ เราเคยบอกว่าจะมีการเป่ดโอกาสให้กับพี่น้องคนพิการได้มีโอกาสทํางานอย่างทั่วถึง ได้มี การสอบถามไหมคะว่าแล้วจริง ๆ ผู้พิการได้มีการเข้าหรือว่ามีโอกาสได้เข้าไปทํางานจริง หรือเปล่า
อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานคะ เด็กวัยรุ่นของเราค่ะท่านประธาน ที่ต้องออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากมีการตั้งครรภ์ก่อนในช่วงวัยเรียน ท่านประธาน ทราบไหมคะ ดิฉันเพิ่งได้ฟังข่าวมาเมื่อวานค่ะท่านประธาน เขาบอกมา มีการรายงานมา ค่ะว่าปัจจุบันป้นี้มีจํานวนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าป้ที่แล้วมาก ก็อยากจะบอกค่ะท่านประธานว่า เด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์นี่ค่ะท่านประธาน ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแลแล้วก็จัดการแก้ไข ปัญหาให้เขาเลยค่ะ แค่ปัญหาในการดําเนินชีวิตตั้งท้องก่อนวัยอันสมควรก็หนักหนา อยู่แล้วค่ะท่านประธาน แต่ว่าเมื่อต้องออกจากระบบการศึกษา ก็ทําให้เขาประสบปัญหา ต้องมาอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีงานมีการทํา เนื่องจากยังไม่ได้จบการศึกษาก็ไม่มีอาชีพที่จะ ประกอบหารายได้มาเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวที่กําลังจะเกิดขึ้น ตรงจุดนี้ท่านประธานคะ ปัญหาสังคมค่อนข้างจะใหญ่หลวง ก็ยังไม่มีหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปดูแลจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
อีกเรื่องค่ะท่านประธาน เมื่อพูดถึงเด็กแล้ว ดิฉันอยากจะพูดถึงผู้สูงอายุค่ะ ผู้สูงอายุในปัจจุบัน จริง ๆ แล้วเรื่องคนถ้าถามหน่วยงานที่ต้องมีความรับผิดชอบแล้วก็ ต้องดูแลนี้ ก็ต้องเปึนหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ปรากฏว่าดิฉันดูจากที่ได้มีการพูดกันมาหลาย ๆ ท่านก็ปรากฏว่าการตั้งงบเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุไปตั้งอยู่ในงบของกรมการปกครองท้องถิ่น ดิฉันอยากเรียนถามค่ะว่ามันเหมือน เปึนการผลักภาระในการดูแลคนไปให้กับกรมการปกครองท้องถิ่นที่มีงบประมาณ ไม่เพียงพอที่จะดูแลพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วหรือเปล่า
และอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน การที่ผู้สูงอายุเราจะได้รับเบี้ยยังชีพนี้ ก็ต้องมีการไปลงทะเบียน แล้วก็ขอรับเบี้ยยังชีพ ท่านประธานทราบไหมคะ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุอีกเปึนจํานวนมากที่ อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรในเรื่องค่าเบี้ย ยังชีพ บางคนค่ะท่านประธาน มีโอกาสได้รับ ท่านประธานก็ทราบค่ะว่าคนเราเมื่อ สูงวัยไป สุขภาพร่างกายก็จะทรุดโทรม โรคภัยไข้เจ็บมาถามหากันเหมือนเพื่อนบ้านมาทัก กันทุกวัน ก็จําเปึนจะต้องออกไปพบปะแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาเรื่องสุขภาพ เขาก็ต้องใช้ เงินค่าเบี้ยยังชีพนี้ในการที่จะไปพบแพทย์ หาแพทย์เพื่อรักษาสุขภาพที่เสื่อมโทรม แต่ปรากฏว่ามีหลายบุคคลนะคะ คือผู้สูงอายุหลายท่านก็มาบอกดิฉันว่าเขาได้รับ เบี้ยยังชีพแต่ว่าเงินกว่าจะมาถึงมือเขา ๓ เดือนครั้ง ท่านประธานคะ เงินนิด ๆ หน่อย ๆ ๓ เดือน ๑,๕๐๐ บาท แต่เวลาไปหาหมอบางครั้งมันจําเปึนเงิน ๑,๕๐๐ บาทก็สามารถ รักษาชีวิตของผู้สูงอายุได้ ก็อยากเรียนถามค่ะว่าท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถาม ไหมคะว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการจัดตั้งหรือการของบประมาณในการจัดสรรค่าเบี้ย ยังชีพผู้สูงอายุมาไว้ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือเปล่า ที่สําคัญท่านประธานคะ มีพี่น้องหลายรายบอกว่าเมื่อประสบปัญหาภัยเดือดร้อน การที่จะไปขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของท่านบางครั้งเปึนไปได้ด้วยความ ยากลําบาก เนื่องจากมีขั้นตอนในการจะอนุมัติเงินในการช่วยเหลือ ค่อนข้างจะต้อง ใช้เวลา บางครั้งไม่ทันต่อเหตุการณ์ค่ะท่านประธานหรือว่าถ้าจะได้เร็วก็ต้องเปึน การขอผ่านหน่วยงาน ซึ่งอาจจะเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปดูหรือนายอําเภอลงไปดู ดิฉันก็เลยอยากจะถามค่ะว่าถ้าผู้ประสบภัยไม่มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปเยี่ยม เราจะได้เงินค่าช่วยเหลือมาดูแลรักษาเขาในส่วนนี้หรือเปล่า ตรงนี้ก็เลยเปึนเหตุผล ที่ทําให้ดิฉันจะต้องขอปรับลดงบประมาณในกระทรวงนี้จํานวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ