สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการไม่มีแผนงานดูแลเด็กช่วงอายุ 15-18 ปี และการไม่มีการฝึกอบรมอาชีพให้เด็กช่วงอายุนี้ มีผลให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาต่าง ๆ เช่น ติดยาเสพติด ลักทรัพย์ หรือตั้งท้อง และมีจำนวนมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อหรือไม่ได้ทํางาน

นางฐิติมา ฉายแสง กรรมาธิการ

ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา กรรมาธิการเสียงข้างน้อย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เนื่องจากเวลามีน้อยเหลือเกิน ๘ นาที จะพยายามทําให้ได้เลยนะคะ ดิฉันปรับลด งบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันทราบดีว่ากระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่สําคัญมาก มีภารกิจที่สําคัญหลากหลาย เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเปึนการพัฒนาให้ความช่วยเหลือกับคนหลากหลายกลุ่ม หลากหลาย ช่วงอายุด้วย ไม่ว่าจะเปึนเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ ทุกคน เหล่านี้จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือเปัาหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ แต่ถ้าเราแปลชื่อของกระทรวงนะคะ ก็ยิ่งหนักแน่นมากขึ้นไปด้วยว่า กระทรวงนี้มีหน้าที่ที่จะทําให้มนุษย์ในสังคมไทยนั้นมีการพัฒนาและมั่นคง ดิฉันทราบดี ว่าภารกิจการทําให้มนุษย์ในสังคมทุกเพศ ทุกวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นเปึนเรื่องที่ถูกต้อง แต่ต้องยอมรับว่าภารกิจของกระทรวงนี้ในแต่ละป้นั้นไม่ได้ดูแลคนทุกเพศ ทุกวัย เพราะดิฉันมาดูแผนงาน โครงการ ในเอกสารงบประมาณของกระทรวงนี้ ก็พบว่าไม่มี แผนงานใดดูแลคนช่วงอายุนี้ที่ดิฉันจะกล่าวถึง ซึ่งเปึนช่วงที่คุณสุนทรีก็เพิ่งพูดไป แต่ต้องการตอกย้ําแน่นอนค่ะ เปึนช่วงอายุ ๑๕ ป้ถึงก่อน ๑๘ ป้ ไม่ได้มีแผนงานโครงการ เปึนพิเศษเลย ท่านประธานคะ ดิฉันจึงต้องการชวนให้ท่านประธานมาสนใจถึงเด็ก ช่วงอายุนี้ ดิฉันพบว่าเด็กช่วงอายุนี้ถูกมองข้ามค่ะ มองข้ามว่าเปึนเด็กที่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อาจจะผิดพลาดต่อความเปึนอยู่ของเขา ความเปึนผู้ใหญ่ของเขาในอนาคตได้ จะก้าวผิด ก้าวถูกก็คือช่วงนี้ แล้วก็ทราบดีว่าเด็กไทยที่เปึนแบบนี้อาจจะมีอยู่หลายคน แต่มันจะมี กันสักกี่คนล่ะคะที่อยู่ช่วงอายุนี้ คือจบ ม. ๓ มัธยมศึกษาป้ที่ ๓ นี่ละคะ แล้วก็ไม่ได้เรียน หนังสือต่อ จะไม่ได้เรียนหนังสือต่อเพราะว่ายากจน พ่อแม่ไม่มีเงินจะส่งเดินทางไปเรียนที่ โรงเรียน ถึงแม้จะมีบอกว่าเรียนฟรีก็ตาม แต่ไม่มีเงินเดินทางไป หรือจะด้วยสังคมทําให้ เขาไม่อยากจะเรียนหนังสือก็ตาม เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเด็กเหล่านี้หลายคนทีเดียวที่ออก จากโรงเรียนแล้วไม่ได้ทําอะไรเลย รอเงินพ่อแม่ ขอเงินพ่อแม่ไปแต่ละวัน บางทีพอมีเวลา ว่างมาก ๆ ถามว่าเขาทําอะไรเด็กช่วงนี้ วัยรุ่นช่วงนี้จะรวมแก๊งกัน อาจจะเปึนแก๊งซิ่งก็ได้ที่ เราได้เห็น ได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ของช่วงอายุนี้ หรือเขาอาจจะร่วมวงกันกินเหล้า เล่นการพนัน หรือจะติดยาเสพติด แต่อาจจะมีปัญหาไปถึงขั้นลักเล็กขโมยน้อย หรือเด็กผู้หญิง ที่ตั้งท้องอย่างที่คุณสุนทรีได้กล่าวไว้ ช่วงนี้เปึนช่วงที่เด็กนั้นตั้งท้องกันเยอะมาก ดิฉันมี สถิติค่ะท่านประธาน เด็กอายุช่วงนี้ ถ้าผู้หญิงตั้งท้องนี่มีถึง ๖๘,๐๐๐ คน ในป้ ๒๕๕๐ แล้วก็เพิ่มเปึน ๗๗,๐๐๐ คน ในป้ ๒๕๕๑ ส่วนเด็กที่มีปัญหาต้องคดีจนต้องเข้าสถาน พินิจก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือป้ ๒๕๕๐ นั้น มีประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ป้ ๒๕๕๑ มี ๔๒,๐๐๐ คน เพิ่มมากขึ้น ความผิดอันดับต้น ๆ ก็จะเปึนคดีลักทรัพย์ คดียาเสพติด คดีทําร้าย ร่างกาย เพราะฉะนั้นมันเปึนการสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่เพิ่มขึ้น ทีนี้บางคน บอกว่าเด็กอายุช่วงนี้ วัยรุ่นนี่ ทําไมไม่ไปทํางาน ถ้าไม่เรียนหนังสือก็ไปทํางานสิ ท่านประธาน ดิฉันมีข้อมูลค่ะว่า ตามโรงงานนั้นไม่ค่อยรับเด็กพวกนี้เข้าทํางาน ถ้ารับ ก็น้อยมากจริง ๆ เพราะว่ามันมีข้อจํากัดในการที่จะรับเด็กพวกนี้เข้าทํางาน เช่น การใช้แรงงานเด็ก ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ในกรณีที่จ้างเด็กอายุต่ํากว่า ๑๘ ป้ แต่ไม่ต่ํากว่า ๑๕ ป้ ต้องทําดังนี้นะคะ ตัวอย่างเช่น ต้องแจ้งการจ้างต่อราชการภายใน ๑๕ วัน ห้ามเด็กทํางานล่วงเวลา ห้ามทํางานในวันหยุด ห้ามทํางานในสภาพอันตราย เช่น ปัูมโลหะ เกี่ยวกับความร้อน ความเย็น เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย เกี่ยวกับวัตถุมีพิษ หรือเกี่ยวกับเครื่องจักร ทํางานนั่งร้านที่สูงกว่า ๑๐ เมตรก็ไม่ได้ด้วย ห้ามทํางาน ในสถานที่ที่เปึนโรงฆ่าสัตว์ เปึนสถานบันเทิงหรือบริการอีก ถ้าหากนายจ้างทําผิดหรือ ฝ์าฝ๋นบทลงโทษมันก็หนัก ทั้งจําทั้งปรับ เขาก็เลยไม่อยากรับเด็กพวกนี้เข้าทํางาน ถามว่า เด็กพวกนี้ถ้าไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ไม่ได้ทํางานอะไร มีสักกี่คน เราลองมาประมาณการค่ะ ดิฉันไม่มีสถิตินะคะ แต่ดิฉันลองคิดจากว่าถ้าประเทศไทยมีประมาณสัก ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านหรือชุมชน ถ้าเด็กอายุช่วงนี้ และไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ไม่ได้ทําอะไร ด้วยมีสักหมู่บ้านละ ๕ คน คูณเข้าไป ออกมาเปึน ๔๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ท่านประธาน เยอะมาก รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญกับเด็กช่วงอายุนี้มาก ๆ เลยทีเดียว ควรจะฝ๊ก อาชีพ ให้เขามีงานทํา ให้เขาได้รับผิดชอบ ให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีพึ่งพาตนเองได้ บางคนก็บอกว่าทําไมไม่ไปฝ๊กอาชีพอยู่ในโครงการต้นกล้าอาชีพละ ท่านประธาน ทราบไหมคะ โครงการต้นกล้าอาชีพนั้น เปึนโครงการที่จํากัดอายุ อยู่ที่ ๑๘ ป้ ถึง ๖๐ ป้ อีก เพราะฉะนั้นเด็กพวกนี้อยู่ต่ํากว่า ๑๘ ป้อีก จะไปอยู่ที่ไหน นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้น งบประมาณที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี้ตั้งเอาไว้ เรื่อง แผนงานบางอย่างที่ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง คือแผนงานค่าใช้จ่ายการเข้าร่วม เดอะเวิลด์ เอ็กซ์โพสิชั่น เซี่ยงไฮ้ ไชน่า ๒๐๑๐ (The world Exposition Shanghai China 2001) ดิฉัน ไม่เข้าใจ และดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะไปใช้งบประมาณด้านนี้ ดิฉันคิดว่าการใช้ งบประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาทของการที่จะไปเป่ดเวิลด์ เอ็กซ์โปนี้ นํามาแก้ปัญหาให้กับ เด็กกลุ่มนี้ จะมีประโยชน์มากกว่า เพราะอย่างที่บอกเพราะเขาคือผู้ที่จะเปึนผู้ใหญ่ของ ประเทศไทยต่อไป เพราะฉะนั้นหัวเลี้ยวหัวต่อตรงนี้ต้องช่วยเขา อย่าให้เขาต้องมีปัญหา กับสังคม อย่าทําให้สังคมนี้ต้องเดือดร้อน เราต้องช่วยเขา เพราะฉะนั้นเราควรจะหันมา สนใจงบประมาณที่ตั้งไว้ในเรื่องนี้ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย จึงขอปรับงบประมาณของ กระทรวงนี้ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๔๐๐ กว่าล้านบาทด้วยกัน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน