พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล แปรญัตติปรับลดงบประมาณกระทรวงการคลังร้อยละ 2 เพื่อหวังว่าคณะกรรมาธิการจะได้ปรับปรุงโครงสร้างและแปรญัตติเพิ่มให้กระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ 4 ข้อ ได้แก่ กู้เงิน ขายสมบัติชาติ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และขึ้นภาษี และขอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องขึ้นภาษีอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องภาษีบุหรี่ที่อาจจะทำให้ยอดขายลดลงและไม่เพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาเกี่ยวกับขายสลากเกินราคาและขอให้รื้อบัญชี เอเยนต์ทั้งหมด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติปรับลดงบของกระทรวงการคลังเอาไว้ร้อยละ ๒ งบของกระทรวงการคลัง ป้นี้ ๒๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็กล่าวขานกันว่ากระทรวงการคลังงบประมาณแทบจะเปึน ลําดับ ๓ ของทั้งประเทศ ของทุกกระทรวง ณ ขณะนี้ ก็เรียนว่าเมื่อดูโครงสร้าง งบประมาณทั้งหมดแล้วใน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเห็นว่างบประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่สํานักบริหารหนี้สาธารณะ แต่นอกนั้นหน่วยงานสําคัญต่าง ๆ ของ กระทรวงการคลังที่เปึนเสมือนหัวใจเศรษฐกิจและเปึนหน่วยงานสําคัญในการจัดเก็บ รายได้มีงบประมาณอยู่ในสภาพที่น่าเปึนห่วง สํานักงานปลัดกระทรวงการคลังมี งบประมาณเพียงแค่ ๑,๑๐๐ ล้านบาท กรมธนารักษ์ที่ดูแลที่ราชพัสดุทั่วประเทศ และยัง มีภารกิจอีกมากมายในข้างหน้ามีงบประมาณเพียงแค่ ๓,๑๐๐ ล้านบาท กรมบัญชีกลาง งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง กรมศุลกากร ๒,๔๘๐ ล้านบาท ท่ามกลาง ปัญหาที่กรมศุลกากรต้องแก้หลาย ๆ อย่าง กรมสรรพสามิตงบประมาณ ๑,๙๐๐ ล้าน บาท และกรมสรรพากรที่มีภาระต้องเก็บภาษีถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในป้หน้ามี งบประมาณอยู่เพียงแค่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่สรรพสามิตและศุลกากรที่มีภาระในการ ที่ต้องเก็บภาษีหลายๆ แสนล้านบาท ก็มีงบประมาณจํากัดอยู่เพียงเท่าที่ผมกล่าวมานี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยู่กระทรวงการคลังมา ๒ รอบ รอบแรก ๒ ป้ ๘ เดือน รอบหลัง ๓ ป้ ๓ เดือน รวมแล้ว ๖ ป้ ๑ เดือน ผมรู้จักปัญหาที่นี่ รู้จักข้าราชการที่นี่มา ตั้งแต่ซี ๔ วันนี้หลาย ๆ คนยังเปึนแค่ซี ๗ ผมทราบดีว่าข้าราชการเหล่านั้นเปึน คนดีมีความตั้งใจ และในยามวิกฤติเขาจะช่วยประเทศชาติได้อย่างมาก แต่งบประมาณ หลาย ๆ เรื่องที่ไปสู่กรมจัดเก็บเหล่านี้ก็เปึนสิ่งที่ผมเปึนห่วงอยู่ ที่ผมขอปรับลด ร้อยละ ๒ เพื่อหวังว่าคณะกรรมาธิการจะได้ไปปรับปรุงโครงสร้างและแปรญัตติเพิ่มไปให้ กระทรวงการคลังให้ทํางานได้ แต่ผลในที่สุดรายงานของคณะกรรมาธิการก็คือ กระทรวงการคลังไม่ได้มีงบประมาณแปรญัตติเพิ่มให้เลยแม้แต่บาทเดียว สิ่งเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็อยากที่จะใช้เวลาอภิปราย ณ วันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีคํากล่าวขานถึงเรื่องการกู้เงิน ณ วันนี้ และพูดว่าทําไมกระทรวงการคลังมาถึงวันนี้ ก็เอาแต่จะกู้ ๆ ผมขอเรียนว่าจากการที่ผมติดตามตลอดเวลาของกระทรวงการคลัง นะครับ ณ วันที่รัฐบาลนี้เข้ามา สังคมยังเชื่อว่า บางคนยังเข้าใจว่า วันนั้นมีเงินคงคลังอยู่ ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เปึนความเชื่อของสังคมส่วนหนึ่งเพราะไปสับสนกับว่า คําว่า เงินคงคลัง ณ ปลายป้ปฏิทิน กับเงินคงคลังเมื่อปลายป้สิ้นงวดงบประมาณ ผมตรวจสอบ ไปแล้วก็ไปเจอตัวเลขที่น่าเปึนห่วงว่า ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เงินคงคลังคืองบประมาณ ที่มี ณ วันที่สิ้นป้งบประมาณ คือ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน แต่รัฐบาลนี้มาเข้าไปรับหน้าที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปรับหน้าที่บริหารจริง ๆ ก็รู้สึกจะวันที่ ๒ มกราคม ไปแล้วหลังจากที่ได้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๘ ตรวจสอบแล้วท่านมีเงินคงคลังเหลือ เพียงแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่เงินไหลเข้า น้อยกว่าเงินไหลออก เพราะฉะนั้นท่านจะต้องมาประสบปัญหาในเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม กว่าที่ท่านจะพ้นปัญหาเหล่านี้ได้ก็ต้องรอเดือนมีนาคม และเดือนพฤกษาคม ในงวดที่ภาษีนิติบุคคลเข้าแล้ว ผมเปึนห่วงตัวเลขเหล่านี้ จึงได้พยายามส่งสัญญาณเตือนตลอดว่า ท่านต้องรีบกู้เงินและต้องกู้เยอะด้วย ท่านต้อง รีบกู้เงินตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม กู้มาให้ทันกาล และตัวเลข ดูแล้วไม่หนี ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากขณะนั้นมาใหม่ ๆ ก็ไปสับสน มัวมาสาละวนอยู่กับงบกลางป้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายก็มาถึงเดือนมิถุนายน หลายเรื่องก็เปึนปัญหาทําให้ท่านต้องกู้เงินอย่างกะทันหัน และต้องเกิดมีการกู้ที่ลักษณะ ที่เปึนพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนหนึ่งชดใช้การจัดเก็บรายได้ที่ขาดไป ซึ่งขณะนั้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเพื่อ ท่านใช้คําพูดว่า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กับจะต้องออกพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่า กระทรวงการคลังขาดกระบวนการที่จะอธิบายที่ดีต่อสังคม ในปัญหาตามลําดับที่กระผม เรียนมานี้ ก็ถือโอกาสพูดในที่สภาเพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิกที่เคารพ ว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้มาในขณะที่มีเงินคงคลัง ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่บางคนเข้าใจ แต่เดือนกันยายน ๒๕๕๑ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ถึงเดือนธันวาคมเงินหายไป ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้ต่อว่ารัฐบาลที่ผ่านมา เพราะเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม รัฐบาลที่ผ่านมาประสบปัญหา ไม่ว่าเรื่องการชุมนุม เรื่องการประท้วง แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีบางท่านก็แทบจะไม่เคย มีโอกาสเข้าทําเนียบรัฐบาลเลย นั่นคือปัญหาที่สั่งสมมาจนรัฐบาลนี้และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรี ช่วยว่าการทั้ง ๒ ท่านได้มีประสบปัญหาอยู่ ณ ขณะนี้ ผมเปึนห่วงเรื่องการจัดเก็บ ป้ที่แล้ว เฉพาะกรมสรรพากรใหม่ ๆ ติดตามจนถึงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เชื่อว่าการจัดเก็บ ทั้งระบบ กรมจัดเก็บทั้ง ๓ กรม รายได้จะลดลงถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อว่าการนําส่ง รายได้ของหน่วยราชการทั้งหมดที่มีภาษี มีรายได้ต้องนําส่งรัฐจะต้องหายไปประมาณสัก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้นําส่งของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่นําส่งรัฐไม่ว่า ปตท. หรือหน่วยงานใหญ่ ๆ ผมเคยคาดหมายว่าจะต้องหายไปอีก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนห่วงว่ารายได้การจัดเก็บจะต้องหายไปถึง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าดีใจว่าฝ้มือ และความพยายามของรัฐมนตรีทั้ง ๓ คน สุดท้ายตัวเลขการจัดเก็บที่ผมคาดหมายว่า จะหายถึง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้มีตัวเลขน่ายินดีจากท่านว่าก็คงจะต่ํากว่าเปัา เปึนเพียงแค่ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง และภาวะหลาย ๆ อย่างเราฟุ๋น ดีขึ้น ผมเรียนท่านว่าการกู้เงินเปึนสิ่งจําเปึนครับ ณ วันนี้ไม่มีทางเลือกเพราะภาวะ เศรษฐกิจมีซึ่งหน้าขณะนี้ก็อย่างที่พูดกันนะครับว่ามี ๓ ทางเท่านั้นเองครับ
๑. กู้เงิน
๒. ขายสมบัติชาติ
๓. คือแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
๔. ขึ้นภาษี
มาตรการขึ้นภาษีขณะนี้ท่านจะเห็นว่าเพียงแค่ภาษีสุรา ภาษีพิกัดอัตรา กรมสรรพสามิตที่ท่านคิดมันก็เจอปัญหาหลาย ๆ เรื่อง มันไม่ได้ง่ายเลยที่เราจะทํา ในท่ามกลางเศรษฐกิจขณะนี้และความยากจนขณะนี้ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งการจะขายหุ้นบางส่วนของกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจ ลดหุ้นลงไป เพื่อเอาเงินบางจํานวนมาใช้มันก็เปึนเรื่องไม่ใช่อยู่ในวิสัยที่จะทําได้ในกระแสขณะนี้ มีทางเดียวเท่านั้นเองนะครับที่ท่านต้องกู้ ภาวะ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ยังไม่แน่ใจว่า จะเพียงพอแต่ทราบว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านจะมีระดับในลักษณะการร่วมลงทุน ของต่างประเทศและของเอกชนบางส่วนมันอาจจะมาอยู่ที่ตัวเลขประมาณ ๑.๓ ล้านบาท หรือ ๑.๕ ล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้กระทรวงการคลังท่านต้องทําความเข้าใจกับสังคม การกู้เงินขณะนี้ไม่ใช่ผิด ถ้าผมจะตําหนิท่านก็คือตําหนิว่าท่านกู้ช้าไป เรื่องพระราชกําหนด หรือเรื่องพระราชบัญญัติที่เข้าสภาเมื่อเดือนมิถุนายนจริง ๆ แล้วควรจะตั้งแต่เดือน มีนาคม ควรจะทําตั้งแต่ตอนนั้น แต่ทราบดีว่าท่านเข้ามาใหม่แล้วเจอปัญหาที่เงินคงคลัง กําลังลําบากเหลือแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ณ สิ้นป้คือวันที่ ๓๑ ธันวาคม มาถึงวันที่ ๓๑ มกราคม เหลือแค่ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาสิ้นเดือนกุมภาพันธ์เหลือแค่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน เงินคงคลัง ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่งบรายจ่าย ประจําของเราเดือนละ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือปัญหาที่รัฐบาลประสบอยู่แล้วก็ ดีใจที่ด้วยความพยายามหลายเรื่องได้มีการคลี่คลายไป ผมฝากท่านรัฐมนตรีอีก สักนิดหนึ่งก็คือ สําหรับกรมสรรพากรเวลานี้ก็มีการพูดกันว่าภาษีมูลค่าเพิ่มเราเก็บได้ เพิ่มขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มเปึนภาษีที่เก็บทับอยู่บนภาษีหลาย ๆ ตัวที่เรียกว่า ท็อปออน (Top on) ภาษีมูลค่าเพิ่มพอจะบอกอะไรหลายเรื่องในมาตรการเรื่องภาษีแต่ต้องเปึน ธรรมชาติ ต้องเปึนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มขึ้นจากกิจการปกติที่เปึนธรรมชาติไม่ใช่ด้วย มาตรการภาษีเปึนพิเศษที่กรมสรรพากรออกเข้มงวดตรวจค้นบังคับผู้ประกอบการ ทั้งหลายให้เสียต้องไม่ใช่เพิ่มจากสิ่งเหล่านี้ เพราะถ้าเพิ่มจากสิ่งเหล่านี้ท่านคาดหวังอะไร ไม่ได้ละครับ มันไม่ใช่มีคําตอบอะไร ผมดูกรมสรรพากรมา ๒ รอบครับ ผมทราบดีว่าคนที่ นั่นพยายาม และประมวลรัษฎากรเปึนกฎหมายที่มีอํานาจพิเศษในมือถึงขนาดยึดทรัพย์ ใครก็ได้ถ้าหากปราศจากความเมตตา ปราศจากความประนีประนอม ปราศจาก ความเห็นใจ กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีเพิ่มอีกสักเท่าไรก็ได้แต่ต้องเห็นใจผู้ประกอบการ ณ ขณะนี้ว่าส่วนใหญ่กําลังลําบาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการผู้ดูแลโรงงานยาสูบครับ ท่านอย่าไปคาดหวังว่าเมื่อขึ้นพิกัดอัตรา ภาษีของกรมสรรพสามิตและภาษีบุหรี่แล้ว เอาปริมาณทั้งหมดคูณด้วยอัตราภาษีที่เพิ่ม จะทําให้รายได้เพิ่มเท่านั้น ไม่ใช่ครับ ผมมีตัวเลขที่น่าเปึนห่วงว่าไม่แน่ใจว่าอัตราภาษีของ ท่านตามสัดส่วนที่เพิ่มจะได้สมดุลไหมกับปริมาณการผลิตที่ลดลง วันนี้ยอดขายลดลง ครับ ถ้าท่านเพิ่มภาษีขึ้นมาประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ยอดขาย มันลดไปเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้จะต่ําไปนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมาตรการบุหรี่วันนี้ ที่เข้มงวด ๑. จากกระแสโลก ๒. จากนโยบายรัฐบาลที่ต่อต้านการสูบบุหรี่ ทําให้การ สูบบุหรี่ในประเทศน้อยลง ๒. ถ้ามาตรการภาษีที่มันเพิ่มขึ้นมาก ๆ ทําให้ราคาแตกต่าง ระหว่างในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะเปึนเหตุแห่งการลักลอบ ปัญหาชายแดน และปัญหาการลักลอบไม่ได้อยู่ที่สนามบินนะครับ สนามบินคนถ้าขนบุหรี่ขนเหล้าเข้ามา เกินพิกัดสักขวดหนึ่ง หรือสักห่อ สักคาร์ตัน (Carton) หนึ่ง มันก็แค่คนเดียว แต่ตาม ชายแดนประเทศลาว ชายแดนประเทศเขมร ชายแดนประเทศมาเลเซีย ชายแดนประเทศ พม่า กองทัพมดที่เดินเข้าออกอยู่วันละเปึน ๑๐ เที่ยว และถ้าหากว่าเขามากันสัก ๕ คน เขาถือมาสัก ๕ คาร์ตัน ๑๐ เที่ยวมันก็ ๕๐ คาร์ตัน ๕๐ แถว ในอัตราภาษีที่ต่างกันถึงแถว ละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท มันเชิญชวนท่านรัฐมนตรีกรุณาไปตรวจสอบยอดจําหน่าย และ ท่านต้องคํานวณตั้งแต่บัดนี้ว่า ปริมาณการผลิตที่ลดลงกับอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น อัตราภาษี เพิ่มขึ้นคูณด้วยปริมาณที่ลดลง ณ วันนี้ ตัวเลขจะไม่ใช่แปลว่าท่านเพิ่มภาษี กี่เปอร์เซ็นต์คูณกับปริมาณเดิมแล้วท่านจะมีรายได้เท่านั้นนะครับ ขอฝากท่าน ผมอาจจะ ผิด หรือตัวเลขอาจจะคลาดเคลื่อน แต่ก็ต้องพิจารณาทราบว่ายอดการผลิตของโรงงาน ยาสูบอันนี้ลดลงมาก ผมฝากท่านอีกนิดหนึ่งว่าช่วงที่ผ่านมา โรงงานยาสูบรู้สึกท่าน รัฐมนตรีประดิษฐ์เปึนคนดูแล โครงสร้างโรงงานยาสูบผิดไปมากครับ วันนี้ท่านทราบไหม ครับว่า ตําแหน่งบอร์ดโรงงานยาสูบเรียกว่า บอร์ดอํานวยการ และกรรมการที่เปึนบอร์ด อํานวยการทุกคนมีอํานาจมากกว่าผู้จัดการโรงงานยาสูบ และกรรมการอํานวยการทุกคน ลงมาเล่นหมดเลยครับ ในเรื่องกิจการของโรงงานยาสูบ ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์กรุณาช่วย ดูบอร์ดโรงงานยาสูบสักนิดหนึ่ง และข่าวว่าท่านผู้จัดการเดิมลาออก หรือจะให้ออก หรือเอาตัวมาที่กระทรวงอย่างไรก็ตาม แต่ท่านต้องแก้ไขปัญหาให้เขา ถ้าไม่แก้ไขปัญหา ให้เขา ท่านจะโทษว่า ผู้จัดการโรงงานยาสูบทํางานไม่มีคุณภาพและเปึนปัญหา เพราะท่านไม่แก้ไขปัญหาให้เขาไม่ได้หรอกครับ ดูบอร์ดโรงงานยาสูบ เคลียร์บอร์ดโรงงาน ยาสูบ และบอร์ดโรงงานยาสูบจะต้องไม่เปึนคณะกรรมการพิเศษที่กรรมการทุกคนแต่ละ คนมีอํานาจเหนือผู้จัดการโรงงานยาสูบ มิฉะนั้นลงมาล้วงลูกแล้วผู้จัดการจะทําอะไรไม่ได้ และคือปัญหาที่สไตรค์ (Strike) เงียบ และมีการชุมนุมหลายเรื่องที่พยายามป่ดไม่ให้ เปึนข่าว
กองสลากผมก็เกี่ยวพันกับโรงงานกองสลากมา ๖ ป้กว่า ตรงนั้นปัญหา เรื่องขายสลากเกินราคาเปึนปัญหาใหญ่จริง ๆ ครับ เพราะสลากกินแบ่งแต่ละฉบับมันไม่ เหมือนสินค้าแต่ละชิ้นที่ ๔๐ บาท มันก็ ๔๐ บาทเหมือนกันหมด แต่สลากแต่ละใบขึ้นกับ ค่านิยมของหมายเลขแต่ละหมายเลข ความนิยมในแต่ละงวด เลขใบ้ เลขหวย เลขอะไร ต่ออะไรต่าง ๆ คนจะมุ่งไปตรงนั้น และระบบการเอาเลขมารวมชุด ถ้าออกสลาก ๔๔ ล้านชุด หรือ ๕๔ ล้านชุดขณะนี้ สลากมันต้องกระจายไปทั่วประเทศไปยังเอเยนต์ (Agent) ทุกแห่งทุกคนทั่วประเทศ แต่ทําไมชุดเดียว ๔๔ ใบ มาเย็บติดกันได้ล่ะครับ นี่คือปัญหาว่ามาเฟ้ย ผู้แทนเหล่านี้สามารถที่จะคุมสายทุกสาย เอาลอตเตอรี่ทั้งหมด มารวมกันอยู่ในมือเขาได้ มันถึงเปึนเลขชุด ๔๔ ฉบับชุดเดียวกัน แล้วออกมาขายตั้งใบละ เกือบ ๑๕๐ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ก็คงจะจําเปึนที่ต้องรื้อบัญชี เอเยนต์ทั้งหมดละครับ และท่านอย่าคิดว่าท่านได้จ่ายสมาคมคนพิการนั่น คนพิการนี่ ทหารผ่านศึก จังหวัด หรือหน่วยงานสงเคราะห์ทั้งหลายออกไปหมดแล้วตามความเปึนธรรม แต่คนเหล่านั้น ได้โควตา และไม่ได้ขายเองหรอกครับ ได้โควตาทุกคนขายโควตารวมกันมาอยู่ในมือคน คนเดียวกัน และคนคนเดียวนี้สามารถที่จะบ่งการราคาทุกอย่างได้ และเมื่อเจ้าของโควตา ขายโควตาให้แก่มาเฟ้ยใหญ่ เขาก็ต้องกลับมาซื้อลอตเตอรี่จากคนนี้ออกไปขายอีก ในราคาแพง นั่นคือปัญหาครับ ปัญหาเรื่องลอตเตอรี่ ๒ ตัว ๓ ตัว ท่านรัฐมนตรีก็คงจะ หนักใจ ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ก็คงจะหนักใจ ท่านประธานครับผมเข้ามาในป้ ๒๕๔๐ ผมเจอเรื่องออนไลน์ ที่เซ็นมา สลากออนไลน์จากรัฐบาลก่อน ๆ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จํากัด (มหาชน) บริษัท จาโก จํากัด ผมประคองตัวมา ๓ ป้กว่า หนังสือพิมพ์ถล่มผมทุกเล่ม แต่ผมประคองตัวรอดพ้นมาได้ครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์กําลังจะเจอกับ เรื่องล็อตโต (Lotto) เรื่อง ๒ ตัว ๓ ตัวตรงนี้อีก ทราบดีครับท่านไม่ได้ก่อ ท่านไม่ได้ทํา ล้วนแล้วแต่ความผูกพันที่ทําเอาไว้ก่อนที่ท่านมาทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้ท่านจะประคองตัวไป อย่างไรก็ตาม แต่ต้องระวังกระแสสังคม และผมคิดว่าบางคนก็บอกว่าสลากหวยใต้ดิน ๒ ตัว ๓ ตัวเปึนสิ่งที่ดี บางคนก็บอกว่าไม่ดี ในสังคมมีทั้งคนดี คนเห็นว่าดี คนเห็นว่าไม่ดี แต่ข้อสําคัญคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่สังคม เคยมีการศึกษาว่ารายได้จากสลากเปึน รายได้ที่ยั่วยวนแก่รัฐ จนเปึนยาเสพติดของรัฐไปแล้ว เพราะถ้าไม่มีรายได้จากกองสลาก มาป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลแทบจะอยู่ไม่ได้ แต่ผลการศึกษาว่า ผลกระทบ ผลได้ในเชิงพาณิชย์หลายครั้งไม่คุ้มความเสียหายในเชิงสังคม อาจจะมีรายได้ ในเชิงพาณิชย์จากการขายสลากเปึนตัวเลขที่สวยงามป้ละกี่หมื่นล้านบาท แต่ในเชิงสังคม ที่ต้องเสียหายเปึนเงินเท่าไร ไม่ค่อยได้ประมาณกัน และผลเสียหายแก่เชิงสังคมจะต้องใช้ ต้นทุนในการบําบัดเยียวยาที่สูงมาก และต้องใช้เวลาที่นานมาก ผมไม่ให้ความเห็นว่า ดี ไม่ดี แต่สิ่งเหล่านี้ฝากท่านไปคิดแล้วกัน แต่ข้อสําคัญกลับมาสรุปว่าน่าเสียใจที่ป้นี้ คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับลด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่ท่านรู้ว่าลงไป ๑ บาท ในกรมจัดเก็บได้คืนมาเปึนแสนบาท ท่านจะต้องหาเงินถึง ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ ขณะนี้ แต่ท่านใช้งบประมาณในกรมจัดเก็บเหล่านี้น้อยเหลือเกิน สํานักงานบริหารหนี้ สาธารณะที่มองว่าได้ยอดไปขณะนี้ ๑๙๘,๐๐๐ ล้านบาท คือยอดเกือบทั้งหมดของ กระทรวงการคลัง แต่สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๑๙๘,๐๐๐ ล้านบาท คือบริหารหนี้ ต้องไปชําระหนี้เก่า ต้องไปบริหารหนี้เก่า ไม่ใช่เขาไปสร้างอะไรได้ ต้องไปจัดการเรื่องหนี้ เก่าทั้งหมด ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ ขณะนี้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงิน ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปบริหารหนี้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามสัดส่วนยังน้อยมากครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ก็อยากให้สภาและพวกเราต้องเข้าใจกันว่า งบประมาณที่ กระทรวงการคลัง ที่ว่า ๒๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้มากเลย เพราะกระทรวงการคลังมี ภาระต้องดูแลหนี้สาธารณะถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และกระทรวงการคลังวันนี้ จะต้องแก้ไขปัญหามาช่วยเหลือเยียวยาเศรษฐกิจของประเทศชาติที่จะเกิดขึ้นในป้สองป้ ข้างหน้า ต้องมีภาระในการหารายได้ถึงป้ละ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนที่จะหัก ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เปึนสิ่งที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกว่า งบประมาณที่อยู่กระทรวงการคลังเปึนงบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดและต้องดูแลงบประมาณ กระทรวงการคลังมากกว่านี้ ผมไม่รบกวนเวลาท่านประธานมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณ ครับ