สรรเสริญ สมะลาภา แถลงว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ดีขึ้นเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท และมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ยังหารือเรื่องหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และเรียกร้องความสมานฉันท์ทางด้านการเมืองเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้เงินและการลงทุน
ท่านประธานครับ ทางวิปแจ้งกับผมมาว่าผมได้ ๑๕ นาทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอตัด งบประมาณของกระทรวงการคลังด้วยเหตุผลที่ว่า ผมคิดว่าควรจะมีการกู้มาใช้แทน งบประมาณให้มากกว่านี้ สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจขณะนี้ผมคิดว่าเราต้องการ รัฐบาลที่ใช้เงินเพื่อที่จะมาชดเชยในเรื่องของการบริโภคของประชาชนแล้วก็การลงทุนของ เอกชนที่มีปัญหาเรื่องความมั่นใจ แล้วก็มาชดเชยในเรื่องของการส่งออกที่เปึนผลกระทบมาจากตลาดต่างประเทศ ที่จริง ผมคิดว่าการใช้เงินของรัฐบาลที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เปึนจํานวนเงิน งบประมาณของรัฐบาลครับ อีกนัยหนึ่งก็คือว่าถ้ารัฐบาลเก็บภาษีมา ๑๐๐ บาท แล้วก็ นําไปใช้ ๑๐๐ บาท ถามว่ามีผลอะไรต่อเศรษฐกิจหรือไม่ คําตอบก็คือไม่น่าจะมี เพราะว่า เปึนเพียงการเปลี่ยนเงินจากประชาชนมาเปึนรัฐบาล และเพียงเปึนการเปลี่ยนมือคนใช้ เท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยตรงก็คือยอดการกู้เงิน ที่เราพูดถึง ในขณะนี้ก็คือในเรื่องของการขาดดุลงบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และในเรื่อง ของ พ.ร.บ. พ.ร.ก. กู้เงินอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะแปลงมาเปึนงบลงทุนประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน การบริหารเศรษฐกิจในช่วงขาลงครับ ผมคิดว่ารัฐบาลกู้เงิน มาใช้จ่ายเปึนวิธีการบริหารที่ถูกต้อง แน่นอนที่สุดครับ ในเรื่องของการส่งออกต้องการ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น แต่ในเรื่องของการบริโภคและการลงทุนของเอกชนที่มีสัดส่วน ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ด้วยกัน อันนี้ต้องการความเชื่อมั่นและต้องการเงินจากรัฐบาล มาชักนํา ท่านประธานครับ ๖ เดือนที่ผ่านมา การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลในลักษณะ นี้ทําให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วครับ และผมก็ขอใช้โอกาสนี้กราบเรียนยืนยันกับพี่น้อง ประชาชนทุกท่านทั่วประเทศว่าเรามาถูกทางครับ เศรษฐกิจในไตรมาส ๒ หลังจากที่ รัฐบาลเข้ามาบริหารประมาณ ๖ เดือน กระเตื้องขึ้น เทียบกับไตรมาส ๑ ก็มีการขยายตัว ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เปึนการเทียบกันระหว่างไตรมาสกับไตรมาสครับ และที่สําคัญที่สุด ครับ ตัวเลขต่าง ๆ ที่เปึนองค์ประกอบของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการบริโภค อัตราการว่างงานหรือการลงทุน หรือดุลบัญชีเดินสะพัด ตัวเลขที่ผ่านมาในช่วง ๖ เดือน ยืนยันกับเราว่าเราผ่านพ้นจุดต่ําสุดไปแล้ว การบริโภคของเอกชนเทียบไตรมาสกับ ไตรมาสก็ดีขึ้นครับ การลงทุนของภาคเอกชนก็ดีขึ้น อัตราการว่างงานก็ลดลง ทั้งหมดนี้ มีผลดีต่อพี่น้องประชาชนทุกท่าน คําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่าแล้วทั้งหมดนี้เปึนผลมาจาก อะไร เปึนผลมาจากการส่งออกหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ เพราะว่าการส่งออกในไตรมาส ๒ ก็ยังซบเซาอยู่ ยังเปึนตัวเลขที่ติดลบและติดลบมากกว่าไตรมาส ๑ เปึนผลมาจากความ มั่นใจทางด้านการเมืองที่ดีขึ้นหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าซาวเสียงพวกเราทุกคนในที่นี้คําตอบ และความรู้สึกของพวกเราทุกคนก็บอกว่าไม่ใช่ ยังมีปัญหาในเรื่องของไข้หวัด ๒๐๐๙ ที่มีผลกระทบในภาคบริการ ทั้งในเรื่องของโรงแรมก็ดี หรือภัตตาคาร อาหารก็ดี และคําถามก็ยังคงอยู่ครับว่าเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในไตรมาส ๒ นั้นมาจากอะไร มันเหลืออยู่ อย่างเดียวครับท่าน อย่างเดียวที่ผมพูดถึงก็คือเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในไตรมาส ๒ มาจาก มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ทราบไหมครับ มีพี่น้องประชาชนทั้งหลายได้รับผลประโยชน์ไปกี่คน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน เรียนฟรี ๑๕ ป้ ๑๒ ล้านครอบครัวได้รับผลประโยชน์ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐๐ คน เบี้ยเลี้ยง อสม. อีกประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน อันนี้ยังไม่รวม มาตรการในเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องค่าน้ํา ค่าไฟหรือว่ารถเมล์ รถไฟก็ดี ซึ่งอันนั้นนับไม่ถ้วนครับ แล้วเราก็ไม่สามารถนับได้ แต่ทั้งหมดที่ผ่านมา ที่ผมกล่าวมา มีพี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์จากมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเกือบ ๓๐ ล้านคน ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ อันนี้ ก็เปึนผลที่ประชาชนได้รับมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา แม้ว่า ที่ผมกล่าวมาว่า ในไตรมาส ๒ นี้ เศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น แต่ผมคิดว่าแน่นอนที่สุดครับ รัฐบาลยังนิ่งนอนใจไม่ได้ และภารกิจที่สําคัญต่อไปก็คือจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่รัฐบาลจะทําต่อไปนั่นคืออะไร มาตรการต่าง ๆ ที่เคยทํามา อย่างเช่น เรียนฟรี ๑๕ ป้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยเลี้ยง อสม. แล้วก็มาตรการลดค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ รถเมล์ รถไฟ ค่าน้ํา ค่าไฟ อันนั้นต้องดําเนินการต่อครับ เพราะว่าเปึนเรื่องของการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และสุดท้ายที่สุดครับ มันก็จะวกกลับมาเปึนในเรื่องของ การที่ทําให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น แล้วก็พร้อมที่จะใช้จ่ายในรูปของการบริโภค การลงทุนมากขึ้น การพยุงราคาสินค้าเกษตร อันนี้เปึนมาตรการที่สําคัญ ในขณะที่ราคา สินค้าเกษตรในตลาดโลกกําลังลดต่ําลง หรือว่าจะเปึนในเรื่องของการค้ําประกัน การขยายสินเชื่อให้กับ เอสเอ็มอี ในภาวะที่ธนาคารเอกชนลังเล แล้วก็มีความระมัดระวัง ในการปล่อยสินเชื่อ อันนี้ธนาคารรัฐก็จําเปึนที่จะต้องไปรับภาระในเรื่องนี้ ที่ผมกล่าวมา ทั้งหมดนี้ ใช้เงินทั้งนั้นครับ แต่สิ่งที่สําคัญไม่แพ้กัน แล้วก็ใช้เงินค่อนข้างมาก ก็คือภาระ ในเรื่องของการลงทุนของรัฐบาล และนี่ละครับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนเหตุผลสําคัญที่เรา จะต้องกู้อีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ในเรื่องของ การลงทุนโครงการไทยเข้มแข็ง นอกจากจะจําเปึนต่อภาวะเศรษฐกิจแล้ว ถ้าคิดให้ดี มีความเหมาะสมเปึนอย่างสูงที่จะทําในช่วงนี้ เพราะว่าเปึนการฉวยโอกาสในขณะที่ ค่าเงินบาทแข็ง เราก็เปึนการฉวยโอกาสในการนําเข้าอุปกรณ์ วัตถุดิบและเครื่องจักร ที่จําเปึนมาจากต่างประเทศ และผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าทํามากพอนะครับ แล้วก็ผลักดัน ภาคเอกชนไปลงทุนต่างประเทศอีกด้วย ก็จะเปึนผลดีทําให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง และท้ายที่สุดพี่น้องประชาชนที่ประกอบธุรกิจในเรื่องของการส่งออกก็จะได้รับอานิสงส์นี้
ส่วนประเด็นที่ว่ากู้มาแล้วหนี้สาธารณะจะมากขึ้น จริง ๆ ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้อธิบายกับพวกเราในวาระหนึ่งไปแล้ว และผมคิดว่า ก็มีคําอธิบายอย่างต่อเนื่อง กระผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า หนี้สาธารณะต่อ จีดีพี เมื่อกู้ไปแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และผมเชื่อครับว่า หนี้สาธารณะต่อ จีดีพี จะทยอยปรับตัวลดลงในป้ ๒๕๕๔ เมื่อเศรษฐกิจนั้นเริ่มดีขึ้น อย่างไรก็ดีครับ ทั้งหมดที่ ผมกล่าวมาไม่ว่าจะเปึนมาตรการที่รัฐบาลทําไปแล้ว และรวมถึงทั้งนโยบายและมาตรการ เศรษฐกิจที่รัฐบาลกําลังจะทําต่อไป จะมีคุณประโยชน์กับเศรษฐกิจมาก แต่ที่มากนี้ สู้อะไรไม่ได้ ทราบไหมครับท่านประธาน อะไรครับ อะไรที่สําคัญที่สุดในภาวะเศรษฐกิจ แบบนี้ ผมคิดว่าคําตอบของพวกเราทุกคน และก็คําตอบของพี่น้องประชาชนที่เปึนห่วง ในเรื่องนี้ ก็คือความสมานฉันท์ทางด้านการเมือง ความสมานฉันท์ทางด้านการเมือง มีผลทั้งในเรื่องของความมั่นใจในการใช้เงินของพี่น้องประชาชน แล้วความมั่นใจในการ ลงทุนของนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จริง ๆ ท่านประธานครับ ผมก็พูดถึงในเรื่องของ การใช้เงินมามาก แต่ความสมานฉันท์ที่ผมพูดนี้ คิดดูแล้วรัฐบาลแทบไม่ต้องใช้เงินเลย แต่จะทําให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้ผมคิดว่าต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ทุกท่าน ก็ขอถือโอกาสนี้วิงวอนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน ที่ฟังผมอภิปรายอยู่ขอให้ช่วยกันครับ จับมือเข้าหากัน เดินหน้าเพื่อความสมานฉันท์ต่อไป ผมคิดว่าอันนี้จะเปึนคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม แล้วก็ต่อประชาชนทุกท่าน รวมถึงพวกเราทุกคน ก็ขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอเรียนยืนยันว่ารัฐบาล มาถูกทางแล้วในการกู้เงินมาบริหารเศรษฐกิจ ขอบคุณครับท่านประธาน