อานิก อัมระนันทน์ เสนอการแก้ไขปัญหาค่าภาษีน้ำมัน โดยเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษีให้เหมือนมาเลเซีย และเน้นย้ำว่าไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน 85% เธอยังเห็นด้วยกับการขึ้นภาษีเพื่อลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาทางด้านขนส่ง และยังช่วยลดการนำเข้าและรักษาเงินตราต่างประเทศไว้ได้
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ท่านประธานคะ ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกค่ะที่อยากจะทําให้ประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ พระราชกําหนดเพิ่มเพดานภาษีสรรพสามิตที่เรากําลังอภิปรายกันอยู่นี้ ก็ยังไม่ได้ถูกใช้ ในลักษณะที่ไปสร้างภาระเพิ่มให้แก่ประชาชน ดิฉันจะขออธิบายโครงสร้างราคาน้ํามัน อย่างง่าย ๆ หน่อย เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง ๗ ส่วน ก็ฟังดูซับซ้อน น่ากลัว ดิฉันจะขออธิบายว่า คร่าว ๆ แล้วมีแค่ประมาณ ๓ ส่วนนะคะ โครงสร้างราคา น้ํามัน
ส่วนที่ ๑ ก็คือเนื้อน้ํามัน ซึ่งเปึนราคาตลาดโลก มันก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ ตาม ตัวอย่างกราฟ (Graph) อันนี้ ประเทศไทยเราไม่สามารถจะควบคุมมันได้ เปึนไปตาม กลไกราคาตลาดโลก แล้วก็เวลาที่เราเทียบกับมาเลเซียนี้ ดิฉันก็ต้องขอเตือนท่านผู้ที่เสนอ ว่าประเทศเราควรจะตั้งโครงสร้างให้เหมือนมาเลเซีย เราเทียบกันไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่า ประเทศมาเลเซียเปึนผู้ผลิตน้ํามันที่ใหญ่มาก ๆ เปึนสมาชิกโอเปก (Opec) ประเทศเรา เปึนผู้นําเข้าน้ํามันนะคะ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ํามันที่เราใช้ในเมืองไทยนี้ ต้องนําเข้า ต้องเสียเงินตราต่างประเทศ ในส่วนที่ ๑ ที่เรียนแล้วก็คือเนื้อน้ํามันเปึนไปตามราคา ตลาดโลก เราควบคุมไม่ได้ แล้วก็เปึนเหตุผล ปัจจัยใหญ่เลยที่เวลาราคาน้ํามันขึ้นลง ในทุก ๆ วันนี้ ตัวนี้จะเปึนตัวที่ขับเคลื่อนค่ะ
ทีนี้ส่วนที่ ๒ ก็คือตัวภาษี ภาษีอาจจะมี ๓ ชนิดอยู่ในนั้น ตั้งแต่ภาษี สรรพสามิต ภาษีเทศบาล แล้วก็ภาษีแวท หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เราก็พูดรวม ๆ กันว่านี่คือ ตัวภาษีนะคะ ซึ่งเดี๋ยวดิฉันจะได้อธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วง ๓–๔ เดือนที่ผ่านมา ส่วนประกอบสําคัญอีกส่วนหนึ่ง
ส่วนที่ ๓ ก็คือกองทุนน้ํามัน ก็อาจจะมีแบ่งย่อยเปึน ๒ กองทุน กองทุนใหญ่ กองทุนที่ใช้อุดหนุนพยุงราคาน้ํามันกับกองทุนอนุรักษ์พลังงานก็นับว่าเปึนส่วนของ กองทุน ทีนี้เรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ซึ่งมีการขึ้นภาษีสรรพสามิต หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศพระราชกําหนดขึ้นมา ขอเรียนย้ําอย่างที่ท่านผู้อภิปราย ของพรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายแล้วว่า ในขณะที่ราคาตัวภาษีสรรพสามิตมีการขึ้น รวมทั้งภาษีเทศบาลด้วย รวมแล้ว ๒.๒๐ บาท ในวันเดียวกันนั้นรัฐบาลก็ได้ปรับลด การนําเงินเข้ากองทุน ๒.๒๐ บาทเช่นเดียวกัน ทําให้ผลกระทบที่จะมีต่อผู้ใช้น้ํามัน ก็คือเปึน ๐ ในแง่นี้ เหมือนกับโยกกระเปิาซ้าย กระเปิาขวา แต่ถ้าเผื่อท่านจะถามว่า แล้วทําทําไม โยกกระเปิาซ้าย กระเปิาขวา ก็มีเหตุผลค่ะ ส่วนหนึ่งเปึนเรื่องของการบริหาร การคลัง เพราะว่าเปึนการโยกเงินจากกองทุนน้ํามันซึ่งในขณะนั้นมีเพียงพอ แล้วก็รัฐบาล ก็ต้องการเงินเพราะว่าเศรษฐกิจวิกฤติ รายได้ไม่พอ โยกเงินจากกองทุนน้ํามันมาเปึนภาษี ซึ่งจะอยู่ในรูปที่รัฐบาลสามารถนํามาจับจ่ายใช้สอยเพื่อพยุงพี่น้องประชาชนแล้วก็ช่วย ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ ทีนี้ในส่วนของวันที่ ๑๔ สิงหาคม ที่เมื่อสักครู่มีการคุยกันเหมือนกันว่า ได้มีการลดกองทุนน้ํามัน อันนี้ก็จะเปึนบทพิสูจน์อีกอันหนึ่งที่ดิฉันกล่าวตอนต้นว่า ไม่มีรัฐบาลไหนหรอกค่ะที่อยากจะทําให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะถ้าเดือดร้อน โดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้นในช่วงที่ราคาน้ํามัน ราคาตลาดโลกสูงขึ้นรัฐบาลก็คงจะมองว่า สูงเกินไปแล้วเดี๋ยวจะมีปัญหาต่อการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ก็มีการลดการเก็บเงินเข้ากองทุน การลดการเก็บเงินเข้ากองทุนรวมแล้ว ๒ ชนิดนะคะ ลดไป ๑.๘๗ บาท เวลาเราอ่านข่าว ในช่วงนั้นเราจะได้ยินเหมือนกับว่าลด ๒ บาทใช่ไหมคะ เมื่อสักครู่ก็มีท่านหนึ่งบอกว่า ไม่จริงนะ ไม่ใช่ ๒ บาท ดิฉันก็ขอเรียนอธิบายว่าถ้าท่านดูภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะมีการลดไป ๐.๑๓๐๙ บาท ซึ่งรวมแล้ว ๒ ตัวนี้ก็จะเปึน ๒ บาทค่ะ เพราะฉะนั้นอันนี้คือ ๒ บาทที่เรา เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์นะคะ ท่านประธานคะ พระราชกําหนดที่สภาแห่งนี้กําลัง พิจารณาเปึนการปรับเพดานภาษีเพื่อให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่น มีความคล่องตัวในการ บริหารงานในยามที่มีวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่ได้เปึนการขึ้นภาษี แล้วที่ผ่านมาก็ไม่ได้มี การขึ้นภาษีในลักษณะที่จะกระทบต่อผู้ใช้น้ํามันตามที่ดิฉันได้เรียนอธิบายแล้ว แต่ว่าการ ที่มีพระราชกําหนดตัวนี้ขึ้นมา มีการเพิ่มเพดานภาษีมีไว้เพื่อสําหรับอนาคต เผื่อว่า สถานการณ์ในอนาคตวันหนึ่งอาจจะมีความจําเปึนที่จะต้องขึ้นภาษีบ้าง อาจจะเปึน เพราะรายได้ของรัฐไม่เพียงพอที่จะดําเนินการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ถ้าจะเกิดขึ้นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอะไร เพราะว่าในยามนี้รัฐมีหน้าที่จะต้องดูแลช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ผู้เดือดร้อน ต้องมีค่าใช้จ่าย ต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการลงทุนเพื่อให้เศรษฐกิจฟุ๋น โดยเร็วที่สุด และถ้าดูว่ารัฐบาลนี้มีความสามารถในการบริหารประเทศหรือเปล่า ในการแก้ไขวิกฤติ ครั้งนี้ เพื่อจะดูว่าภาษีที่จะต้องเพิ่ม ถ้าจะมีการเพิ่มในส่วนนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ ดิฉันก็ขอเรียน ว่าคุ้มค่าค่ะ ทําไมถึงกล้าพูดคะ ก็อยากจะเชิญชวนท่านที่ยังไม่ได้อ่าน ยังไม่ได้รับทราบ ผลงานของรัฐบาลในรอบ ๖ เดือนที่ผ่านมานะคะ ๖ เดือนกว่า ๑๐๐ มาตรการ หลายล้าน ความสุข อันนี้ก็ได้มีการพิมพ์เผยแพร่แล้วก็เรียนเพื่อทราบนะคะ อันนี้ถ้าจะมองว่าเปึน โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลหรือเปล่า คิดว่าท่านก็คงต้องดูลึกกว่านั้นนะคะ ดูตัวมาตรการ ที่เกิดขึ้นจริง ดูการทําวิจัยว่าประชาชนคิดอย่างไร หรือภาคธุรกิจคิดอย่างไรนะคะ แต่ว่ามี ตัวบ่งชี้ว่าผลงานของรัฐบาลในรอบ ๖ เดือนเริ่มจะเห็นผลในทางที่บวกค่อนข้างชัดเจน แล้วนะคะ อย่างเช่น ถ้าเผื่อดูอัตราการเติบโตของ จีดีพี หรือรายได้ประชาชาติเปึนราย ไตรมาสก็จะเห็นว่ามีการพุ่งขึ้นแล้วจากการที่ดิ่งลงไปในไตรมาสที่ ๔ ของป้ที่แล้วนะคะ ที่เรียกกันว่า ฟุ๋นตัวแบบตัว วี (V) นอกจากตัวชี้วัดตัวนี้แล้วก็จะมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก็มีการพุ่งขึ้นแบบตัว วี เช่นเดียวกันนะคะ นอกจากนั้นดัชนีความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม หลังจากที่หล่นลงไปอยู่ ๒–๓ เดือนก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนนะคะ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนว่าการที่มีในครั้งนี้ รัฐบาลถ้าเผื่อจําเปึนจะต้องขึ้นภาษี ดิฉันก็คิดว่า ท่านประธาน แล้วก็ประชาชนทางบ้านน่าจะวางใจได้นะคะว่าการขึ้นภาษีนั้นถ้าจะขึ้น ก็ต้องจําเปึนจริง ๆ แล้วขึ้นแล้วก็จะทําประโยชน์ให้ประเทศชาติของเรา ทําให้เราสามารถ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้นะคะ
ทีนี้ประเด็นถัดไปก็คือว่า หากน้ํามันจะต้องราคาแพงขึ้น ซึ่งก็น่าจะเปึน เพราะเนื้อน้ํามันมันแพงขึ้นเกินกว่าที่รัฐจะพยุงเอาไว้ได้ เราปฏิเสธไม่ได้หรอกค่ะว่า ประชาชนจะมีความเดือดร้อน แต่ขณะเดียวกันก็จะทําให้เกิดการประหยัดการใช้ ช่วยลด การนําเข้า แล้วก็รักษาเงินตราต่างประเทศไว้ได้ อย่างป้ที่แล้วการนําเข้าน้ํามันก็มีมูลค่า ถึง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ
ในประเด็นสุดท้าย การที่รัฐบาลอาจจะต้องมีการขึ้นภาษีบ้าง แต่ว่าขึ้น ภาษีแล้วเอาเงินมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านแหล่งน้ําต่าง ๆ ให้ทั่วถึง แล้วก็ โดยเฉพาะทางด้านภาคการขนส่ง ดิฉันเห็นด้วยเลย แล้วก็ตั้งใจจะพูดอยู่แล้ว เหมือนกับที่ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่พูดว่าการขนส่งทางรางประเทศเรายังมีน้อยมาก ต้องพัฒนาอีกมาก นะคะ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลนี้มีแผนงานที่จะทําอยู่แล้วนะคะ แล้วก็จําเปึน ที่จะต้องมีเงิน มีงบประมาณที่จะทํานะคะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเปึนประโยชน์กับประเทศ นอกจากจะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว ทําให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เกิดการจ้างงาน การลงทุนต่าง ๆ ตามแผนจะทําให้โครงสร้างการผลิต และการบริโภคน้ํามันมี ประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ จะมีผลให้มีการลดการใช้จ่ายพลังงานในอนาคต ลดการ นําเข้า น้ํามันหรือทรัพยากรที่เรามีในประเทศเราก็ลดการใช้ที่ไม่จําเปึนนะคะ เพราะว่า เมื่อเรามีระบบขนส่งทางรางแล้ว มีอย่างกว้างขวางก็จะลดค่าขนส่ง แล้วก็ลดการใช้น้ํามัน ได้อย่างมากเลยค่ะ ท่านประธานคะ การขึ้นภาษีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเปึนการ โยกเงินจากส่วนที่ไม่สามารถใช้ได้ นํามาใช้ให้เปึนประโยชน์ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ตามที่ได้เรียนอภิปรายแล้ว การเพิ่มเพดานภาษีตามพระราชกําหนดอันนี้ไม่ใช่การเพิ่ม ภาษีโดยไม่จําเปึนนะคะ แต่เปึนการให้ความยืดหยุ่นกับรัฐบาลในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชนได้โดยเร็วที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ