ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องราคาน้ำมันและผลกระทบต่อเกษตรกร โดยอ้างว่ารัฐบาลขูดรีดภาษีประชาชนและไม่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยากจน และขอฝากรัฐบาลให้คิดใหม่และแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานครับก็ขออนุญาต ครับ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องของพี่น้องประชาชนโดยแท้ครับ ผมถือว่าเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานไม่ให้ผมพูดสัก ๑๐ เรื่องยังได้เลยครับ แต่เรื่องนี้สําคัญนะครับท่านประธาน และข้อสําคัญที่จะชี้ให้ฝ์ายรัฐบาลหรือพรรคร่วมได้เห็นว่ามันไม่มีความเหมาะสม แต่ถ้า พูดถึงใครจะสนับสนุนให้ผ่านก็ลองดูว่าจะเปึนอย่างไรบ้าง ๑ ถังน้ํามัน ๒๐๐ ลิตร ถังน้ํามัน ๒๐๐ ลิตรที่ชาวบ้านใช้ ชาวไร่ ชาวนาใช้เขาซื้อกันเปึนถัง ๆ ที่บ้านผมชัยนาท เขาจะซื้อเปึนถัง ชาวไร่ ชาวนาเขาจะซื้อเปึนถัง ถังหนึ่งปรากฏว่าพี่น้องประชาชนต้องเสีย ในราคาที่มันสูงขึ้น ๒,๐๕๖ บาท นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในนั้น ถ้าพี่น้องประชาชนซื้อสัก ๕ ถัง มัน ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ บาท นั่นหมายถึงว่าราคาข้าว ต้องเปึนเกวียน หมดนี่เปึนเกวียนเลย กว่าจะได้น้ํามัน ๕ ถัง ทํานานี่ขายข้าวเปึนเกวียนเลยนะ ได้น้ํามันมา ๕ ถังท่านประธาน ขอประทานอภัยไม่ใช่น้ํามัน ๕ ถัง คือหมายความว่ารัฐ เก็บภาษีไป ๑๐,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่บวกกําไรของผู้ค้าน้ํามัน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเองก็เลยมาคิดว่าชาวไร่ ชาวนาผม ชาวบ้านผม เขาจะอยู่อย่างไรในขณะนี้ลงทุนข้าวไร่หนึ่งก็ประมาณสัก ๗,๐๐๐ บาทต่อไร่ที่จะได้จาก ราคาน้ํามัน ปรากฏว่ารัฐบาลก็กําลังจะประกันราคาที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ พอคิดไปคิดมาปรากฏเมื่อเปึนข้าวแห้งแล้ว ผมคิดไว้ให้ก่อนเลยนะเหลือ ประมาณ ๘,๕๐๐ บาท พอเหลือ ๘,๕๐๐ บาท ปรากฏรัฐบาลจะไปชดเชยเท่าไร ก็ไปชดเชยนะครับ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนก็มองดูเมื่อขายข้าวได้เกวียนละ ๘,๕๐๐ บาท ปรากฏว่า ๑ ไร่ ได้สัก ประมาณ ๘๐ ถัง ท่านประธาน โดยถัวเฉลี่ยได้ประมาณ ๘๐ ถัง ปรากฏได้เงิน ๖,๘๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงหักกลบลบหนี้แล้วขาดทุน ๑,๗๐๐ บาท ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เปึนโจทย์ที่จะต้องบอกกับรัฐบาลเอาไว้ก่อนล่วงหน้าเลยนะครับว่า นี่คือคําถาม ที่หาคําตอบ แล้วเปึนคําตอบที่ท่านจะต้องไปเปึนการบ้านที่จะให้พี่น้องประชาชน เกษตรกรในวันข้างหน้า นี่บอกไว้ล่วงหน้านะ เพราะว่าผมกลัวชาวบ้านผมจะแย่ เพราะท่านทําแย่ไปหลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าราคาข้าวโพด ราคามันสําปะหลัง วันนี้จะมาเรื่อง ราคาข้าว ก็บอกไว้เสียก่อน เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่บอก เพราะฉะนั้นเรียนต่อท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียน ผมเองอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานนะครับว่า ก็ไม่อยากจะใช้เวลามาก ท่านไปกู้เงินมาตั้งเปึนล้านล้านบาท แล้วบ้านเมืองต้องไปเสีย ดอกเบี้ยให้เขา โดยคิดถัวเฉลี่ยป้หนึ่งก็ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนคนไทย ๖๐ กว่าล้านคน ต้องเสียดอกเบี้ยเปึนภาษีให้ท่าน ท่านจะต้องเก็บดอกเบี้ยจากภาษี รีดภาษีประชาชนไป ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปส่งเปึนดอกเบี้ยให้กับเงินกู้ แล้วก็มีกําลัง ความสามารถประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะส่งต้น ป้หนึ่งก็จะส่งได้ ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ บาท กําลังแค่นั้น ถ้าคิดกันตรง ๆ เปึนหนี้อยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ๗๐ ป้ครับท่านประธาน ใช้หมด ถ้าคิดในอัตราของการที่มีความสามารถในการส่งป้ละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๗๐ ป้นะถึงหมดหนี้ นี่คือสิ่งที่ภาวะบ้านเมืองมันเกิดขึ้นในขณะนี้ ผมเองอยากจะกราบเรียนว่า ในขณะที่บ้านเมืองพี่น้องประชาชนมีรายได้น้อย เศรษฐกิจ แย่ ไปขูดรีดภาษีเขาเยอะแยะแล้ว เอามาในเรื่องของการที่จะเปึนเงินกู้ ในการที่จะต้อง เสียดอกเบี้ยออกไป เก็บภาษีเขาไปเสียดอกเบี้ยป้ละ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่า อย่างไร มาเก็บภาษีน้ํามันเขาเพิ่มขึ้นดังที่กล่าว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ว่า นี่คือสิ่งที่มันไม่ดีเลย ผมถือว่าชั่วร้ายที่สุด ถามว่าชั่วร้ายอย่างไรครับ เพราะว่าไม่เคย เห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชนว่าเขาทุกข์ยากขนาดไหน เขาแย่ขนาดไหน เขาอยู่ไม่ได้ อย่างไร ขูดรีด นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่าไม่มีน้ําใจต่อพี่น้องประชาชน หรือคนยากคนจน หรือคนที่เขาอยู่ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แทนที่จะช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน ปรากฏว่า อย่างไร ซ้ําเติม แล้วก็ถือว่าเรื่องการใช้น้ํามัน ถือว่าเปึนเรื่องของการฟุ์มเฟ๋อย ผมถือว่า เปึนแนวคิดที่ผิดพลาดมากท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ขอฝากรัฐบาลว่า ถ้าคิดผิดคิดใหม่ ได้นะครับ แต่ทําผิดทําใหม่ ยากนะครับ เพราะมันเสียหายไปแล้ว กราบขอบคุณครับ ท่านประธาน