สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการขึ้นราคาน้ำมันและภาษีน้ำมัน และเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ให้ขึ้นราคา นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า ครั้งที่แล้วก็ได้มีโอกาสมาในการนําเสนอต่อท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกในการคัดค้าน ในการขึ้นราคาน้ํามัน ขึ้นภาษีน้ํามัน ไม่เห็นด้วย เพราะว่าทําให้พี่น้องประชาชนคนทั้งแผ่นดินนั้นเดือดร้อน ก่อนที่ผมจะไปผมก็บอกกับ ท่านประธานว่า เพราะความเดือดร้อนทนไม่ไหวจนกระทั่งชาวบ้านเขาจะเหยียบเอา จึงต้องไปลด ๒ บาท แน่จริงอย่าลดสิ เอาไว้ต่อสิ ดูสิว่าจะถูกเหยียบหรือไม่เหยียบ นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็วันก่อนบอกแล้วว่าอย่าขึ้น ๆ ก็ยังจะขึ้น แล้วท้ายที่สุดขึ้นแล้วก็ต้องมาลง เห็นหรือเปล่า ถ้าลงลง ๒ บาท ลงจริง ๆ ก็ไม่ได้ลงอย่างที่เปึนอยู่จริงโดยแท้ แต่วันนี้ก็ยัง มาเล่นแร่แปรธาตุ มาเล่นลิ้นบอกว่าที่ขึ้นไปแล้ว ขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แล้ว เพราะว่าพระราชกําหนดนี้ออกวันที่ ๑๓ มันมีผลแล้ว วันนี้มาขอยืนยันเฉย ๆ มันไม่มี ผลต่อการขึ้นราคาน้ํามัน แต่พูดต่อสิครับว่าพระราชบัญญัติอันนี้มันไม่ผ่าน พระราชกําหนด อันนี้มายืนยันมันไม่ผ่าน มันจะทําให้น้ํามันที่ราคาสูงอยู่มันลดลง พูดอย่างนี้สิ อย่าพูด แบบประเภทที่เรียกว่าอย่างไร เล่นลิ้น ถ้าพูดอย่างนั้นผมบอกว่าอย่างไร มันไม่ได้ควรพูด ในที่นี้ผมเข้าใจว่าวันนี้ พ.ศ. นี้ ชาวบ้านประชาชนเขาไปไกลแล้ว ตามพี่น้องประชาชน คนฟังเขาให้เข้าใจเสียก่อน ถ้าตามพี่น้องประชาชนคนฟังไม่ทัน ไม่รู้ ยังคิดว่าคนอื่นเขายัง โง่อยู่ เลือกตั้งคราวหน้ารู้นะครับ ท่านจะได้มาสักกี่เสียง บอกได้ว่าเหลือน้อยเต็มทีก็แล้วกัน วันที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ได้มีโอกาสมาเปึนแกนนําในการที่มีพรรคหลาย ๆ พรรค มาร่วมรัฐบาล ต้องเอ่ยไหมครับท่านประธานครับ มีพรรคภูมิใจไทย มีพรรคเพื่อแผ่นดิน มีพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกันหลาย ๆ พรรคจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็เปึนพรรคร่วมพวกนี้ ที่ได้ดําเนินการในการอนุมัติคราวที่แล้วให้ผ่านสภา ให้พระราชกําหนดนี้ที่มาขอผ่านเปึน พระราชบัญญัตินั้นยืนยันให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่วุฒิสภาเขาไม่ยอมครับ วันนี้จึงต้องมาขอ วันนี้จะใช้พวกมากลากไป เพลโต อริสโตเติล เขาก็พูดไว้ เมธีกรีกเขาพูดไว้ว่า การปกครองโดยเสียงข้างมาก โดยไม่ฟังเสียงประชาชน เขาเรียกว่าอะไร เขาเรียกทรราชย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเรียนว่าวันนั้น พรรคประชาธิปัตย์นําเสนอนโยบายในการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๕๐ เรามีการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ มกราคม ท่านประธานคงจําได้ หนึ่งในนั้นในนโยบายก็คือนโยบายเรื่องเศรษฐกิจที่ต้อง นําเสนอเปึนนโยบายหลัก ในขณะนั้นก็มีนโยบายบอกว่าจะกอบกู้เศรษฐกิจ เน้นการฟุ๋นฟู เศรษฐกิจชนบทด้วยการลงทุนประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายระบบชลประทาน ประกันพืชผล ประกันพืชผลเดี๋ยวก็จะทําแล้วนะครับท่านประธาน ผมบอกได้ว่าใช้เงินที่ มากขึ้นแล้วความล้มเหลวจะมากขึ้น ท่านลองไปฟังเสียงพ่อค้า ไปฟังเสียงข้าราชการที่ เขาเปึนนักวิชาการดูก็ได้ว่าเขาคิดอย่างไร เขาทําอย่างไร วันนี้เขาจะรองรับท่านอย่างไร ท่านคิดอีกอย่าง เขาก็คิดอีกอย่างครับ ท่านไปอีกมุมหนึ่ง เขาก็ไปอีกมุมหนึ่งครับ มันเล่น ไล่กวดกันนะครับท่านประธาน เขาใช้คําว่า ไล่กวด ใช่ไหมครับท่านประธาน คือไล่กัน ใครมีแรงไล่จับได้มาก ได้ทัน ว่องไวก็จับได้ ใครมีแรงน้อย ไล่ไม่ทันก็จับไม่ได้ เขาก็หนีรอด หนึ่งในนั้นก็บอกว่าจะลดค่าครองชีพ ลดภาระประชาชน และลดต้นทุนสินค้า วันนี้สิ่งที่ ท่านพูดมานั้นไม่ได้ทําเลยกระมัง ค่าครองชีพพี่น้องประชาชนสูงขึ้น รายได้ยังคงเสมอ เท่าเดิม นั่นหมายถึงข้าราชการ ถ้าเปึนพี่น้องประชาชนคนที่ไม่มีเงินเดือนนั้นแย่เลย ท่านประธาน ไม่ได้เท่าเก่าครับ ยิ่งไม่มีงานทํา ตกงาน ไปกันใหญ่เลยนะครับท่านประธาน หนักเลย นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแทนที่ท่านจะลดภาระพี่น้อง ประชาชนและลดต้นทุนสินค้าในการอุปโภค บริโภค น้ํามันถือว่าเปึนปัจจัยสําคัญ ในพื้นฐานหัวใจ ในพื้นฐานความเปึนอยู่ของชีวิตของความเปึนคน ความเปึนมนุษย์ วันนี้ ถ้าบอกว่าการใช้น้ํามันโดยราคาที่มันถูก แล้วมีความคิดเห็นว่าพี่น้องประชาชนหรือคน ในประเทศ โดยเฉพาะเราต้องวงเล็บไว้เลย ที่เขาพูดเขาหมายถึงคนไทย หมายถึงพวกผม พวกเรา ท่านประธาน คิดอย่างนั้นถือว่าดูถูก ดูถูก ดูแคลน ถามว่าเพราะอะไร เพราะการ ใช้น้ํามันนั้นไม่ได้ถือเปึนเรื่องของฟุ์มเฟ๋อย เพราะมันเปึนเรื่องของความจําเปึน เพราะการ ออกจากบ้านแต่ละครั้ง ไปไหน ไปค้าไปขาย ไปอะไรก็ตามแต่ท่านประธาน ต้องใช้น้ํามัน วันนี้ต้องคิดในมุมอีกมุมหนึ่งว่าบ้านเรา เราบอกว่าเราต้องการที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยที่เรียกว่าอย่างไรท่านประธาน โดยเฉพาะการส่งเสริมนโยบายในเรื่องของ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถามว่าหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมันคืออะไรครับ ท่านประธาน ต้นทุนของมันโดยแท้ น้ํามันนะครับท่านประธาน มันใช้รถวิ่ง ใช้เครื่องบิน นี่คือหัวใจของมันเลย เพราะฉะนั้นทุนที่จะลงไปตรงนั้นให้ได้เงินกลับมาส่วนมากแล้วก็คือ น้ํามัน ไปในเรื่องของโรงแรม โรงแรมก็ใช้ไฟฟัา ใช้น้ํามันเหมือนกัน เมื่อท่านจะให้ขึ้นราคา น้ํามัน ค่ากระแสไฟฟัามันก็ต้องขึ้นแน่นอน เพราะมันผูกกัน มันโยงถึงกันท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานครับว่านี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น และโดยความคิดของรัฐบาล คิดว่านี่มันไม่ใช่ เมื่อสักครู่ท่านประเกียรติก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าการที่ราคาน้ํามันมันสูงขึ้น ต้นทุนมันสูงขึ้น ทําให้ต่างชาติเขาไม่มาลงทุนด้วย เพราะมันเปึนปัจจัยหนึ่งในการลงทุน ท่านประธาน ปัจจัยของการลงทุนต้องบอกว่าการจูงใจของคนต่างชาติในการลงทุน ในบ้านเมืองเรา ในประเทศเรา ก็ต้องบอกว่าเมืองเราน่าอยู่ ในขณะเดียวกันประชาชน น่ารัก อันนั้นก็เปึนแรงจูงใจ แต่อีกอันหนึ่งก็คือที่เขาคํานึงถึงมาก ๆ ก็คือ ค่าแรงถูก แต่ปรากฏว่ามีน้ํามันหรือพลังงาน ในการที่จะใช้เปึนต้นทุนในการผลิตสินค้าเขามันสูง เมื่อเขาคิดบวก ลบ คูณ หาร กับค่าแรงแล้วมันไม่คุ้ม ปรากฏใช้น้ํามันต้นทุนสูงกว่าค่าแรงที่จะได้รับเขาก็ไม่มาแล้ว ท่านประธาน นี่ผมพูดถึงหมายความว่าต้นทุนบางต้นทุนของสินค้าบางตัว ไม่ได้ หมายความว่าท่านไปเอาต้นทุนของสินค้าที่ผลิตแล้วใช้น้ํามันน้อยมาเปึนตัวคิด แล้วก็จะ บอกว่าเห็นไหมมันน้อยกว่า ค่าแรงมันจูงใจกว่าตั้งเยอะอย่างนี้ ถ้าจะคิดอย่างนั้นก็เอา ก็ว่ากัน ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะทําได้ ใน ๙๙ วัน แต่เราต้องบอกว่าไม่ได้ทํา ผมเองก็พยายามไปเสาะ ไปหาว่าไปพูดไปคุยไว้ ที่ไหนบ้าง คุยโม้โอ้อวดอย่างไรบ้าง นโยบายดีอย่างไรบ้าง ไม่ดีอย่างไรบ้าง เวลาเปึน ฝ์ายค้านพูดว่าอย่างไร เปึนฝ์ายรัฐบาลทําอย่างไร ถ้าเปึนชาวบ้านเขาก็บอกมือถือสาก ปากถือศีล พูดไม่ตรงกับใจ อะไรทํานองนั้น วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ไม่แน่ใจว่าจําได้ หรือเปล่า ก่อนปฏิวัติไม่นาน ตอนนั้นนายกรัฐมนตรีทักษิณ ตอนนั้นผมก็เปึน ผู้แทนราษฎรอยู่ เพราะว่าเราถูกปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปกัน ไม่ใช่ไปคนเดียว ผมพูดในทีนี้ ท่านกรณ์ก็ไปด้วย ท่านนั่งอยู่ที่นี่ท่านไปด้วยในงานนี้ ไปด้วย เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีท่านก็มานั่งอยู่แป็บหนึ่ง พอดีผมบอกว่าเดี๋ยววันนี้มีรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีอยู่ในโผนี้ด้วย ไปด้วยครับท่านประธาน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไปด้วย ปรากฏว่าไปพูดถึงเรื่องโครงสร้างพลังงานผูกขาดค่าครองชีพ พูดอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีกรณ์คงนึกออกกระมังครับ พอพูดถึงวันที่ พอพูดถึงสถานที่ที่ไปกัน หลายท่านจําไม่ได้ ก็เรียนให้ทราบ ไปที่สถาบันพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันนี้ เปึนข้อมูลท่านไป ก็ไปพูดกันครับ งานนี้จัดปรากฏในนี้ ในนี้เขาบอกว่าเปึนการจัดงาน ร่วมกันกับเอกชน เปึนลักษณะเหมือนกับพรรคเปึนคนจัด แล้วให้เอกชน หรือหน่วยงาน ทางภาคเอกชนช่วยนําในการจัด แล้วก็มาพูดกันเรื่องนี้ ถ้าอย่างไรไม่ถูกต้องก็บอกมา นะครับ ก็เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะทําอย่างไร ในการที่จะแก้ปัญหา โดยสิ่งหนึ่งที่ บอกไว้ พรรคจะร่วมกันผลักดันในขณะนี้เรื่องเกี่ยวกับปัญหาเฉพาะหน้า ค่าครองชีพของ ประชาชน แล้วการแก้ปัญหาระยะยาว อย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากภาวะของตลาดโลก และกลไกตลาดเท่านั้น ปัญหาทั้งหลายมันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากภาวะของตลาดโลก แล้วก็เกิดจากกลไกของตลาด แต่เปึนปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างของธุรกิจและการบริการ การกํากับดูแลพลังงานที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านรู้อยู่แล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธาน รู้อยู่แล้ว แล้ววันนี้ทําหรือเปล่า หรือปล่อยให้มันเพิ่มขึ้น หรือมากขึ้น เมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้พูด ท่านอรรถวิชช์พูดนะท่านประธาน จําได้ไหมก่อนหน้าผม ท่านบอกว่ามีอยู่ตัวหนึ่ง หลายตัวท่านไม่พูด แต่มีอยู่ตัวหนึ่งเรื่องค่าการตลาด ท่านรับ ไม่ไหว แต่ผมบอกว่ามันมีทั้งหมด ๗ ตัวด้วยกัน ทั้ง ๗ ตัวเลยครับ รับไม่ไหว รับไม่ไหว ทุกตัวเลยครับ จริง ๆ ท่านบอกว่าแค่ค่าการตลาด จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ท่านพูดเองนะในนี้ว่า มันมีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีการผูกขาดในหลายจุด รวมถึงการบริหารนโยบายที่ ผิดพลาด การบริหารนโยบายที่ผิดพลาดก็คือพูดถึงพรรคในขณะนั้น ก็คือพรรคไทยรักไทย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณบริหาร ก็บอกว่าท่านบริหารผิดพลาด นี่คือสิ่งที่มันเปึนอยู่ ถามคําถามกลับว่าแล้วเมื่อรู้แล้วทําหรือเปล่า รู้แล้วแก้ไขหรือไม่ หรือปล่อยมันไป หรือเพิ่มเติมขึ้น เดี๋ยวก็จะขยายความครับ ท่านประธาน ท่านบอกว่าต้องนะ ดังนั้นส่วนสําคัญของวาระประชาชนที่ชอบใช้กันจังเลย วาระประชาชนครับท่านประธาน อะไรก็วาระประชาชนเพิ่มขึ้น วาระแห่งชาติเพิ่มขึ้น เปึนลักษณะนั้น การที่จะเปึนวาระประชาชน หรือเปึนวาระแห่งชาติหรือไม่ เขาไม่ใช่ มีมาพูดกันเฉย ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานเรียนก็จบปริญญาเอกเหมือนกัน ต้องมีวิธีการเขาถึงรู้ว่าลักษณะไหนมันเข้าองค์ประกอบของวาระ ไม่ใช่ปากพูดเฉย ๆ ในขณะเดียวกันนั้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะทําให้เศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้นโดยพื้นฐาน แต่ต้องลด ปัญหาด้านการเมืองด้วย แล้วก็ว่าถึงผลประโยชน์แอบแฝง ลดผลประโยชน์แอบแฝงนะ ที่มีผลในการทําลายในระบอบการเมืองที่ดี แล้วก็มาบอกว่าเน้นการปฏิรูปโครงสร้าง ในการขจัดผลประโยชน์ทับซ้อนทุกจุดของเรื่องกิจการด้านพลังงาน แยกกลุ่ม คนและ กลไกที่ทําเรื่องนโยบายออกจากเรื่องการกํากับดูแล และออกจากการประกอบการ โดยเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้คนที่ทําหน้าที่เรื่องนโยบาย หรือเรื่องกํากับดูแลที่ต้องรักษา ผลประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติเข้าไปอยู่ในจุดเดียวกันที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน นี่คือสิ่งที่พูดเอาไว้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันคือในเรื่องขององค์กรที่ทําธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งคือรัฐวิสาหกิจต้องมีการจัดโครงสร้างใหม่ตามเจตนารมณ์นี้ ถามว่าวันนี้ ๗ เดือนแล้ว ทําหรือยัง นี่คือคําถามที่หาคําตอบครับท่านประธาน อีกกี่วันจะทํา นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในบ้านเมือง มันมีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ใช่ผมพูดคนเดียว ผมก็เรียนว่านี่ท่านเอามาพูด ไว้แล้วก็ลูกพรรคของท่าน โดยเฉพาะท่านอรรถวิชช์ ท่านก็เปึนกรรมาธิการอยู่ร่วมกับผม ท่านก็มองเห็น เพราะว่าอะไรครับ กรรมาธิการครับท่านประธานว่าเรียกเขามา ข้าราชการ หรือหน่วยงานที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านพลังงานมาชี้แจง พวกเราบอกจริง ๆ อึดอัด ครับท่านประธาน สงสารพี่น้องประชาชนในการที่จะไม่ได้รับความเปึนธรรม ไม่ใช่ว่าผม อึดอัด ท่านอรรถวิชช์ก็อึดอัด ทุกคนอึดอัดหมดครับท่านประธาน แต่อย่างว่าเราเปึนได้แค่ ผู้แทนราษฎรมันก็เลยแก้ปัญหาไม่ได้ท่านประธานครับ ในเรื่อง ๗ ตัวที่ผมเรียนต่อ ท่านประธาน ความจริงโครงสร้างน้ํามัน มันมีหลายตัว หลายส่วน แต่ส่วนที่มันมีปัญหาต่อ พี่น้องประชาชนมันมีทั้งหมด อันดับแรกราคาหน้าโรงกลั่น ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ พอหลังจากมันเปึนราคาหน้าโรงกลั่น ก่อนที่จะกลั่นมาเปึนน้ํามันดิบ กลั่นแล้วจนกระทั่งเขามีราคาต้นทุนการกลั่นเท่าไร แล้วก็ขายออกมาตรงนั้นได้กําไร ส่วนต่างผมจะไม่พูด จะพูดเพียงแต่ว่าราคา ณ หน้าโรงกลั่น ท่านประธานมันมีอยู่ตัวหนึ่ง ราคาออกมาตัวหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เอาน้ํามันที่บ้านเราใช้กันเยอะ ๆ หน่อยก็แล้วกัน บ้านเราใช้กันมากมีน้ํามันอยู่ ๒ ตัวด้วยกัน ตัวแรกก็คือเอาโซล่าก็แล้วกัน โซล่ามัน ๑๗.๔๐๙๒ บาท ก็คือเกือบ ๑๗.๔๑ บาท ท่านประธานครับ นี่คือราคาหลังจากที่รัฐบาลนี้ เมื่อสักครู่ลดไป ๒ บาทแล้วนะครับ ทีแรกยังไม่ขึ้น ขึ้นไปแล้ว แล้วก็ตอนหลังยอมที่จะ ลงมา ๒ บาท แต่ลงไม่ถึงนะครับ ๑.๘๐ กว่าบาท แต่ว่าที่ ๒ บาทคงไปคิดว่าลดลง ๘๐ กว่าสตางค์ ไปหักลบกลบหนี้ว่า ฉันจะต้องไปเก็บแวทเขาได้มาด้วย บวกไปแล้วก็คิด ชดเชยกลับไป ก็คิดว่านี่น่าจะ ๒ บาท ก็เอาอย่างนี้ว่าหลังจากราคาหน้าโรงกลั่น ๑๗.๔๐ บาทเศษ ๆ นี่ ปรากฏมาขายอยู่นี่ราคา ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคมนะครับท่านประธาน ๒๗.๖๙ บาท ราคานี้ถ้าจําไม่ผิดมันขึ้นไปเมื่อวันที่เท่าไรครับท่านประธาน วันที่ ๑๕ ถ้าจําไม่ผิด จะขึ้นไปเมื่อวันที่ ท่านประธานครับ มีหมดครับ เอาออกมาเปึนชุด ๆ ไม่ต้องกลัว ขอประทานอภัยท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคมครับ ราคาขึ้นนะครับ ราคาที่เขา ประกาศขึ้นนะครับท่านประธาน เขาให้ขึ้นเลยนะครับในนี้มันมีอยู่เลย เขาใช้เวลาเลย นะครับ ๐๐.๐๑ ครับ หลังเที่ยงคืนครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ๗ ตัว ที่กล่าวนั้น เมื่อรวม ๗ ตัวแล้วราคาอยู่ ๒๗.๖๙ บาท ราคา ณ หน้าโรงกลั่นบวกกับอีก ๗ ส่วนด้วยกัน ๗ ตัวที่พูดเมื่อสักครู่ มีภาษีสรรพสามิต มีภาษีท้องที่ กองทุนน้ํามัน กองทุนอนุรักษ์พลังงานและก็มีแวท หรือพูดง่าย ๆ ว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และก็ค่าการตลาด และก็บวกแวทอีกที บวกแวทก็คือค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีกครั้งหนึ่งครับ เขาคิด ๒ ครั้งนะครับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ได้คิดครั้งเดียวนะครับท่านประธาน คิด ๒ ตลบนะครับ คือถ้าคิดเปึน ตลบเดียวมันน้อย ถ้าคิด ๒ ตลบมันสูงขึ้นครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน เขาเอาแวท ไปรวมไว้ก่อน พอรวมปุ็บมันก็จะเพิ่มแวทมาและเอาไปคิดอีกทีท่านประธาน มันแทนที่จะ เปึนตัวต้นทุนมาเปึนแวททีเดียว ปรากฏมันเปึนต้นทุนบวกแวท ก็คือเอาแวทไปใส่ ส่วนหนึ่ง ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน สมมุติว่าน้ํามัน ๑๗ บาท มีแวทอยู่ ถ้าเราเอา น้ํามันมาคิดอย่างเดียวแล้วก็เปึนแวทไปเลย มันก็น้อยใช่ไหม คือมันได้ทีเดียว ถ้ามีแวทมา เอาแวทไปใส่อีกทีแล้วมาคิดใหม่เปึนแวทอีกครั้ง มันจะสูงขึ้นท่านประธาน ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานให้ทําความเข้าใจอย่างนั้นครับ เข้าใจว่าผมอธิบายอย่างนี้ ท่านประธานเข้าใจนะ ปรากฏว่าอย่างไรท่านประธาน ปรากฏว่าคิดไปคิดมาท่านประธานครับ ว่าราคามันสูงขึ้นทั้งหมด ๑๐.๒๘ บาท ใน ๑๐.๒๘ บาท จากราคาต้นทุน ณ หน้าโรงกลั่น มันมีค่ากําไรบวกกับค่าภาษีเท่านั้นท่านประธาน กําไรบวกภาษี บวกค่าขนส่งมันอยู่ตรงนี้ เท่านั้นเองท่านประธาน นี่ไม่รวมค่าขนส่งนะครับท่านประธาน เพราะอะไร นี่ราคา กรุงเทพฯ ปริมณฑล มันไม่ใช่ต่างจังหวัด ถ้าต่างจังหวัด ชัยนาทหรือจังหวัดนนทบุรีของ ท่านประธานเพิ่มขึ้นอีกนะ เพราะมีค่าขนส่ง เพราะฉะนั้นก็เรียนกับท่านประธานว่ามันขึ้น ไปอยู่ ๑๐.๒๘ บาท จากราคาที่เพิ่มจากหน้าโรงกลั่นและราคาขายหน้าโรงกลั่น