สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

กรณ์ จาติกวณิช หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาว โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551 และมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงนโยบายไทยเข้มแข็งในการยกระดับชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับ มอบหมายโดยท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่า ถ้านึกย้อนหลังกลับไปประมาณ ๑๒ เดือนที่แล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ณ วันนั้นเรากําลังอยู่ในช่วงท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ที่มีผลมากระทบกับเศรษฐกิจของทุก ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วก็โดยเฉพาะประเทศ ในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาอุตสาหกรรมส่งออกโดยเฉพาะและรวมถึงประเทศไทยด้วย ในไตรมาสสุดท้ายของป้นั้นเศรษฐกิจติดลบถึง ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นก็คือความหมาย ของท่านนายกรัฐมนตรีที่กําลังบอกกับพวกเรา ณ เวลานั้นว่าไฟกําลังไหม้บ้าน และมี ความจําเปึนที่จะต้องกําหนดนโยบายที่จะมาช่วยกันดับไฟ รัฐบาลเมื่อเข้ามารับภาระ ในช่วงต้นป้ก็ได้กําหนดมาตรการที่เราเรียกว่า มาตรการการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น โดยเปัาหมาย วัตถุประสงค์ ก็คือต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ต่ํา แล้วก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติเศรษฐกิจที่กําลังเกิดขึ้น ณ เวลานั้น นอกเหนือจากนั้นก็ต้องการที่จะสร้างกําลังซื้อทดแทนกําลังซื้อจากต่างประเทศ ที่หดหายไป ซึ่งนโยบายชุดนั้นก็มีหลายมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้กับพี่น้องประชาชน เพิ่มเงินในกระเปิาให้กับชาวบ้าน เพื่อประชาชนส่วนนั้นจะสามารถ นําเม็ดเงินส่วนนั้นมาจับจ่ายใช้สอยเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วยในตัว มาตรการ ทั้งหลายก็รวมถึงเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งทุกพรรค ทุกสมัยหาเสียงกันมาก็ได้ หยิบยกขึ้นมาเปึนประเด็นในการหาคะแนนเสียงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยนําสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ก็ได้นํามาตรการการออกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายละ ๕๐๐ บาท ทุกเดือน แล้วก็คงไว้เปึนนโยบายถาวรของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นอกเหนือจากเบี้ยยังชีพ ก็มีเบี้ยอาสาสมัคร อสม. ทั่วประเทศเดือนละ ๖๐๐ บาท แล้วก็มีมาตรการอื่น ๆ ที่กําหนด ขึ้นมาเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน จะเปึนการเรียนฟรีก็ถือว่าเปึนการให้ โอกาสที่ทัดเทียมกันกับลูกหลานของเราทั่วประเทศ ก็เปึนนโยบายที่รัฐบาลนี้ได้ผลักดัน ออกมาถือว่าเปึนหนึ่งในนโยบายการช่วยดับไฟให้กับประเทศชาติ ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายเหล่านี้ก็มีส่วนในการที่เราพยายามที่จะเร่งขับเคลื่อนเพื่อแก้ไข ปัญหา และตามที่ท่านจุติได้เรียนเมื่อสักครู่ก็ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น กระตุ้นทําให้มีการบริโภคภายในประเทศเกิดขึ้นทําให้มีเงินหมุนเวียน ทําให้การจัดเก็บ ภาษีของรัฐบาลดีขึ้นไปด้วยนะครับ แต่ว่าทั้งหมดก็คือนโยบายระยะสั้น ซึ่งรัฐบาล ก็ตระหนักว่าอาจจะมีผลในการแก้ไขปัญหาคือในระยะสั้น แต่ว่าจะยังไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะยาว หรือการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับ พี่น้องประชาชนได้อย่างถาวรนะครับ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้นําเสนอนโยบายภายใต้แผน ที่เราเรียกว่า ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ก็คือการจัดเม็ดเงินงบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการยกระดับคุณภาพในส่วนของระบบ สาธารณูปโภคแล้วก็ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของเราโดยรวม ในนโยบายชิ้นนั้นก็มีหลากหลายมาตรการที่มุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยยึดหลักแนวคิดเดิม ก็คือถ้าประชาชนเข้มแข็ง ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจก็จะ แข็งแรงด้วย ดังนั้นยกตัวอย่าง เช่น มาตรการสําคัญก็คือมาตรการในการที่จะยืนยันระดับ รายได้ที่มีความยุติธรรมให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างถาวรภายใต้มาตรการที่รัฐบาล กําลังดําเนินการอยู่คือการประกันรายได้เกษตรกร ณ ปัจจุบันผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับ มีพี่น้องเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ชีวิต แล้วก็อยู่ในช่วงของการชดเชยรายได้ให้คุ้มค่าต่อการทําไร่ทํานา ตามมาตรการ และความตั้งใจของทางรัฐบาล แต่มาตรการนั้นมาตราเดียวก็ไม่เพียงพอนะครับ มีความ จําเปึนที่จะต้องลงเม็ดเงินในการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อให้การสร้าง รายได้ของพี่น้องประชาชนมีความถาวรด้วย ที่สําคัญนะครับก็คือการลงทุนครั้งใหญ่ ในการยกระดับชลประทานทั่วประเทศ นโยบายไทยเข้มแข็งนั้นเปึนนโยบายในการที่จะ เพิ่มพื้นที่ชลประทานให้กับพี่น้องเกษตรกรถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็จะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในป้ ๒๕๕๕ นอกจากนั้นก็ยังมีมาตรการอื่น ๆ เช่น มาตรการ การลดต้นทุนผู้ประกอบการด้วยการลงทุนในระบบขนส่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการ ในปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นตอบสั้น ๆ นะครับต่อท่านสมาชิกว่าไฟดับแล้วหรือยัง ผมขอเรียนนะครับว่าไฟดับแล้ว แต่ว่าพื้นฐานของตัวบ้านยังไม่มั่นคงนะครับ ดังนั้นจึงมี ความจําเปึนต้องผลักดันอีกหลายมาตรการ เพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจและสังคมของเรา มั่นคงต่อไปครับ