จตุพร พรหมพันธุ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยวิจารณ์การใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีและกระบวนการประชุมสภา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติ และการใช้จ่ายงบประมาณ 250 ล้านบาทที่จังหวัดภูเก็ต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย การประกาศ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนครั้งที่ ๖ นั้น ซึ่งความจริงว่าถ้ารัฐบาลปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ อย่างเคร่งครัดนั้น ผมไม่มีความจําเปึนจะต้องตั้งคําถามเลย ก่อนอื่นขอเรียน กับท่านประธานนะครับว่า พระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักรฉบับนี้นั้น เปึนกฎหมายที่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยได้แสดงความคิดเห็นไปว่า ตัวเองไม่เห็นด้วยในการไปจํากัดสิทธิของประชาชน แต่ว่าเมื่อมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น กลายเปึนผู้ใช้รายเดียวแล้วใช้มากที่สุด แล้วก็ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ของพระราชบัญญัตินี้เอง ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเวลาที่มีการพิจารณา พระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น เปึนร่างหนึ่งที่เปึนความอัปยศของสมาชิกสภานิติบัญญัติ ที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วยองค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง มีการบุกเข้ามานะครับ โดยคนที่อยู่ซีก ของฝ์ายท่านนั้นละครับ เข้ามาในที่ทําการสภา มาทําการประท้วงไม่เห็นด้วยกับ การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ แต่ว่าเมื่อมีการประกาศกันมา ดูเสมือนหนึ่งว่าเปึนยาสามัญประจําบ้านของรัฐบาลชุดนี้ไปเสียแล้ว ฝนตก แดดออก ลูกตาลหล่น เปึนบรรยากาศว่าจะต้องประกาศพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าเมื่อประกาศ ไปแล้วนี้นะครับ ไม่ได้มีความรับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้เลย เพราะว่า พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาตรา ๑๕ วรรคสองนี้ คือหลังจากได้มีการประกาศใช้อํานาจหน้าที่สิ้นสุดลงนี้ ให้นายกรัฐมนตรีรายงานผล ต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทราบโดยเร็ว
ท่านประธานที่เคารพ การประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรของรัฐบาลชุดนี้ประกาศมาแล้วครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๖ ผมได้เคยถาม นายกรัฐมนตรีว่า เมื่อพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจะต้อง ระบุว่าเมื่อสิ้นสุดการใช้จะต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาโดยเร็วนั้น บัดนี้ ท่านได้รายงานแล้วหรือยัง ผมถามมาเปึนเดือน ๆ แล้วนะครับ เพราะตั้งแต่ประกาศ ครั้งแรกจนถึงครั้งที่ ๖ นั้นมีระยะเวลาห่างกัน ๔ เดือน คําว่า โดยเร็ว ของท่าน ในความหมายของกฎหมายผมไม่ทราบว่าความเร็วของท่านอยู่ตรงไหน อย่างไร แต่ว่า เมื่อท่านไม่ยอมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติที่ท่านเลือกประกาศเสียเองนั้น มันมีคําถาม ที่คาใจคนไทยกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า การประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมันชอบด้วย กฎหมาย แล้วมันชอบด้วยเหตุผล มันตรงต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรมกันหรือไม่ ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การประกาศในครั้งที่ ๖ แล้วผมจะอธิบายอีก ๕ ครั้ง ให้ฟังว่า ที่จะเปึนคําถามว่าแต่ละครั้งท่านได้ใช้เหตุผลอะไรในการประกาศ การประกาศ ใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ ๖ นั้นได้ประกาศ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม รวม ๑๗ วันในพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ถ้าท่านประธานได้ติดตามข่าว ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงฟังภาษาคนรู้เรื่องก็จะรู้ทันทีว่าคนเสื้อแดงเขาประกาศชุมนุมกัน ตั้ ง แ ต่ เ ที่ ย ง ข อ ง วั น ที่ ๒ ๘ พ ฤ ศ จิ กำ ย น แ ล้ ว ก็ ถึ ง เ ว ลำ ๖ โ ม ง เ ช้ำ ของวันที่ ๒ ธันวาคม แปลความว่าอย่างไรครับ แปลความว่าเขาดูตารางงานเปึนที่ เรียบร้อย ไม่ให้มีการกระทบกระเทือน ป้นี้เปึนป้เดียว ท่านประธานไม่มีความรู้สึก แบบผมในฐานะเปึนคนไทยหรือครับว่ารัฐบาลชุดนี้กระทําการที่บังอาจมาก ไปประกาศ พระราชบัญญัติความมั่นคงครอบวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัฐบาลชุดนี้กระทําบังอาจ ในเรื่องที่ ๒ ก็คือว่าทุกป้ใครมาเปึนประธานในการจัดงานไม่ว่ารัฐหรือเอกชนนั้น ไม่มีอ้ายหน้าไหนมานั่งเปึนประธานแล้วประกาศว่าจะใช้งบประมาณแผ่นดินเท่าไร แต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งคนมาเปึนประธานแถลงทันทีว่าใช้งบประมาณแผ่นดิน ๑๕๐ ล้านบาท ท่านจะไปจัดที่ไหน อย่างไร ไม่เปึนปัญหาละครับ ท่านกางตารางของท่าน สนามหลวง วันที่ ๑-๗ ถนนราชดําเนิน วันที่ ๓-๗ ลานพระบรมรูปทรงม้า วันที่ ๕-๑๓ แปลความว่า ท่านประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ครอบงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด คําถามที่คาใจผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็คือว่า ในงานเฉลิมพระเกียรติของพระเจ้าแผ่นดินที่รัฐบาลมักจะอ้างความจงรักภักดี แล้วก็ บอกว่าคนอื่นไม่จงรักภักดี ใช้ความจงรักภักดีเปึนอาวุธในการทิ่มแทงคนอื่นนับครั้ง ไม่ถ้วนนั้น รัฐบาลชุดนี้ใช้หลักคิดอะไร เพราะการชุมนุมเขาเสร็จสิ้น ๖ โมงเช้าของวันที่ ๒ เหตุผลเพราะว่าจะมีการสวนสนามซ้อมใหญ่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน สวนสนามในวันที่ ๒ เราก็จัดตารางหลีกกันครบถ้วน แต่ทันทีที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติครอบงาน วันเฉลิม ตลอดระยะคืนวันที่ ๑-๑๓ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องการใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรครอบคลุมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ของพระเจ้าแผ่นดิน เปึนเรื่องที่คนไทยเขารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลไม่ได้แสดง ความจงรักภักดีก็เปึนภาระหน้าที่ของพวกผมก็จะต้องเลื่อนการชุมนุมออกไปอย่างไม่มี กําหนด แต่ว่าไม่ใช่เพราะกลัวพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฉบับนี้ ผมมีคําถามมากมายครับ ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลชุดนี้ เมื่อการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแต่ละครั้งนั้นมีการใช้ งบประมาณที่แตกต่างกัน
๑. ที่จังหวัดภูเก็ต ๒๕๐ ล้านบาท ในการใช้ครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๑๐-๒๔ ทั้งที่มีการประชุมกันเพียงแค่วันที่ ๑๗-๒๓ แต่ประกาศครอบเลย คําถามที่คาใจอยู่ว่า ๒๕๐ ล้านบาทนั้นเปึนค่าใช้จ่ายอะไร มีคําถามตามกันมามากมายว่ามีการอมเบี้ยเลี้ยง ของทหารกัน
การประกาศใช้ครั้งที่ ๒ นี่นะครับ แล้วก็ไม่มีการชุมนุม วันที่ ๒๙ สิงหาคม ถึง ๑ กันยายน ที่ไม่มีการชุมนุมเลย ท่านใช้งบประมาณครั้งที่ ๒ ไปเท่าไร นี่ประชาชน เขาไม่รับรู้ แล้วใช้ไปภารกิจอะไรบ้าง ใช้กําลังเท่าไร
ครั้งที่ ๓ มีการชุมนุมวันที่ ๑๙ กันยายนไปเพียงวันเดียว แต่ท่านประกาศ พ.ร.บ. ฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๒ กันยายน แล้วให้เหตุผลอันเปึนเท็จในการ ประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ บอกว่าวันที่ ๑๙ กันยายน คนเขาจะไปที่ ทําเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่มีการประกาศว่าไปแล้วก็ไม่มีการไป แต่ใช้ความเท็จในการประกาศ คําถามก็คือว่าในการใช้งบประมาณและกําลังในครั้งนี้ ท่านใช้งบประมาณไปเท่าไร ที่รู้ส่วนเดียวก็คือว่าในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันเวลานั้นรักษาการผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ไปเบิกงบราชการลับ ใช้วันที่ ๑๙ วันเดียว ๑๐ ล้านบาท เปึนข่าวอยู่ในที่สาธารณะไปทั้งหมดนั้น คําถามก็คือว่า แล้วส่วนสํานักงานตํารวจแห่งชาติใช้ ๑๐ ล้านบาทไปภารกิจอะไร ส่วนทหาร ใช้งบประมาณจํานวนกี่ล้านบาท ครั้งที่ ๔ กับครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๔ เกิดขึ้นว่ามีการไปทวงฎีกา ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม เพราะครบ ๖๐ วัน รัฐบาลประกาศพระราชบัญญัติฉบับนี้ระหว่าง วันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๕ และการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนนี้นะครับ ครั้งที่ ๑๕ วันที่ ๑๒ กับวันที่ ๒๗ ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับหัวหินนั้น ได้เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกัน หัวหินครับ ได้มีการประกาศชัดเจนว่าใช้งบประมาณไปทั้งหมด ๒๙๖ ล้านบาท ไปซื้อรถกันกระสุนอีก ๒๐ คัน ๆ ละ ๘ ล้านบาท รวมกันเปึน ๑๖๐ ล้านบาท คําถาม ที่เกิดขึ้นก็คือว่ากําลังที่ท่านบอกว่าจัดที่หัวหิน ๑๘,๐๐๐ นายนั้นได้มีการจัดจริงหรือไม่ และ ๒๙๖ ล้านบาทไปใช้ในภารกิจอะไร แล้วรถ ๒๐ คันที่กันกระสุนนั้นบัดนี้มีรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีคนไหนใช้บ้าง เพราะมันจะเข้าข่ายว่าอ้างผู้นําต่างชาติ แล้วก็ใช้ งบประมาณแผ่นดินเพื่อที่จะมาใช้รถกันกระสุนเสียเอง ต่อมาครับกรุงเทพมหานคร รักษาการโฆษกของท่านเองบอกว่าครั้งที่ ๕ นี้ ระหว่างพร้อม ๆ กันที่หัวหินนั้น กรุงเทพมหานครก็มีการใช้กําลัง ๑๘,๐๐๐ นายเหมือนกัน คนเขาก็สงสัยเหมือนกันว่า ที่กรุงเทพมหานครนี้ใช้งบประมาณเท่าไร เพราะเมื่อหัวหินใช้งบประมาณ ๒๙๖ ล้านบาท ถ้ากรุงเทพมหานครนี้นะครับ รักษาการโฆษกรัฐบาลรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของท่านก็บอกเองว่าใช้เปึนกําลัง ๑๘,๐๐๐ นายเหมือนกัน ไม่มีใครเห็นนะครับว่า ๑๘,๐๐๐ นายนั้นได้ใช้กันอย่างไร ข้อเท็จจริงที่คนไทยเขาอยากจะรู้ว่าเปึนตัวเลข เดียวกัน แล้วก็เบิกงบประมาณซ้ําซ้อนกันหรือไม่ อย่างไร เพราะครั้งที่ผ่านมานั้น เขาชุมนุมเพียงวันเดียวในวันที่ ๑๗ ตุลาคม แต่ท่านประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ตั้งแต่ วันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๕ ส่วนที่หัวหินก็ไม่มีคนเสื้อแดงไปยุ่งเกี่ยวในการชุมนุม มีการไปยื่น หนังสือนอกเขตการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงตั้งคําถามที่ ๑ ว่า ทั้งเงื่อนเวลาในการประกาศ จํานวนกําลังที่ใช้ จํานวนของ งบประมาณที่ใช้ทั้ง ๖ ครั้ง รวมกระทั่งครั้งสุดท้ายนั้นท่านมีรายละเอียดเรื่องนี้ที่จะชี้แจง ให้กับสภาแห่งนี้และประชาชนผู้เสียภาษีอากรให้พวกท่านไปถลุงเล่นอย่างไรบ้าง นี่เปึนคําถามแรกท่านประธาน