สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

นคร มาฉิม หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการสงเคราะห์เกษตรกร และเรียกร้องการเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรไทยในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะการเปิดเสรีทางการค้า นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการจัดหาแหล่งน้ำ ความยุติธรรมในการกระจายผลประโยชน์จากธุรกิจการเกษตร และภารกิจของกองทุนเพื่อเกษตรกรไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มสตรีแม่บ้าน

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลนี้ที่ท่านได้ให้ความสําคัญต่อการที่จะปรับปรุงกฎหมาย ว่าด้วยการสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๗ ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๓๕ ป้ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายจนถึงบัดนี้ เราเองยังคง สงสัยกันมาตลอดว่าบรรลุตามเปัาหมายหรือยัง แล้วก็เหตุใดเกษตรกรไทยจึงประสบ กับวิกฤติด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเปึนประเด็นปัญหาที่พี่น้อง เกษตรกรทั่วประเทศประสบอยู่เปึนเรื่องที่ ๑ จนไม่สามารถที่จะแข่งขันได้กับ หลายประเทศ ผมยกตัวอย่าง เนื่องจากว่าการขาดการเตรียมความพร้อมให้กับ พี่น้องเกษตรกร ขาดการสื่อสารจากรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาพอสมควร แล้วเร่งรัด ไปเป่ดเสรีทางการค้าโดยที่ไม่ได้แจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วน และทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรทําให้ปัญหาหลายอย่างตามมาจากการเป่ดเสรี ทางการค้า ถามว่าในทิศทางของโลกจําเปึนเหลือเกินที่จะต้องยึดถือกรอบกติกาสากล ไม่ว่าจะเปึน ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ไม่ว่าจะเปึน เอฟทีเอ หรือว่าสนธิสัญญาอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก่อน ๆ ค่อนข้างที่จะละเลยต่อการ ทําความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทยทั้งประเทศ ท่านประธานคงทราบว่าหลังจากที่รัฐบาลก่อนได้ไปเป่ดเสรีทางการค้ากับภูมิภาค และประเทศอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเปึนประเทศจีน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ หรือภูมิภาคในเอเชียของเรา ท่านประธานครับ เกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนหอม กระเทียม ลําไย ผลไม้เมืองหนาว เริ่มทยอยล้มตายกันไปจากอาชีพ ที่เขาทํามาตั้งแต่ก่อน ๆ ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ของเขาเปึนสิ่งที่น่านําเอามาคิดว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเตรียมพร้อมให้กับพี่น้องเกษตรกรที่จะรองรับถึงเสรีทางการค้า แล้วหรือยัง เปึนเรื่องที่ ๑ เรากลัวกันเหลือเกินว่าช่วงที่รัฐบาลก่อนได้เป่ดนโยบายในการ จํานําสินค้าเกษตรทําไมจึงมีข้าวโพดใส่โสร่ง ข้าวโพดที่ไหลบ่ามาจากตะเข็บชายแดน ในทุกภูมิภาค ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ แล้วก็ภาคตะวันตก เพราะอะไรครับ เพราะต้นทุน การผลิตของประเทศอื่น ๆ อาจจะต่ํากว่าเรา แล้วก็ต่ํากว่าด้วยในสถิติข้อมูลทางวิชาการ พอเขาเอามาจํานําก็ทําให้มีการสวมสิทธิเกิดขึ้น อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ว่าทําไมต้นทุน การผลิตทางด้านสินค้าเกษตรของประเทศไทยจึงสูงกว่าภูมิภาค แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้าน หลายประเทศ

ประเด็นที่ ๒ เหตุใดพี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศจึงยิ่งทําแล้วก็ ยิ่งยากจนลง ทําไมยิ่งทําจึงมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น อันนี้คือประเด็นคําถาม ที่เปึนคําถามพื้น ๆ แต่รัฐบาลจะต้องมีคําตอบ แล้วก็จะต้องแสวงหาคําตอบให้ได้ เพื่อที่จะวางกําหนดแล้วก็วางนโยบายในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรคนไทย ทั้งประเทศอย่างยั่งยืน แล้วก็ฟุ๋นฟูเกษตรกรอย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นครับว่าไม่มีใคร อยากจะได้ชื่อว่าเปึนผู้ถูกสงเคราะห์ แม้กระทั่งเกษตรกรที่ลําบากหรือยากจนที่สุด แต่ทุกคนต้องการที่จะยืนอยู่อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจรายใหญ่ รายกลางหรือรายเล็ก หรือเกษตรกรที่เปึนพื้นฐานที่ยากจน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นคําถามอันนี้รัฐบาลจะต้องแสวงหาคําตอบแล้วก็จะต้องตอบให้ได้ ผมขอชื่นชมรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และคณะรัฐบาลชุดนี้นะครับ ที่ท่านเปลี่ยนจากนโยบายในการจํานําสินค้าเกษตรมาเปึนการประกันรายได้ ให้กับเกษตรกร ประกันกําไรให้กับเกษตรกร แม้ว่าจะเริ่มต้นแค่เพียง ๓ ตัวหลัก ของเกษตรก็คือ ข้าว ข้าวโพด แล้วก็มันสําปะหลัง แต่ผมไปพบปะกับพี่น้องเกษตรกร ในหลายจังหวัด ในหลายอําเภอ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบได้สอบถาม เกษตรกรร้อยละ ๙๐ ชื่นชมในนโยบายเรื่องนี้ แล้วก็บอกว่าแก้ได้ถูกทางแล้ว เพราะฉะนั้นผมพูด พูดแทน พี่น้องเกษตรกรในหลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ อําเภอ หลาย ๆ จังหวัดว่ารัฐบาลเดินเข้ามาสู่ ทิศทางในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืนแล้ว แต่สิ่งที่จะต้องแก้ แล้วก็ประมวลรวมถึงสภาพปัญหาอย่างเปึนระบบเพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืน ความมั่นคง ในอาชีพแล้วก็รายได้ให้กับเกษตรกรก็คือ จะต้องประมวลรวมทั้ง ๑. ต้นทุนการผลิต ซึ่งอยู่ในวัตถุประสงค์หรือเปัาหมายของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ก็คือการจัดหา ที่ดินทํากิน ซึ่งท่านรัฐมนตรีศุภชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้เคยเปึนประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินแล้วผมก็ได้ร่วมกับท่านอยู่ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ชุดปัจจุบัน ท่านสุวโรช พะลัง ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ได้เปึนประธาน ซึ่งผมก็ได้ร่วมเปึนรองประธานคนที่หนึ่งอยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องดูจากพื้นฐานของการผลิตตั้งแต่ต้น และยังมีคําถามเจาะลึกลงไปอีกว่า การกระจาย การถือครองที่ดินในปัจจุบันนี้เปึนธรรมตามเจตนารมณ์หรือบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง ยังครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินอีกเกือบ ๒๐ ฉบับ ที่ท่านประธานได้อนุมัติ แล้วก็ที่ประชุมสภาได้มีความเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมานั้นเกือบ ๒๐ ฉบับที่ยังขัดแย้ง แล้วก็ยังมีหลากหลายหน่วยงาน จนขาดความเปึนเอกภาพ ตอนนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็จะนําเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้เพื่อหาทางออกแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนให้ได้มีที่ดินทํากิน ซึ่งก็สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ด้วยเช่นกัน

อันที่ ๒ เรื่องการจัดหาแหล่งน้ํา ขอชื่นชมเช่นกันครับกับรัฐบาลที่ทุ่มเท นโยบายไทยเข้มแข็งในการที่จะให้ความสําคัญในการพัฒนาแหล่งน้ําเปึนอันดับที่ ๑ เพราะในทางสถิติเชิงวิชาการ เรียนท่านประธานเลยนะครับว่าเขตที่ดินที่อยู่ ในเขตชลประทานนี้นะครับ มีรายได้มากกว่าที่ดินที่อยู่นอกเขตชลประทาน ๓ เท่า ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือฐานข้อมูล อันนี้คือที่ที่จะต้องนําเรียนเปึนสภาพปัญหา เบื้องต้น ต่อมาครับที่ผมต้องกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือทําไมเกษตรกรถึงยากจนลง แล้วก็ลําบากขึ้น แต่เกษตรกรหรือการทําธุรกิจทางการเกษตรรายใหญ่ร่ํารวย เปึนแสนล้านบาทครับท่านประธานครับ มันมีกลไกหรือว่ามันมีอันไหนที่พิกลพิการ ที่ไม่สอดคล้องกัน ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านการเกษตรของไทย ธุรกิจของเขาข้ามชาติแล้วก็รวยเปึนแสน ๆ ล้านบาท แต่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่กลับจนลง แล้วก็ลําบากยิ่งขึ้น มีหนี้สินพะรุงพะรังมากขึ้น มันมีการผูกขาดหรือว่ากลไก การตลาดนี้นะครับ ไม่เปึนไปเพื่อที่จะเอื้ออํานวยไปกับเกษตรกรรายเล็กหรือไม่นะครับ มันมีการผูกขาดถึงขนาดที่ว่าเกษตรกรรายย่อยเปึนหุ่นยนต์ที่มีชีวิตให้กับผู้ผูกขาดธุรกิจ หรือไม่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปุิย เรื่องยา เรื่องเมล็ดพันธุ์ หรือว่าเรื่องอาหารสัตว์อื่น ๆ กลไก การผูกขาดมันถูกโยงโดยกลุ่มธุรกิจที่ครอบงําเกษตรกรหรือไม่ อันนี้คือประเด็นปัญหา ที่จะต้องได้รับคําตอบ แล้วก็กองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามร่างพระราชบัญญัตินี้จะมาแก้ไข ปัญหาอย่างไร

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ที่ผมเปึนห่วงก็คือภารกิจแล้วก็วิสัยทัศน์ ของกองทุนก็คือ การบริหารจัดการกองทุนเปึนอิสระ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ สร้างโอกาส ให้กับเกษตร เข้าถึงแหล่งทุน พัฒนาเกษตรกรสู่ความยั่งยืน มีขีดความสามารถในการ แข่งขันในระดับสากล ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มเกษตรกรรายใดเลย แม้กระทั่งรูปของสหกรณ์ รูปของการรวมกลุ่ม กลุ่มสตรีแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกรรายย่อย กลุ่มอะไรต่าง ๆ ยังไม่มีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอย่างเพียงพอที่จะ พัฒนาตั้งแต่ต้นทุนการผลิต การผลิตขั้นพื้นฐาน การผลิตในเชิงแปรรูปอาหาร หรือว่า เปึนอุตสาหกรรม แล้วก็ส่งออกไปยังต่างประเทศ มีแต่ธุรกิจรายใหญ่เท่านั้น เพราะฉะนั้น สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ผมจะต้องฝากแล้วก็ให้คณะกรรมาธิการ ให้รัฐบาลได้พิจารณาว่ามีจุดอ่อน ตรงไหน และในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปแล้วพอที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดได้ หรือไม่

เรื่องสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าเวลาจํากัดแล้วก็เกรงใจ เพื่อนสมาชิก ก็คือลูกหนี้ของกองทุนส่วนใหญ่เปึนหน่วยงานราชการ อย่างเช่น กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว กระทรวงมหาดไทยมีหนี้ที่ผูกพันอยู่ แล้วก็ยังค้างกันอยู่ประมาณ ๔,๒๐๐ กว่าล้านบาท ท่านมีสภาพบังคับในการที่จะให้ส่วนราชการได้นําหนี้เพื่อที่จะสมทบให้กับกองทุน แล้วก็ พัฒนากองทุนให้พร้อมที่จะนําพาเกษตรกรไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติ แล้วพร้อมที่จะรองรับกับ เสรีทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกหรือไม่ อย่างไร ก็อยากจะฟังคําตอบ ส่วนผมเอง ขอสนับสนุนหลักการและเหตุผลกองทุน แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ