วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ยืนยันว่ากฎหมายเกี่ยวกับการสงเคราะห์เกษตรกรอาจก่อให้เกิดการทุจริตและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการสร้างหน่วยงานใหม่เพิ่มเติมและเก็บค่าธรรมเนียมจากเกษตรกรและผู้ส่งออก โดยเน้นย้ำว่าควรพิจารณาใช้หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการอยู่แล้วแทน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายหนึ่งที่ฟังดูแล้วนี่เปึนกฎหมายที่ดี เพราะเขียนชื่อกฎหมายว่า เปึนกฎหมายเกี่ยวกับการสงเคราะห์เกษตรกร แต่ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเลยว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายฉบับหนึ่งที่ผมไม่สบายใจที่สุด เท่าที่เคยร่างกฎหมายมา โดยเฉพาะเปึนกฎหมายที่ร่างขึ้นมาในระหว่างที่รัฐบาลมีข่าว คราวการทุจริตมากมาย มีโครงการต่าง ๆ ที่ไม่โปร่งใส แล้วมีการกระทําบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งพี่น้องประชาชนไม่สบายใจ ผมจะขออนุญาตลําดับความของกฎหมายฉบับนี้ ต่อท่านประธานนิดหนึ่ง สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้มี ๓ เรื่องเท่านั้น เรื่องแรก ขอตั้ง กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เรื่องที่สอง เก็บค่าธรรมเนียมผู้ส่งออกหรือนําเข้า เรื่องที่สาม เปึนเรื่องของการสงเคราะห์เกษตรกร แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าผมไม่สบายใจก็คือว่า วันนี้กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่อาจจะก่อให้เกิดการทุจริตมหาศาล ท่านประธาน คงจะจําได้ในเรื่องของค่าพรีเมียม (Premium) ข้าว กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่เริ่มที่จะ ร่างมาในสมัยนี้เท่านั้น แต่มีมาตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๑๗ ถ้าท่านประธานยังจําได้ว่าช่วงนั้น มีการเก็บค่าพรีเมียมข้าวมหาศาลเลย เก็บเฉพาะค่าพรีเมียมข้าวตอนนั้นเก็บได้ หมื่นกว่าล้านบาทครับ หมื่นกว่าล้านบาทในป้ ๒๕๑๗ ถ้ามาถึงเดี๋ยวนี้ปริมาณข้าวขณะนี้ ราคาข้าวอย่างนี้ แล้วมีพืชอีกหลายชนิด การเก็บเงินเข้ากองทุนผมเชื่อว่าหลายหมื่นล้านบาท ถ้ารัฐบาลจริงใจที่จะสงเคราะห์เกษตรทําไมไม่ตั้งพระราชบัญญัติงบประมาณ ตั้งงบประมาณให้สิครับ ไปรีดเอาค่าธรรมเนียมเหล่านี้ทําไม และประการสําคัญ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย ผมอยากจะให้ ท่านประธานไปดูที่มาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญนะครับ มาตรา ๔๓ เขาบอกว่า บุคคล ย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรี อย่างเปึนธรรม รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ครับต้องแข่งขันเสรี วันนี้เรากําลังจะกําหนดเขต การค้าเสรีอาเซียน จะกําหนดเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ มากมาย แต่กฎหมายฉบับนี้กําลังกําหนดขึ้นมา แล้วผมอยากให้ท่านไปดูดี ๆ นะครับ ผมอยากให้ ท่านสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ดูให้ดีสิครับ การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการ รักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของประเทศ การเก็บค่าธรรมเนียมนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ เปึนการขัดต่อบทบัญญัติการค้าเสรี การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน การจัดระเบียบการประกอบอาชีพก็ไม่ได้เกี่ยว การคุ้มครองผู้บริโภค ก็ไม่ได้เกี่ยว ผังเมืองไม่เกี่ยว การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้เกี่ยว สวัสดิภาพของประชาชนหรือเพื่อปัองกันการผูกขาดหรือขจัดความไม่เปึนธรรมในการ แข่งขัน โดยเจตนาของรัฐธรรมนูญแล้วนี่ไม่เอื้ออํานวยให้ท่านออกกฎหมายฉบับนี้ได้ ในอดีตท่านออกได้ครับ ถ้าในอดีตนั้นไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่วันนี้เมื่อมี กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วนี่นะครับ ผมอยากเรียนท่านว่าท่านไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะมันขัดต่อหลักการของการค้าเสรี ผมอยากจะเรียนว่าการเก็บค่าธรรมเนียมนั้น จากการส่งออก จําได้ไหมครับ เราส่งออกสินค้าข้าวป้นั้นเก็บค่าพรีเมียมข้าว เก็บเงินกองทุนเข้ารัฐ มหาศาลเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือราคาสินค้าเกษตร ผมยกตัวอย่างข้าวแล้วกัน ข้าว ราคาตกต่ํามหาศาลเปึนความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรหลายป้ติดต่อกัน จนกระทั่ง ต้องมีการยกเลิกการเก็บค่าพรีเมียมข้าว เช่นกันครับท่านบอกว่าถ้าราคาขาย ในต่างประเทศสูงเกินไปต้องเก็บ แล้วนี่ใช่ไหมครับ ปล่อยให้เอาระบบประกันราคา เข้ามาใช้ วันนี้สินค้าข้าวจากตันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ลงมาเหลือซื้อกันตันหนึ่งประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท และ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แน่นอนครับถ้าเอกชนเอาไปขาย ในต่างประเทศได้หมื่นกว่าบาท นั่นแน่นอนว่าเอกชนมีกําไรมาก ท่านสามารถเรียกเก็บ หรือไม่เรียกเก็บก็ได้ มันเปึนช่องทางก่อให้เกิดการเรียกผลประโยชน์ ผมยังไม่พูดครับ ถ้าไม่มีข่าวว่ามีการเรียกผลประโยชน์จัดเก็บค่าข้าวจากผู้ประกอบการตันละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ไม่พูด แต่เนื่องจากได้ยินสิ่งเหล่านี้ออกมาในตลอดระยะเวลา ของรัฐบาลนี้นะครับ ผมเรียนว่าผมไม่สบายใจ ถามว่าระแวงไหม ระแวงครับ มันเปึน ความเปึนอยู่ของพี่น้องเกษตรกร และผมเชื่อนะครับ กฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ราคาสินค้าของเกษตรกรจะไม่ขึ้นสูงหรอกครับ เพราะท่านต้องกดราคาในประเทศ ให้มันต่ํา ปล่อยกลไกราคา ปล่อยให้สินค้าอยู่ในท้องตลาดเยอะ ๆ อย่างนี้ ไม่ช่วยเหลือ ราคาสินค้าเกษตรหรอกครับ แล้วปล่อยให้ราคามันต่ําอย่างนี้ แล้วพอผู้ส่งออก ส่งขายได้เยอะ ก็เรียก เอาละครับเก็บค่าพรีเมียม เก็บ ไม่เก็บ อํานาจอยู่ที่เจ้ากระทรวง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนว่าผมไม่สบายใจที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิด แต่วันนี้จําเปึนต้องพูด และบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่า การออกกฎหมายฉบับนี้จําเปึนต้องออกโดยการระมัดระวัง แล้วผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจําเปึนต้องท้วงติงรัฐบาล และนําเรียนไปยังพี่น้อง สมาชิกสภาแห่งนี้ว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายฉบับหนึ่งที่ดูแล้วไม่สบายใจจริง ๆ ผมอยากจะเรียนว่าลองดูในมาตรา ๙ ในกรณีที่การส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือการนําเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกหรือนําเข้านั้นเกิดจากการซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลต่างประเทศ รัฐมนตรีถึงมีอํานาจลดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกหรือนําเข้า สําหรับผลิตผลเกษตรกรรมข้างต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหารประเภทดังกล่าวได้ คือทั้งหมด มันทําให้อํานาจไปอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีมากเกินไป และผมอยากจะเรียนว่าในเรื่องของ การตั้งกองทุนก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่ากองทุนนี้จะมีเม็ดเงินไหลเข้าไปในกองทุน หลายหมื่นล้านบาท วันนี้จริง ๆ แล้วถ้าท่านผลักค่าธรรมเนียมเหล่านั้นเข้าไปใน งบประมาณแผ่นดิน มันจะช่วยเหลือรัฐบาลในการป่ดหีบ ไม่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศ แต่ถ้าทําอย่างนี้ แล้วอนุมัติให้คณะกรรมการมีอํานาจอนุมัติได้ครั้งละ ๑๐๐ ล้านบาท ไม่น้อยนะครับ เราสังเกตไหมเวลาเปึน พ.ร.บ. งบประมาณแล้วจะมีคณะกรรมาธิการ งบประมาณตรวจสอบโครงการ ตรวจสอบค่าใช้จ่าย ตรวจสอบยูนิต คอสท์สูงไป ต่ําไป เปึนโครงการที่เหมาะสมสําหรับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เราตรวจสอบโดย สมาชิกสภาแห่งนี้ครับ แต่ว่าวันนี้รัฐบาลมีความจําเปึนอะไรที่จะต้องไปตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา เอาละครับท่านบอกว่ามันจะก่อให้เกิดความคล่องตัว ผมต้องเรียนท่านอีกว่าจริง ๆ แล้ว ทั้งหมดมันมีคนทําอยู่หมดแล้ว สิ่งที่ท่านพูดว่าท่านจะทําทั้งหมดนี้ตามมาตรา ๒๐ กิจการ ตามโครงการที่ใช้จ่ายในกองทุนได้แก่อะไรบ้าง
อันที่ ๑ การส่งเสริมการผลิต ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหาร โดยข้อ ก จัดหาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อจําหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคา อันสมควร จริง ๆ ก็มีหน่วยงานทําอยู่แล้ว มีทาง ธ.ก.ส. ทําอยู่ มีคนอื่นทําอยู่แล้ว ท่านทําขึ้นอีกเพื่ออะไร
อันที่ ๒ ให้เกษตรกรกู้เพื่อการลงทุน ก็มีคนทําอยู่แล้ว มีธนาคารของรัฐ ทําอยู่ตั้งหลายธนาคาร
ข้อ ค ดําเนินการจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้าทํากิน ก็มี ส.ป.ก. ทําอยู่ มีหน่วยงานของรัฐทําอยู่ ทําอีกทําไม
ข้อ ง ดําเนินการอื่นซึ่งก่อประโยชน์ให้เกิดผลผลิตเกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งการส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบสําหรับอุตสาหกรรมการเกษตร มันก็มีคนทําอยู่ทั้งหมด
อันที่ ๓ การพยุงราคาและการจําหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหาร โดย
ข้อ ก ซื้อหรือรับจํานําผลิตผลเกษตรขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารในราคา ที่คณะกรรมการกําหนด ก็มีคนทําอยู่แล้วครับ มี อ.ต.ก. มี อคส. มีคณะกรรมการต่าง ๆ ดําเนินการอยู่แล้ว ทําอีกทําไม
ข้อ ข ขายภายในประเทศหรือขายโดยส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งมี ผลิตผลเกษตรกรรมเบื้องต้น ก็มีคนทําอยู่ สามารถดําเนินการได้ ไม่มีกฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลสามารถดําเนินการได้อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่าจริง ๆ แล้ว กฎหมายฉบับนี้ทําขึ้นมาซ้ําซ้อน และทําให้โครงการขาดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส สภาจะไม่ได้ตรวจสอบ รัฐบาลจริงใจจริง ๆ อย่าเก็บค่าธรรมเนียมได้ไหมครับ ท่านไม่เก็บ ค่าธรรมเนียมจะทําได้ไหมครับ ตั้งเงินกองทุนไปเลยครับ เอางบประมาณใส่ลงไป ยังดีกว่าที่ไปรีดค่าธรรมเนียมจากตรงนั้น ท่านคิดว่าเกษตรกรสบายใจหรือครับ ท่านไปรีด ค่าธรรมเนียมเขา การนําเข้าท่านไปเก็บค่านําเข้ามา ท่านว่าดีหรือครับ ปัจจัยการเกษตร เบื้องต้นแพงหมดเลย ปุิยแพง อาหารสัตว์แพง ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ แพงไปหมด เกษตรกรชอบหรือครับ ผมเชื่อว่าถ้าสภากล้าทําประชาพิจารณ์กับกฎหมายฉบับนี้ ผมเรียนว่าพี่น้องประชาชนเขาไม่เอาหรอกครับ เพราะไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ท่านกําลังรีด เงินเขาต่างหาก รีดเงินและเอาเข้าไปใช้จ่ายในโครงการที่ท่านคิดเอง ไม่ใช่ออกมาจาก สมาชิกของสภาแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทํา เพราะฉะนั้นผมต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยและไม่สบายใจเลย และอยากจะเรียนไปยังพี่น้องสภาแห่งนี้นะครับว่ากฎหมายอย่างนี้ จากการเก็บ ค่าพรีเมียมต่าง ๆ เขายกเลิกกันหมดแล้ว ในเขตการค้าเสรี สภาแห่งนี้ไม่ควรจะนําขึ้นมาดู อีกแล้ว ไปรื้อฟุ๋นมาทําไม มาปัดฝุ์นทําไม ปลุกผีขึ้นมาทําไม และผมเรียนนะครับว่า ถ้าสภาแห่งนี้ผ่านกฎหมายอย่างนี้ออกไป วันใดที่มีการทุจริตเกิดขึ้น วันใดที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ท่านสมาชิกที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ต้องรับผิดชอบ ผมยืนยันนะครับ นอกจากไม่เห็นด้วยแล้ว ผมจะต่อต้านด้วย และผมจะพูดถึงกฎหมาย ฉบับนี้ตลอด ใช้ชื่อว่าสงเคราะห์เกษตรกร แต่จริง ๆ แล้วเปึนการรีด รีดภาษี รีดค่าธรรมเนียม กินเลือดกินเนื้อเกษตรกรมากกว่า ผมเรียนนะครับ ผมไม่สบายใจ และผมไม่เห็นด้วย กับกฎหมายฉบับนี้แน่นอน ก็คงไม่อยากใช้เวลาของสภาแห่งนี้มาก ผมเชื่อว่ามีพี่น้อง ในสภานี้อยากจะพูดเรื่องกฎหมายฉบับนี้มาก ก็ขออนุญาตท่านประธานอย่าไป กําหนดเวลาเลย และวันนี้ผมจะรอฟังท่านรัฐมนตรีตอบว่ามีมาตรการอะไรหรือไม่ ที่ทําให้เราเกิดความสบายใจ ท่านจะทําให้ผมมั่นใจไหม มันจะมีมาตรการที่ไม่ก่อ ให้เกิดการทุจริต มันจะไม่รีดเม็ดเงินภาษีจากเกษตรกรหรือรีดเม็ดเงินจากผู้นําเข้า ผู้ส่งออกมากจนเกินควร และรัฐบาลมีความจริงใจขนาดไหนครับที่จะตั้ง เงินกองทุนสงเคราะห์ไปแล้ว จะเอางบประมาณแผ่นดินใส่เข้าไปสักเท่าไร สัดส่วน ระหว่างงบประมาณแผ่นดินกับสัดส่วนภาษีที่ท่านไปรีดเขามา เท่าไร วันนี้ผมเรียนว่า รัฐบาลนี้รีดภาษีจากพี่น้องประชาชนมากเกินเหตุแล้ว ท่านไปกู้มาอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนั้นท่านต้องเก็บภาษีอีกมากมายเท่าไรเพื่อมาชดใช้ และวันนี้ นอกจากตรงนั้นแล้ว ท่านยังมารีดเข้ากองทุน ๆ เมื่อกี้ก็ผ่านกฎหมายออกไปฉบับหนึ่ง เปึนเรื่องของความปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้านอาชีวอนามัย ตรงนั้นก็ตั้งกองทุนอีก วันนี้รัฐบาลเกิดอะไรขึ้นครับ ตั้งกองทุนรีดภาษี ๆ ท่านคิดว่าวันนี้พี่น้องประชาชนสบายใจ หรือครับ ผมว่าไม่มีใครสบายใจ ยิ่งกฎหมายฉบับนี้นะครับ ไปถามทั้งผู้ส่งออก ไปถาม ทั้งผู้นําเข้า ไปถามทั้งพี่น้องเกษตรกรสิครับ สบายใจไหม หรือคนสบายใจมีแค่รัฐบาล เพราะฉะนั้นผมนําเรียนพี่น้องในสภาแห่งนี้ กฎหมายแบบนี้ไม่สมควรผ่าน แล้วถ้า เปึนไปได้ผมขอยับยั้งอย่าผ่านกฎหมายฉบับนี้เลย กราบขอร้องพี่น้องในสภาแห่งนี้ กฎหมายอย่างนี้อันตรายเกินไป กฎหมายที่โบราณขัดต่อการค้าเสรี ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ ผมคิดว่าไม่สมควร ถ้าหากท่านรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนไปอย่างที่ผมอภิปรายแล้วนี่นะครับ จะถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่ง และผมคิดว่าจะเปึนพระคุณ ต่อผู้ส่งออก ผู้นําเข้า และพี่น้องเกษตรกรมากกว่าที่ท่านจะดําเนินการผ่านกฎหมายฉบับนี้ ออกไป ขอบคุณครับ