สงวน พงษ์มณี แสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายข้อมูลเครดิตที่อาจส่งผลกระทบต่อชนชั้นกลางและพลังการผลิตของประเทศ นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้อาจละเลยหลักการทั่วไปของรัฐธรรมนูญและไม่รอบคอบในการคุ้มครองแรงงานและเจ้าของโรงงาน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน จริง ๆ แล้วผมคิดว่าถ้ามีผู้อภิปรายได้พูดในประเด็นที่ผม สนใจ ผมก็คงจะไม่พูดอีก แต่ตอนนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานนําเรียนไปยัง ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพราะว่าท่านก็อยู่ในสภานี้อยู่ ผมกลัวอย่างนี้ ท่านประธานครับ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันทําให้เกิดองค์กรต่าง ๆ มากมาย เกิดขึ้น และแต่ละองค์กรก็เขียนขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อเช้าผมไปนั่งเปึน กรรมาธิการกฎหมายคณะหนึ่งเลยอยากจะเอาปัญหานั้นมาแลกเปลี่ยนกับคนที่ไปเปึน กรรมาธิการในกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ โดยหลักการแล้วเห็นด้วยที่จะมีกฎหมาย มาคุ้มครองแรงงานซึ่งเกิดปัญหา ทีนี้มันมีจุดน่าสนใจหลายเรื่องครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้ถ้าหากไม่รอบคอบจะเหมือนกฎหมายข้อมูลเครดิต ผมเองมีบทบาท ร่างอยู่แล้วก็ท่านรัฐมนตรีต้องขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านรัฐมนตรีที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมท่านก็ร่างด้วย วันนั้นท่านพูดเรื่องปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหน้า ผมเองไม่เข้าใจ ท่านประธาน อดีตรัฐมนตรีมนตรี ด่านไพบูลย์ ก็พูด ผมก็ไม่เข้าใจ วันนี้ผมถึงเข้าใจว่า การร่างกฎหมายไม่ใช่มองเฉพาะปัญหาที่กําลังดํารงอยู่ มันต้องวาดหวังและคิดว่า ข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น วันนี้กฎหมายข้อมูลเครดิตทั้งหมดทําลายชนชั้นกลาง ของประเทศลงไป สกัดกั้นการเจริญเติบโตของประเทศเต็มที่ กฎหมายฉบับนี้ผมดูแล้ว ถ้าร่างไม่ดี ร่างแล้วไม่มองให้ครอบคลุมโดยทั่วด้าน จะทําให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าทําให้ ความสัมพันธ์ทางการผลิตไปสกัดกั้นพลังการผลิต ท่านที่เสนอกฎหมายผมพูดประโยคนี้ ท่านคงเข้าใจเพราะว่าท่านกับผมก็เรียนมาในสถาบันเดียวกัน คือนี่เปึนปรัชญา ของเศรษฐศาสตร์การเมือง ต้องระมัดระวังนะครับ เราปกปัองพลังการผลิต กับความสัมพันธ์การผลิตโดยไม่รอบคอบไม่ได้ครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังให้ท่านดู นิดหนึ่ง ท่านประธาน รัฐธรรมนูญมีบททั่วไปอยู่ ๗ มาตรา กฎหมายนี้ผมอ่าน อย่างรวดเร็ว และคิดว่าจะเข้าไปแปรญัตติหลายมาตรา เพราะว่าบางมาตรามันละเลย หลักการทั่วไปของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ กฎหมายรัฐธรรมนูญมันมีมาตราหลักอยู่ ๗ มาตราเท่านั้น มาตรา ๕ มีสาระสําคัญว่าคนทุกคนไม่ว่าเปึนผู้ผลิต เปึนเจ้าของโรงงาน หรือเปึนคนงานเขาจะต้องได้รับความคุ้มครองเสมอกันนะครับ ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะมันมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ เกิดขึ้น ผมมีความเห็นกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่างจากคนอื่น ผมพูดมาตลอดว่ามาตรา ๖๗ กับมาตรา ๒๙๙ ทําไมผมพูดประเด็นนี้ เพราะมันจะเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ มาตรา ๖๗ ใช้คําว่า อาจจะ แค่สงสัยก็ไม่มีนิติรัฐ อันใดจะเหลืออยู่ เขาตั้งโรงงานขึ้นมาเขาขออนุญาตทุกอย่าง มีหลักการสากลยอมรับ ทั้งหมด ยอมรับหมดเลย คน ๓๐-๔๐ คนอาศัยว่าเข้าใจว่าจะทําให้เขาเสียหาย เพราะมันมีคําว่า อาจจะ ฟัองครับ ฟัองเสร็จก็เกิดปัญหาขึ้น สภาพอย่างนี้เขาเรียกอะไรครับ มันสั่นสะเทือนหรือมันรอนสิทธิของรัฐไทยลงไปเลย ใครก็จะไม่สามารถยอมรับเราอีก ต่อไป วันนี้ท่านครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเขียนคุ้มครองแรงงานและเปึนเพียงกฎหมายฉบับเดียว ที่ผมพอใจ เพราะว่าเขาเขียนเปึนกองทุนขึ้นมาเพื่อที่จะใช้เงินของเขาเอง แต่บางฉบับ ท่านประธานครับ ต้องพูดถึงนิดหนึ่ง รอนสิทธิรัฐ เอาเงินหลวง เอาภาษีที่เก็บโดยองค์กร ของรัฐไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่มีปฏิสัมพันธ์กับรัฐสภาตัวแทนประชาชนเลย ให้เงินเดือนกันสูงลิบลับเลย นั่นรอนสิทธิรัฐเพื่อกลุ่มของตัวเอง ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะว่าถ้าองค์กรเหล่านี้ไม่ละเอียด ท่านดูมาตรา ๖๗ เอ็นจีโอ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือองค์กรเอกชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะฝ์ายไหนครับ เฉพาะดูแลสิ่งแวดล้อม กับสุขภาพอนามัย จริง ๆ แล้วปัญหาหลักของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่การวินิจฉัยในสิ่งที่เบื้องหลัง บรรทัด เมื่อคนงานเกิดปัญหาใครจะวินิจฉัยว่าเกิดจากกระบวนการผลิต ต้องมีหมอ เฉพาะทางและต้องมีการโต้แย้งสิทธิในการวินิจฉัยด้วย ในนี้ไม่มีครับ ในนี้ไม่มีเลย อย่างผมเปึนเจ้าของโรงงาน คุณพาหมอกลุ่มหนึ่งมาวินิจฉัยว่าโรงงานผมทําให้คนงาน เสียหาย คนงานเดือดร้อน ผมควรจะต้องมีหมอที่ผมเชื่อถืออีกกลุ่มหนึ่งมาวินิจฉัย ร่วมกับคุณและข้อตกลงของหมอ ๒ ฝ์ายนี้ จะเปึนข้อยุติที่ทั้ง ๒ ฝ์ายจะต้องยอมรับครับ ไม่อย่างนั้นเสียหายครับ หมอฟันที่จังหวัดลําพูน หมอฟันครับ ทันตแพทย์ไปวินิจฉัยว่า โรงงานในจังหวัดลําพูนทําให้คนมีสารพิษ หมอฟันท่านครับ มองดูกองขยะที่เปึนถัง ๆ หมอฟันวินิจฉัยว่าโรงงานนี้ทําให้เกิดสารพิษ ชาวบ้านจะเอาตายครับท่าน วินิจฉัย นอกโรงงาน นี่เปึนบทเรียนของจังหวัดลําพูนที่เจ็บปวดมาก เพราะฉะนั้นใครยกตัวอย่าง ที่จังหวัดลําพูนขอให้รู้ว่าหมอฟันครับผม ทันตแพทย์ครับผมที่ไปวินิจฉัยว่าโรงงานนี้ผิด และแถวนั้นด่าโรงงานหมดเลยครับ ตรงนี้สําคัญมากท่านประธานครับ ผมว่า ท่านรัฐมนตรีรู้จักผมดีครับ ผมก็รู้จักท่าน รู้จักกันมานานมากแล้ว ผมขอร้องให้ท่าน เลือกคนไปเปึนประธานคณะกรรมาธิการ คนที่มีการเป่ดกว้างและเห็นว่าใช้มาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญไปคุ้มครองทุกฝ์าย ถึงจะบรรลุครับกฎหมายฉบับนี้ ไม่อย่างนั้นครับ เสียหายเหมือนกฎหมายข้อมูลเครดิตแน่นอน วันนี้กฎหมายฉบับหนึ่งคือกฎหมายอะไรครับ ล้มละลาย ๓ ป้ ล้มละลาย ขอปลดจากการล้มละลายได้เลย แต่ว่าข้อมูลเครดิต ๑๐ ป้ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ประเทศใดก็ตามถ้าคนชั้นกลางล้มละลายประเทศนั้น ผมไม่อยากจะใช้ภาษาหยาบ แต่ผมบอกว่าพังครับ อยู่ไม่ได้ท่านครับ เหลือแต่คนชั้นล่าง กับคนชั้นบนอยู่ไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกัน ถ้าคุณร่างไม่ดี ปกปัองคนงาน อย่างสุด ๆ นั่นหมายความว่าคุณกําลังทําลายพลังการผลิตของประเทศ เราจะไปยุติ ตรงไหน รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเขียนโดยนักวิชาการฝ์ายกฎหมายและ เอ็นจีโอ เท่านั้น จึงเกิดปัญหาอย่างไรครับ ผมดู ๒ มาตรา ผมไม่ดูมาตราเลย เพราะฉะนั้นผมไม่สนใจ การแก้รัฐธรรมนูญเพราะอะไรครับ เพราะคุณไม่พูดถึงมาตรา ๖๗ วันนี้คุณก็เจอ มาตรา ๖๗ วันนี้คุณไม่พูดถึงมาตรา ๒๙๙ คุณจะอยู่อย่างไรครับ คมช. ปฏิวัติเสร็จตั้งคน ขึ้นมาอยู่ ๙ ป้ จะมาครอบคลุมประเทศนี้ ๙ ป้ ยอมอย่างนี้ได้อย่างไร กฎหมายฉบับนี้ ก็เหมือนกันที่เขียนขึ้นใหม่ ถ้าคุณไม่ดูมาตรา ๕ แล้วเขียนออกมาอย่างนี้นะครับ คนที่ ไปวินิจฉัยตามนี้นะครับประเทศพังอีก แล้วเราจะมีหลายแห่งหลายโรงงานที่เกิด เหมือนมาบตาพุดครับ วันนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหมดไปแล้วครับท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องนี้ พูดด้วยความเจ็บปวดเพราะว่าวันนี้มีกฎหมายมากมายที่เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมามากมายครับ ออกมามากมายเหลือเกิน บางฉบับเขียนปฏิเสธ รัฐสภา ผมเองปวดใจมากต้องไปนั่งเขียนให้คณะปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาเขียนรัฐธรรมนูญปฏิเสธรัฐสภา เรามีรัฐสภาทําไม เราเขียนและยึดโยงรัฐสภาด้วย ผมถึงโต้แย้งเรื่องนี้ตลอดเวลา ผมพูดทั้งหมด พูดให้เห็นว่ากฎหมายใดก็ตามต่อไปนี้ คนในสภานี้คุณกลับไปอ่านมาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ ให้รอบคอบ แล้วคุณจะรู้ว่ามาตราหลัก แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ตาม ถ้าคุณขัดกับ ๗ มาตรา ถือว่าใช้ไม่ได้ บังคับใช้ไม่ได้ ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดมานี่ พูดให้เห็นว่าผมเองก็ต้องขออนุญาตที่จะ ไปแปรญัตติหลายมาตรา และขออนุญาตให้ท่านประธานเรียนต่อคณะกรรมาธิการ ที่จะเข้าไปจัดการหรือแก้ปัญหา หรือว่าเขียนกฎหมายฉบับนี้ ต้องคํานึงถึงการวินิจฉัย ของคนที่จะไปตัดสินว่าโรงงานผิดหรือถูก หมอเฉพาะทางยังไม่มี แต่วิธีแก้คืออะไรครับ ให้เกิดการโต้แย้ง ๒ ทางท่านประธานครับ เคยมีคดีหนึ่ง หมอกลุ่มหนึ่งไปวินิจฉัยว่า ฆ่าตัวตาย ไม่ฆ่าตัวตาย หมออีกคนหนึ่งเขาก็เอาหมอ ๒ หมอมาโต้กัน นี่คือวิธีที่ดีที่สุด เปึนบทเรียนของประเทศครับ มันต้องใช้ให้เกิดการโต้แย้ง ๒ ฝ์าย ถ้าไม่มีการโต้แย้ง ๒ ฝ์ายในนี้นะครับ กฎหมายฉบับนี้ผมยืนยันได้เลยว่าทําลายพลังการผลิตของประเทศครับ ขอบคุณครับผม