ซูการโน จี้รัฐบาลเร่งแก้กฎหมายความปลอดภัยฯ พร้อมดันบุคลากรและอุปกรณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ซูการโน มะทา หารือร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเอกชนขนาดเล็กและกลาง รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการรองรับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณทางรัฐบาล แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน พ.ศ. .... วันนี้และผมคนหนึ่งที่เห็นด้วยว่า ณ วันนี้มีความจําเปึนที่เราจะต้องให้ ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ แล้วผมก็มีข้อสังเกต เพื่อเสนอผ่านท่านประธานถึงรัฐบาลแล้วก็หน่วยงานที่จะมาดําเนินงานให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถบังคับให้เกิดประโยชน์กับบรรดาผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่า จะเปึนพนักงานหรือลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงแล้วความจริงในเรื่องของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานนั้น ข้อเท็จจริงที่ผ่านมานั้นเราก็มี การบังคับให้สถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเปึนสถานประกอบการ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก จะต้องถือปฏิบัติในเรื่องของความปลอดภัย ในการทํางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่ละสถานประกอบการ หรือแต่ละหน่วยงานนั้นจะต้อง มีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยไปประจําอยู่ในสถานประกอบการเหล่านั้น แต่ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าการบังคับใช้ หรือการควบคุมเข้มงวดให้เกิดความปลอดภัยในการทํางาน ให้เกิดประโยชน์กับบรรดาพนักงานหรือลูกจ้างของสถานประกอบการนั้น ต้องยอมรับว่า สิ่งที่เปึนปัญหาข้อเท็จจริงก็คือการไม่เอาจริงเอาจังของหน่วยงานของรัฐที่มี การปล่อยปละละเลย ไม่ควบคุมให้การดําเนินงานในเรื่องของความปลอดภัย ในสถานประกอบการนั้นดําเนินไปตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนะครับ และสิ่งสําคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนปัญหาที่เราคิดว่าสถานประกอบการต่าง ๆ นั้น หลายสถานประกอบการก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยให้กับ พนักงานหรือลูกจ้างในสถานประกอบการเกี่ยวกับการทํางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เท่าที่สังเกตที่ผ่านมานั้นมีสถานประกอบการที่สามารถปฏิบัติได้และเปึนตัวอย่าง ให้กับสถานประกอบการอื่นนั้น ก็จะเปึนสถานประกอบการที่เปึนรัฐวิสาหกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เปึนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะดูแลหรือมีมาตรการในเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องของการ ทํางานนั้นสูงมาก สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเปึนข้อสังเกตที่อยากฝากทางรัฐมนตรีแล้วก็ผู้ที่ เกี่ยวข้องได้เปึนข้อสังเกตว่า บางครั้งถ้าเปึนภาคเอกชนแล้วก็จะมีเฉพาะแค่ปูนซีเมนต์ไทย หรือว่า พีทีที (PTT) หรือว่าสถานประกอบการใหญ่ ๆ แต่สถานประกอบการ ขนาดเล็กหรือขนาดกลางนั้นก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการให้เกิดความปลอดภัย หรือมีสภาพแวดล้อมในการทํางานมีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์กับพี่น้อง บรรดาพนักงานและลูกจ้างของหน่วยงานได้ เพราะว่าบางครั้งเราต้องยอมรับว่าปัญหา ความปลอดภัยในการทํางานนั้นมันมีทั้งเรื่องเสียง เรื่องความเสี่ยงอันตรายต่าง ๆ มากมาย บางครั้งสถานประกอบการขนาดเล็กที่จะไปดําเนินการให้เกิดความปลอดภัย ในการทํางานนั้น ก็มีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนเรื่องบุคลากร วันนี้เราต้องยอมรับว่า ถ้าหากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการบังคับใช้ขึ้นมาแล้ว ผมอยากตั้งข้อสังเกต ผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านกรรมาธิการว่า วันนี้เราจะบังคับใช้ ให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น เรามีความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบุคลากรที่จะไปสนอง หรือที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความสามารถในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในการทํางานเพียงพอ ต่อความต้องการของสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการ ของภาคเอกชน วันนี้ผมเชื่อว่าการดําเนินงานในเรื่องของความปลอดภัยในการทํางาน ของภาคเอกชนนั้นบางครั้ง หรือหลายสถานประกอบการมีการคัดเลือกพนักงาน หรือลูกจ้างในหน่วยงาน ซึ่งไม่มีองค์ความรู้ในเรื่องของการที่จะไปดูแลความปลอดภัยในการทํางาน ทําให้บางครั้ง ก็ส่งผลกระทบให้กับบรรดาพนักงานและลูกจ้างที่ทํางานในสถานประกอบการที่ผม ยกตัวอย่างเหล่านี้ ก็ทําให้ต้องสูญเสียอวัยวะสําคัญของร่างกายและสุดท้ายก็ส่งผล กระทบต่อการดําเนินชีวิตของพนักงานคนนั้นแล้วก็ครอบครัว สิ่งเหล่านี้ผมอยากฝากว่า การที่เราจะตั้งหรือบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ นั้นเรามีความพร้อมที่จะตอบสนอง ความต้องการ ความช่วยเหลือของทั้งภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน สถานประกอบการ ที่เปึนของเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องความปลอดภัยในการทํางานนั้นมากน้อยเพียงไร เพราะผมเชื่อว่าวันนี้ ในสถานประกอบการหรือสถานศึกษาหลายแห่งก็ยังไม่มีการกําหนดหลักสูตรที่จะให้ผลิต บุคคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยในการทํางาน อยากฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องตั้งข้อสังเกตเสนอถึงท่าน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝาก ประเด็นเรื่องของเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในการทํางานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอุปกรณ์ในด้านความปลอดภัยนั้น ผมเชื่อว่า กรณีที่สถานประกอบการหลายแห่งไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ตามระเบียบข้อบังคับ ของกระทรวงแรงงานในเรื่องของการควบคุมให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานนั้น เกิดจากอุปกรณ์เหล่านั้นมีราคาสูง อยากฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าทําอย่างไร เมื่อ พ.ร.บ. นี้ประกาศบังคับใช้แล้วสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องอํานวยความสะดวกให้กับ สถานประกอบการไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบุคลากรหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ ความปลอดภัยนั้นท่านจะต้องดูเรื่องของราคาแล้วก็ความเพียงพอสําหรับอุปกรณ์ด้วยนะครับ

สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากฝากเปึนข้อสังเกตในเรื่องของความปลอดภัยในการ ทํางานในสถานประกอบการนั้นก็คือผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้ลงไปสํารวจสถานประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานประกอบการขนาดเล็กนั้น เราจะเห็นได้ว่าการดําเนินงานในเรื่องของความปลอดภัยนั้นอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ํามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องขององค์กรหรือหน่วยงานที่สามารถที่จะไปแก้ปัญหาเบื้องต้น ในเรื่องความปลอดภัยนั้น ผมคิดว่าวันนี้หลายสถานประกอบการก็ไม่มีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานพยาบาลในสถานประกอบการที่มีผู้มีความรู้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เสนอ ตรงนี้อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าสิ่งเหล่านี้เรานอกจากจะไปบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ ความปลอดภัยแล้วเราจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลเรื่องบุคลากร อุปกรณ์ และผลิตหน่วยงานที่ทํางานควบคู่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานกับพี่น้อง ประชาชนหรือบรรดาผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานประกอบการของภาคเอกชนขนาดเล็ก และสุดท้ายสิ่งต่าง ๆ ที่จะมีการบังคับใช้ ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วท่านต้องคํานึงว่าบังคับใช้แล้วไม่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน กิจการของสถานประกอบการจนต้องป่ดกิจการ ฝากเปึนข้อสังเกตครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ