สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ สตง. และการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างจริงจังและครอบคลุม เพื่อป้องกันการทุจริตและความไม่โปร่งใสในหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องคุณภาพการศึกษาในประเทศไทย และการซ่อมสะพานในกรุงเทพมหานคร โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้เงิน ซึ่งอาจมีการใช้งบประมาณไม่เหมาะสม

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผมคงขออนุญาตยืมคําพูดของท่านประธานมาทวนอีกสักนิดหนึ่ง เลิกประท้วงสักทีให้ผมได้ทําหน้าที่ในฐานะที่เปึน ส.ส. สักหน่อยเถอะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เกริ่นไปว่า เมื่อก่อนนี้ผมเคยมีความชื่นชอบ สตง. หรือ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของประชาชน จําได้ว่าผมเคยเล่าการทํางานของ สตง. เรื่องหนึ่ง ซึ่งผมประทับใจ อย่างไม่รู้ลืม นั่นคือการที่เจ้าหน้าที่ สตง. เข้าไปตรวจหน่วยงานแห่งหนึ่งซึ่งมีรถ จํานวนนับร้อยคัน แล้วมีการตั้งเบิกน้ํามันกับรถแทบจะทุกคันเลย เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า รถแต่ละคันนี้มีการออกไปปฏิบัติงานหรือไม่ หน่วยงานที่เปึนผู้ครอบครองรถเหล่านั้น ก็ชี้แจงว่า ออกปฏิบัติงานทุกวัน หลังจากนั้นผ่านไป ๓ วัน สตง. เข้าไปหน่วยงานแห่งนั้นใหม่ ยิงคําถามเดิมว่ารถเหล่านี้ที่มีการเบิกน้ํามันทุกวันนี้มีการออกไปปฏิบัติงานทุกวันหรือไม่ หน่วยงานนั้นยืนยันครับท่านประธานว่าออกปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ สตง. บอกว่าไม่จริง โดยได้เอาชอล์กขีดล้อของรถยนต์ แล้วก็ขีดที่พื้นเปึนจุดที่สังเกตได้ง่าย ถ้ารถคันนั้น ถูกนําออกไปใช้งานกลับมาจอดที่เดิมรอยชอล์กจะไม่อยู่ในแนวเดียวกันในที่เดิม ตรงนี้ ชี้ชัดว่ารถคันนี้ไม่ได้ออกปฏิบัติงานตามที่เจ้าหน้าที่ชี้แจง นี่คือเทคนิคที่เจ้าหน้าที่ ของ สตง. ไปทํา ผมว่าเปึนเรื่องที่ต้องชื่นชม แต่มาถึงยุคหลัง ๆ นี้ท่านประธานครับ สตง. หย่อนยานไปเยอะและได้กระทําหลาย ๆ อย่างจนเกียรติภูมิของ สตง. หมดไปจาก ความเชื่อถือของสังคมไทย ตัวอย่างอย่างหนึ่งก็คือเวลา สตง. ไปตรวจงาน หน่วยงาน ราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างจังหวัด หน่วยงานราชการในต่างจังหวัดท่านจะมี ความรู้สึกยิ่งกว่ารัฐมนตรีไปตรวจเสียอีก มีการเตรียมการที่จะชี้แจงกันอย่างโกลาหล แต่สิ่งนั้นก็ถือว่าเปึนหน้าที่ของเขาที่จะต้องชี้แจงตามความเปึนจริง ต้องเตรียมการในการ ที่จะชี้แจงข้อสงสัย แต่ที่น่าเกลียดก็คือ สตง. ไปรับเลี้ยงเขาทําไมในเมื่อไปตรวจเขา เขาพาไปเลี้ยงอาหารกลางวัน พาไปเลี้ยงอาหารค่ํา นี่เกิดขึ้นหลาย ๆ จังหวัดเท่าที่ผมมี โอกาสเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะในโอกาสที่ผมเปึน ส.ส. แบบสัดส่วน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมเปึน ส.ส. สัดส่วน กลุ่มที่ ๗ พื้นที่ที่ราษฎรลงคะแนนให้ผมจนกระทั่ง ได้มายืนอยู่ในสภาแห่งนี้ ตั้งแต่จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดสระบุรี พื้นที่ตรงนี้อยู่ในกลุ่มที่ ๗ นี้ผมไปเที่ยว ไปพบปะผู้คน หน่วยราชการ ได้รับฟังปัญหาต่าง ๆ และข้อเท็จจริงที่ผมนํามากราบเรียน ท่านประธานก็คือเรื่องที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากข้าราชการในจังหวัดต่าง ๆ ที่กระผม เปึน ส.ส. ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ผมขอฝากท่านประธานไปยังผู้แทนของสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ท่านต้องถือเปึนธรรมนูญของการทํางาน ไปตรวจเขา อย่าไปรับเลี้ยงเขา อย่าไปเอาของของเขา ถ้าไปกินข้าวของเขาพระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าเราไปกินข้าวหรือเขาให้ข้าวเรานี้ แม้ ๑ มื้อ ๑ คราว เท่ากับเปึนการให้เลือดให้เนื้อ เท่ากับเปึนการให้ชีวิต เมื่อเราไปกินของเขาแล้ว แน่นอนครับ การปฏิบัติหน้าที่ของท่าน จะต้องเบี่ยงเบนไป ในเรื่องของการนึกถึงบุญคุณที่เขามาเลี้ยงข้าว เพราะฉะนั้น ทีหลังบอกเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจต่างจังหวัดหรือหน่วยงานในกรุงเทพมหานครก็ตาม อย่าไปรับเลี้ยง แล้วต้องปฏิเสธของขวัญ ของกํานัล ของฝากทุกชนิดโดยสิ้นเชิง นี่เปึนสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังทางตัวแทนของ สตง. ได้กรุณา รับไปด้วย ท่านประธานครับ ในหนังสือรายงานฉบับนี้หน้าที่ ๑๐ มีเรื่องที่ สตง. รายงานมา พูดถึงเรื่องของยุทธศาสตร์ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้กําหนดยุทธศาสตร์ที่สําคัญ ๓ ด้านคือ

๑. ยุทธศาสตร์การตรวจสอบ ข้อแรกกล่าวไว้ว่าเพื่อให้สามารถตรวจสอบ ได้ครอบคลุมทันการณ์และคุ้มค่านําไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตว่า สตง. พูดสวย รายงานสวย แต่ในทางปฏิบัติ สตง. ทําไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุม ผมเป่ดทั้งเล่มเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมบอกว่าตรวจไม่ครอบคลุมนั้น ผมขอยกตัวอย่าง หน่วยงาน ที่ สตง. ควรจะมาตรวจคือหน่วยงานรัฐสภาของเรา รัฐสภาในแต่ละป้ได้งบประมาณ มาแล้วส่วนหนึ่งจัดไปสถาบันพระปกเกล้า ถือว่าเปึนองค์กรในกํากับของรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้าเมื่อแรกตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้เปึนสถาบันในการพัฒนา เรื่องของการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน องค์พระประมุข เมื่อเริ่มแรกสถาบันนี้มีการจัดหลักสูตรสําหรับนักบริหารชั้นสูง มีนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถมาให้ความรู้ ในขณะเดียวกันก็ให้โควตาแก่สมาชิก รัฐสภาไปเข้ารับการฝ๊กอบรม แล้วก็รับจากข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานต่าง ๆ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ดูท่าทางมันจะไปเปึนคู่ขนานกันกับวิทยาลัยปัองกัน ราชอาณาจักร หรือเรียกกันว่า วปอ. ที่ทางฝ์ายทหารเขาตั้งขึ้นมาเปึนเวลาหลายสิบป้ และเปึนสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทย เปึนที่ใฝ์ฝันของข้าราชการทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า ปรารถนาอย่างยิ่งยวดว่าในชีวิตราชการก่อนเกษียณนั้นอยากจะเข้าไป เปึนนักศึกษาอยู่ วปอ. เมื่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยหลังจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคมมา ต้องพูดว่าระบอบประชาธิปไตยของเราทําท่าว่าจะเข้มแข็ง มีการตั้ง สถาบันพระปกเกล้าขึ้นมาเพื่อจะทํางานคู่ขนานไปกับวิทยาลัยปัองกันราชอาณาจักร แต่มาถึงวันนี้สถาบันพระปกเกล้าไม่ได้ดําเนินตามนโยบายหรือตามอุดมการณ์เดิม ของการจัดตั้งสถาบัน มีการไปตั้งหลักสูตรต่าง ๆ มากมายก่ายกอง ทําในเชิงธุรกิจ เชิงพาณิชย์ หาผลประโยชน์ มีการตกลงกับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ ให้จัดงบประมาณส่งสมาชิกมาเข้ารับการอบรม ผมอยากจะให้ สตง. เข้าไป ดูซิว่าตั้งแต่ตั้งสถาบันพระปกเกล้าขึ้นมานี้ และสภาได้อนุมัติงบประมาณเข้าไปสนับสนุน การทําหน้าที่ในส่วนที่สถาบันพระปกเกล้าไปหาผลประโยชน์เข้ามาด้วยการกําหนด หลักสูตรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมากมายเหลือเกิน แต่ละหลักสูตรนั้น มีผู้เข้ารับการศึกษาอบรมจํานวนมาก และแต่ละคนต้องเสียเงินจํานวนเท่าไร รายได้ ส่วนนี้ สตง. ควรจะต้องเข้าไปดูด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้คนบางคนที่ใช้สถาบันพระปกเกล้า ใช้พระนามาภิไธยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ไปทํามาหากิน นอกจากนั้นยังใช้เงินงบประมาณที่รัฐสภาอนุมัติ จัดโครงการศึกษาดูงานต่าง ๆ โดยส่งคนของสถาบันพระปกเกล้าไปดูงาน ซึ่งไม่ได้นํากลับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา การเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าสถาบันพระปกเกล้า สามารถดําเนินการไปตามอุดมการณ์หรือปรัชญาของการตั้งสถาบันพระปกเกล้า ผมมั่นใจเหลือเกินว่ามาถึง พ.ศ. นี้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุขที่เรายึดถือนั้น จะต้องประสบความสําเร็จมากกว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ มองไปถึงกระทรวง ทบวง กรมอื่น ผมคงจะไม่ไล่ไปทุกกระทรวง แต่จะหยิบยกมาเปึนบางรายการ อย่างกระทรวงสาธารณสุข สตง. ไปตรวจกี่แห่งครับ โรงพยาบาลทั่วประเทศ ผมได้เคยมีโอกาสคุยกับหัวหน้าฝ์ายบริหารงานทั่วไป ของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งซึ่งเปึนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีเตียงคนไข้นับจํานวน เปึนพัน ๆ เตียง ในอดีตนั้นมีการตั้งงบประมาณไปพิมพ์สมุดเรียกกันว่าสมุดสําหรับการออกหรือบันทึก ผู้ที่ถึงแก่กรรมหรือมรณะในโรงพยาบาล แต่ละป้ตั้งงบประมาณพิมพ์สมุดจํานวน ๕๐๐ เล่ม เล่มหนึ่งมี ๕๐ ใบ นั่นหมายความว่าเล่มหนึ่งจะต้องรายงานว่าคนไข้เสียชีวิต ในโรงพยาบาล ๕๐ คน ป้หนึ่ง ๕๐๐ เล่ม ท่านประธานครับ ๕๐ คูณ ๕๐๐ ๒๕,๐๐๐ เล่ม แล้วพิมพ์ทุกป้ ๆ นั่นหมายความว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีคนไข้มาตายป้ละ ๒๕,๐๐๐ คน ใช่ไหม อันนี้ไม่ใช่โรงพยาบาล นั่นเปึนโรงฆ่าสัตว์ นี่คือการทุจริตอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐ

ต่อไปกระทรวงศึกษาธิการท่านประธานครับ กระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกันเวลานี้ สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้สัมภาษณ์และมีรายงาน ข่าวปรากฏในสื่อมวลชนเมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมบังเอิญสนใจ เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการเปึนพิเศษ ดังนั้นอ่านแล้วจึงตัดไว้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานแล้ว ว่าผมเปึนลูกเสือ และเปึนคนที่ถูกครูบาอาจารย์สั่งสอนมาให้มีสัมมาคารวะ ผมไม่ค่อย ก้าวร้าว ผมพูดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผมใช้คําว่า ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการไปประชุมนายกสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๑ ท่านได้กําชับไปถึงเรื่องของมหาวิทยาลัยไปตั้งวิทยาเขตทั่วประเทศให้คํานึงถึง คุณภาพของการศึกษา ให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น ท่านได้พูดถึง เรื่องคุณภาพการศึกษาไว้อย่างน่าฟังท่านประธานครับ เปึนความอาทรที่ท่านในฐานะ ผู้รับผิดชอบงานการศึกษาของชาติได้พูดต่อนายกสภามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เน้นย้ํา ให้คํานึงถึงคุณภาพการศึกษา สอดรับกับสิ่งที่สื่อมวลชนได้รายงานท่านประธานครับ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์นิติภูมิ นวรัตน์ ได้เขียนไว้ในบทความของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๓ พฤศจิกายน บทความชื่อว่า ร้อยมหาวิทยาลัยคุณภาพของโลก ได้กล่าวถึง ความอิดหนาระอาใจที่ได้รับเชิญไปเปึนผู้บรรยายในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์นิติภูมิได้เขียนไว้ว่าเวลาหน่วยราชการรับผู้ทํางานมีอัตราบรรจุ เพียงไม่กี่ร้อยคน แต่มีจํานวนผู้สมัครที่เปึนบัณฑิตจํานวนนับหมื่นคน เมื่อสอบคัดเลือกแล้ว คนที่ผ่านการคัดเลือกไปทํางานราชการเพียงร้อยกว่าคน ๒๐๐ คน ถามว่า มหาธี คือใคร บางท่านอาจจะออกเสียงว่ามหาเดย์ ในที่ประชุมอบรมบัณฑิตที่จะเข้าทํางานราชการนั้น หาคนตอบได้ยากเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนตอบได้สัก ๒ คนว่าเปึนอดีต นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย นั่นหมายความว่าบัณฑิตที่สอบคัดเลือกเข้ามา รับราชการไม่มีความรู้ ความรู้รอบตัวเหล่านี้น่าที่จะรู้ ตรงนี้ก็บ่งบอกถึงคุณภาพ ของสถาบันการศึกษาในการกํากับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกัน ผมขอใช้โอกาสนี้ พูดชัด ๆ เลยว่าต้องขอบคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่มีความห่วงเรื่องของ คุณภาพการศึกษา ในขณะเดียวกัน สตง. ต้องให้ความสนใจมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ขณะนี้ไปเป่ดวิทยาเขตต่าง ๆ อย่างวันนี้ผมขับรถไปพิธีหมั้นของ ส.ส. ในสภาของเรา ผมจะไม่เอ่ยละครับ ส.ส. คนไหนหมั้น ส.ส. คนไหน กลับมาประชุมสภา ผมเห็นมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตัวมหาวิทยาลัยอยู่จังหวัดพิษณุโลกยังอุตส่าห์ มาเป่ดวิทยาเขตอยู่ในกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพมหานครมีมหาวิทยาลัยมากมาย เหลือเกิน นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยบูรพาก็มาเป่ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มาเป่ด มหาวิทยาลัยทักษิณก็มาเป่ด เป่ดแล้วก็โฆษณากันเรียกผู้สมัครเข้ามาเรียนหนังสือกัน ว่ากันที่จริงก็เปึนสิ่งที่ดี ถ้าคนไทยใฝ์รู้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกันอย่างจริงจัง แต่มันมีคํากล่าวของคนที่เข้าไปเรียนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ขณะนี้น่ากลัวมาก ผมก็ ฝากให้ สตง. ไปดูด้วยว่าการที่ใช้สถาบันมหาวิทยาลัยมาแสวงหาผลประโยชน์จนทําให้ คุณภาพการศึกษาด้อยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคํากล่าวที่ว่า จ่ายครบจบแน่ เดี๋ยวนี้ เขาโฆษณากันอย่างนี้ท่านประธานครับ ไปลงทะเบียนเรียนจ่ายค่าหน่วยกิตให้ครบ เซ็นชื่อให้ตรงตามเวลา ๒ ป้ครึ่งจบ ๓ ป้จบ อย่างนี้คุณภาพก็ไม่มีอย่างแน่นอน สตง. ต้องดูด้วยเพื่อที่จะเปึนส่วนหนึ่งในการที่จะกระตุ้นให้การศึกษาของชาติมีคุณภาพขึ้นมา นี่ผมฝากไว้เรื่องหนึ่งครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นผมฝากประเด็นสุดท้าย คือ ผมกราบเรียนแล้วว่าผมจะไม่อภิปรายไปทุกกระทรวง ทบวง กรม การจัดซื้อจัดจ้าง อะไรต่ออะไรต่าง ๆ หน่วยงานเทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฉพาะกรุงเทพมหานครอย่างเดียวมีอะไรตําตามากมายก่ายกอง วัน ๆ ท่านประธานขับรถ ไปตามที่ต่าง ๆ นั่งไปบนถนนหนทาง ปัายอัจฉริยะ ปัายอัจฉริยะนี่ชาวบ้านเขาบอก พวกบริษัททําปัายโฆษณาทั้งหลายเขาบอก ขออภัยนะครับท่านประธานภาษาไทย บางคําอาจจะฟังไม่ไพเราะ แต่มันเปึนข้อเท็จจริงที่ประชาชนพูดฝากมา เพราะฉะนั้น ผมขออ้างว่าชาวบ้านเขาฝากมาว่า เปึนปัายแดกอย่างอัจฉริยะ คําว่า แดก ก็แปลว่า รับประทานทุกอย่างหรือกินทุกอย่างประมาณนั้น เพราะฉะนั้น สตง. ต้องไปตรวจด้วย ตรงนี้มีรายรับเท่าไร ต้นไม้ ต้นไร่ที่ประดับอยู่ตามเสาตอม่อของสะพานลอย ในกรุงเทพมหานคร ว่าอันที่จริงก็สวยดีครับ เปึนแนวคิดที่น่าชื่นชมว่าท่านทําให้ กรุงเทพมหานครดูสบายตา ร่มรื่น สวยงาม แต่ใช้เงินไปคุ้มค่าหรือไม่ มีการบวกไป กี่เท่าตัวในการที่จะซื้อไม้ประดับไปแขวนตามเสาตอม่อ ตรงนี้ก็อยากฝากไปดู

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ตอนนี้ท่านประธานไปดูตามสะพานต่าง ๆ มีการป่ดซ่อม ทําไมครับต้องมาซ่อมเอาในช่วงนี้ ทําไมตั้งแต่ตอนเดือนเมษายนโรงเรียน ป่ดเทอมทําไมไม่ซ่อม แล้วทําไมต้องซ่อมพร้อม ๆ กันทีตั้ง ๑๓ สะพาน การจราจร ในกรุงเทพมหานครติดวินาศสันตะโร เวลารถติดแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาทีนั้น เขาผลาญเชื้อเพลิงไปเท่าไร ทําไมไม่รู้จักกระจายหรือแบ่งการซ่อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงป่ดเทอมผมขอย้ํา ซึ่งป่ดเทอมทําไมไม่ซ่อม ทําไมมาซ่อมตอนนี้ แล้วทําไมถึงต้องซ่อม พร้อมกันทีเดียว ๑๓ สะพาน อย่างนี้มีเจตนาสุจริตหรือไม่ สตง. ต้องเข้าไปตรวจดูว่า การจัดจ้างผู้รับเหมานั้นทําโดยถูกต้องหรือเปล่า นี่เปึนข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อยๆ ท่านประธานครับยังมีสมาชิกอีกหลายท่านที่จะอภิปรายในวาระนี้ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านผู้แทนสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้โปรดรับข้อสังเกตของผมและเพื่อนสมาชิกไปดําเนินการแก้ไข แล้วหวังว่าป้หน้า รายงานของท่านคงจะครอบคลุมมากกว่านี้ ขอบคุณครับ