สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการล้มของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ และเรียกร้องให้รัฐบาลชวน ๒ เป็นรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยพูดถึงเรื่องการรับทรัพย์จากบีบีซีของนายราเกซ ซึ่งนายสุเทพได้กล่าวอ้างว่านายบรรหารรู้เห็นและให้คนในรัฐบาลไปเรียกเงินจากนายราเกซ และยังระบุว่านายบรรหารได้ให้ลูกสาวโทรไปพูดคุยกับนายราเกซถึง ๕ ครั้ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การตั้งกระทู้ถามของผมในวันนี้ด้วยความคาดหวัง ว่าเพื่อนสมาชิกในซีกของฟากของรัฐบาลจะได้อดทนสดับฟัง เพราะว่าข้อความที่ผมจะ ลุกขึ้นมาถามรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ล้วนแต่เปึนคําพูดของนายสุเทพ และพวกในขณะนั้นเองทั้งสิ้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การล้มลงของ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จํากัด (มหาชน) ซึ่งมีความเสียหาย มีหนี้เสียกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ พ.ศ. ๒๕๓๙ ต่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น บัดนี้คนที่มีความเกี่ยวข้องในการสร้างความเสียหายดังกล่าวนั้นยังอยู่ครบถ้วน แล้วก็ เปึนที่น่าสังเกตว่าระหว่างผู้ที่กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหานั้น บัดนี้ได้กลายมาเปึน พวกเดียวกัน ผมขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๓๙ ก่อนหน้านี้วันที่ ๘ พฤษภาคม ป้ ๒๕๓๙ เรื่องนี้มันเกิดแดงขึ้นมาเนื่องจากว่าในช่วงวันที่ ๓๐ ตุลาคมนั้น นายราเกซ สักเสนา ซึ่งเปึนผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในหลายคดี ได้ถูกส่งตัวจากประเทศแคนาดากลับมาดําเนินคดีในประเทศไทยในความผิดฐานยักยอก ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๓๕๒ มาตรา ๓๕๓ มาตรา ๓๕๔ และฐานร่วมกับกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานนิติบุคคล เบียดบังทรัพย์ ช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่กรรมการผู้จัดการเบียดบังทรัพย์นั้นไป อันเปึนความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และยังเปึนผู้ต้องหาในความผิดลักษณะเดียวกันอีก ๒๐ คดี การกระทําของนายราเกซ สักเสนา นั้น สังคมไทยนั้นได้รู้จักเรื่องนี้ ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าก็ได้ฟังมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายบรรหาร ศิลปอาชา ผมจะเอา พารากราฟ (Paragraph) สุดท้ายก่อน นายสุเทพได้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๓๙ ว่า ให้ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๒ เดือน ผมจะทําให้ดู ให้ผม เปึนรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยผมจะจับนายบรรหารให้ดู นายสุเทพกล่าวบอกว่า สิ่งเหล่านี้เราต้องพิสูจน์กัน สภาแห่งนี้ต้องช่วยพิสูจน์กัน ท่านประธานก็ต้องร่วมมือกับผม ลงไปสักครู่ถ้านายกรัฐมนตรียังแก้ไม่ได้ ชี้แจงไม่ได้ ท่านประธานยุให้ดําเนินคดี กับพวกผมได้เลย ต้องการสู้กัน สู้ให้เลือดทาแผ่นดินไว้เลยท่านประธาน นายสุเทพยังบอก อีกว่าให้รู้ซึ้งถึงพฤติกรรมตรงนี้ที่ท่านหัวหน้าพรรคของผม นายชวน หลีกภัย ถึงได้พูด นักหนาว่าอันตราย การซื้อเสียงมันอันตราย เอาเงินมาเพื่อที่จะซื้อเสียง เพื่อให้ได้ชัยชนะ ไม่คํานึงถึงแหล่งที่มา ฉ้อโกง ยักยอก ทําทุกอย่าง แล้วก็ได้เปึนรัฐบาลอย่างนี้ได้ นายกรัฐมนตรีอย่างนี้ ข้อกล่าวหาของผมและคณะในเรื่องนี้สําหรับผมถือว่า นายกรัฐมนตรีบรรหาร ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง พรรคชาติไทยต้องรับผิดชอบต่อ พฤติการณ์เช่นนี้ และเรื่องนี้เปึนความผิด หมดสภาพความเปึนนายกรัฐมนตรีจากหัวใจ ผมไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว และพรรคชาติไทยของนายบรรหารควรจะหมดสภาพความเปึน พรรคการเมืองไปด้วย ที่นั่งนั้นไม่ใช่ของท่านแล้วครับ ไม่ใช่แล้ว ไม่เหมาะ ท่านไม่สมควร นั่งแล้ว ออกไปเถอะ แล้วก็ไล่ไปเลย ต้องไปครับ อยู่ไม่ได้เพราะท่านไม่เหมาะ ท่านเปึนคน ที่พวกผมสงสัยว่าเปึนคนไทยหรือเปล่า หรือเปึนคนต่างด้าว นายสุเทพอภิปรายเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๓๙ เส้นทางการเมืองของนายสุเทพนั้น นายสุเทพอาจจะ ปฏิเสธได้ว่าเมื่อไปรับตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีในรัฐบาลชวน ๒ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ไม่ได้ไปเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตัวนายสุเทพเองหลังจาก บีบีซี ล้มแล้ว สถาบันการเงินอีก ๕๖ แห่ง ก็ล้มตามไป แล้วตัวนายสุเทพเองก็ไปได้รับผลประโยชน์จากการเปึนหนี้ ๓ สถาบันการเงินที่ล้ม จํานวน ๖๕ ล้านบาท ซึ่งจะเปึนคําถามอีกต่อไป แต่ที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ก็คือว่ารัฐบาลชวน ๒ นายสุเทพเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เอาละ ไม่ได้กํากับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่วันนี้นายสุเทพเปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง แม้ว่าจะไม่ได้เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้นายสุเทพได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะฉะนั้น สิ่งที่นายสุเทพได้อภิปรายร่วมกับทีมงานในขณะนั้น ไม่ว่าจะเปึนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายจุติ ไกรฤกษ์ นายพินิจ จารุสมบัติ นั้น วันนี้ล้วนแต่อยู่ในความดูแลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพสิ่งที่นายสุเทพได้อภิปรายนั้นมีหลายประเด็น

ประเด็นแรก นายสุเทพและคณะซึ่งได้อภิปรายต่อเนื่องกันได้ระบุชัดเจนว่า เมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจนายบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๓๙ ได้นําหลักฐานและเอกสารรวมถึงบันทึกของนายราเกซมาอภิปรายสนับสนุนยืนยันว่า นายบรรหารรู้เห็นเกี่ยวกับการที่คนในพรรคชาติไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการยักยอก ฉ้อฉล เงินของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จํากัด (มหาชน) หรือบีบีซี ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง วันที่ ๒ กรกฎาคม ป้ ๒๕๓๘ แต่นายบรรหารได้ละเว้นปล่อยปละละเลยไม่เข้าไปดูแล ธนาคาร แต่กลับให้คนในรัฐบาลไปเรียกเงินจากนายราเกซ ซึ่งนายสุเทพใช้คําว่า ตบทรัพย์ นะครับ ให้คนในรัฐบาลไปเรียกเงินจากนายราเกซ สักเสนา จํานวน ๒๐ ล้านบาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการขอดึงเรื่องการดําเนินคดีของบีบีซีให้ยืดออกไป โดยระบุว่า นายราเกซได้จ่ายเงินจํานวนดังกล่าวเปึนเช็คธนาคารแหลมทอง สํานักงานใหญ่ เลขที่ ๕๐๐-๓๗๖๐ ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ป้ ๒๕๓๙ โดยการรับเงิน โดยการพูดนําของ นายสุเทพและทีมงาน ได้ระบุในสภาเมื่อวันที่ ๑๙ ชัดเจนว่ามีสุภาพสตรีเปึนคนไปรับ หลังจากเบิกเงินสดจากธนาคาร ได้นําเงินใส่กล่องวิดีโอ (Video) สีน้ําตาลแล้วนั่งรถ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ไปให้คนในรัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ป้ ๒๕๓๙ โดยไปกัน ๓ คน หลังจากนั้นวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ป้ ๒๕๓๙ นายราเกซก็สามารถเดินทางหนีออก นอกประเทศได้อย่างง่ายดายทางสนามบินดอนเมือง หลังจากนายราเกซหนีไปแล้ว นายสุเทพยังระบุต่ออีกว่านายบรรหารได้ให้ลูกสาวโทรไปพูดคุยกับนายราเกซถึง ๕ ครั้ง ซึ่งข้อเท็จจริงนายสุเทพได้บรรยายเลยว่าครั้งที่ ๑ ว่าอย่างไร ครั้งที่ ๒ ว่าอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ แสดงว่านายบรรหารได้กระทําความผิด ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต