กรณ์ จาติกวณิช หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเสนอกรรมวิธีการแปลงหนี้ที่ปัจจุบันอยู่นอกระบบเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีภาระในการชำระหนี้ทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยในระดับอัตราภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่หยิบยกประเด็นเรื่องของปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเปึนประเด็นไม่แตกต่างจากโรคมะเร็งในสังคมของเรา แล้วก็เปึนประเด็นที่ทางรัฐบาล แล้วก็โดยเฉพาะในส่วนของทางกระทรวงการคลังและกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งต่อการกําหนด นโยบายที่มีความชัดเจนเพื่อเปึนความหวังให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้บรรยาย ให้พวกเราฟังเมื่อสักครู่ถึงความยากลําบากของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีทางเลือก แล้วก็ สุดท้ายต้องหันไปพึ่งพาการเข้าถึงแหล่งเงินนอกระบบ ด้วยภาระเงื่อนไขดอกเบี้ย ที่มหาโหด แล้วก็เปึนไปไม่ได้ในการที่จะคงไว้ซึ่งเงื่อนไขในลักษณะนั้น ไม่ว่าจะเปึน การทํางานในอาชีพใดก็แล้วแต่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ วันนี้พอดีก็เปึนจังหวะที่ค่อนข้างดีสําหรับผมที่ได้มาตอบท่านในกระทู้ถามนี้ด้วย เพราะว่า ทางท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีคําบัญชากําหนดนโยบาย ให้ทุก ๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้องเสนอมาตรการที่จะมาแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่มี นัยสําคัญ แล้วก็นําไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง และเมื่อเช้าวันนี้เองทางผมก็ได้ นําคณะของทางกระทรวงการคลังไปประชุมหารือร่วมกันกับท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะซักซ้อมประเด็นและขั้นตอน ในรายละเอียดก่อนที่จะมีการประกาศนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของพี่น้อง ประชาชน โดยท่านนายกรัฐมนตรีเองในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายนนี้ ซึ่งหัวใจของมาตรการ ของรัฐบาลก็คือ การที่เราจะเสนอกรรมวิธีในการที่จะแปลงหนี้ที่ปัจจุบันอยู่นอกระบบ มีเงื่อนไขการกู้ยืมที่ไม่เปึนธรรม ขัดต่อจริยธรรม ศีลธรรมทั้งปวง เข้ามาสู่ระบบอย่างเปึน ทางการ เพื่อจะได้มีการดูแลพี่น้องประชาชนให้มีภาระในการชําระทั้งในส่วนของเงินต้น และดอกเบี้ย ในระดับอัตราภายใต้การควบคุมตามเกณฑ์ของทางกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการคลังจึงได้เจรจาให้กับสถาบัน การเงินของรัฐ โดยเฉพาะในส่วนของธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. เข้ามามีหน้าที่ในการที่ จะจัดวงเงินสินเชื่อ ปล่อยกู้ทดแทนการกู้ยืมจากเจ้าหนี้นอกระบบ กล่าวคือตามตัวอย่าง เมื่อสักครู่ที่ท่านได้เล่าให้พวกเราฟังในสภาแห่งนี้ว่า มีประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของท่าน แบกรับภาระหนี้สินอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๖๐ ต่อเดือน ก็สามารถที่จะเจรจาแล้วก็ ผันวงเงินส่วนนั้นเข้ามาสู่การเปึนลูกหนี้ธนาคารของรัฐบาลได้ ภายใต้เงื่อนไขการปล่อยกู้ และการชําระหนี้ที่มีเงื่อนไขพิเศษที่ทางกระทรวงการคลังได้เจรจาเผื่อไว้ เพื่อรองรับการ แก้ไขปัญหานี้อีกต่างหาก ช่วงระยะเวลาการชําระหนี้นะครับเปึนตัวอย่าง เราก็มีความ ตั้งใจว่าจะยืดระยะเวลาการชําระหนี้ออกไปอย่างน้อยเปึน ๑๐ ป้ เพื่อที่จะผ่อนเบาภาระ วันต่อวัน เดือนต่อเดือน ป้ต่อป้ ของพี่น้องประชาชนที่แบกรับภาระหนักอึ้งอยู่ ณ ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นกระบวนการขั้นตอนหลังจากที่ได้มีการเป่ดโครงการนี้อย่างเปึนทางการ โดยท่านนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายนแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการขั้นตอน ของการขึ้นทะเบียน ซึ่งเที่ยวนี้เราก็ได้กลับไปดูในแง่ของประสบการณ์ที่ได้รับจากการ ขึ้นทะเบียนคนจน โดยรัฐบาลในสมัยก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงประมาณป้ ๒๕๔๖ ก็ได้มี ความพยายามที่จะนําเสนอวิธีการในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน ไปรอบหนึ่งก็ได้มีการประกาศการขึ้นทะเบียนคนจนทั่วประเทศ แล้วปรากฏว่ามีพี่น้อง ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งว่า หนึ่งในปัญหาที่ตนมีก็คือปัญหาเรื่องของการ เปึนหนี้เปึนสินอยู่โดยรวมประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ราย ก็ได้มีการโอนรายชื่อประชาชน ส่วนนั้นมาที่กระทรวงการคลังจากกระทรวงมหาดไทย แล้วเราก็ได้แยกแยะออกเปึนหนี้ ที่อยู่ในระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนหนี้ ธ.ก.ส. ออกจากส่วนที่เปึนหนี้นอกระบบ ซึ่งมี โดยจํานวนรวมทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ราย หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการ การแก้ไขปัญหา แต่เนื่องจากไม่ได้มีการจัดเตรียมแหล่งวงเงินไว้ทดแทน อย่างเช่น ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เตรียมไว้ในครั้งนี้ จึงไม่ได้ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร แล้วก็ได้มี การแก้ไขปัญหาหนี้ในระดับหนึ่ง ก็ได้มีประชาชนที่เข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาต่อรอง โดยกระทรวงมหาดไทยเปึนเจ้าภาพในการเจรจาต่อรองในระดับท้องถิ่นให้ แล้วก็มีการ แก้ไขปัญหาไปในส่วนหนึ่ง แต่ก็เปึนแค่เพียงเสี้ยวเดียวของประชาชนโดยรวมที่ไป ขึ้นทะเบียนไว้ว่ามีปัญหาหนี้และมีปัญหาหนี้นอกระบบ เวลาผ่านไปนะครับ ก็ถึงเวลา ที่รัฐบาลนี้จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหามาตรการที่เรามีความมั่นใจว่าจะนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ได้มีการปรับเปลี่ยนกรรมวิธี อย่างเช่น เรื่องของการขึ้นทะเบียนนะครับ เที่ยวนี้เราก็จะขอให้พี่น้องประชาชน มาขึ้นทะเบียนที่สาขาของธนาคารหลักของรัฐบาลทั้ง ๒ ธนาคารก็คือ ธ.ก.ส. กับธนาคาร ออมสิน ซึ่งรวมทั้ง ๒ ธนาคารก็มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า ๑,๕๐๐ สาขา ก็จะมี ความสะดวกต่อการขึ้นทะเบียนมากขึ้น และนอกจากนั้นแทนที่จะต้องมีขั้นตอน การขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ค่อยมีการโอนมาที่กระทรวงการคลัง หลังจากนั้นกระทรวงการคลังก็โอนไปที่สถาบันการเงิน การที่เราให้พี่น้องประชาชน ขึ้นทะเบียนที่สถาบันการเงินโดยตรง ก็จะเปึนการลดขั้นตอนแล้วก็จะสามารถเป่ดโอกาส ให้สถาบันการเงินเริ่มประเมินข้อเท็จจริงของข้อมูลที่ได้รับจากการขึ้นทะเบียนได้เลย นะครับ เพื่อความมั่นใจว่าเปึนข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่คลาดเคลื่อน สามารถที่จะนําไปสู่ ขั้นตอนของการเจรจาต่อรองและการไกล่เกลี่ยหนี้ได้ทันทีนะครับ เพราะฉะนั้นหลังจาก ช่วงของการขึ้นทะเบียนก็จะมีช่วงของการกลั่นกรองข้อมูล เพราะฉะนั้นผมเรียนตามตรงว่า ทุกขั้นตอนมีอุปสรรค มีปัญหา แต่ว่าก็อย่างที่ได้เรียนยืนยันว่าทางรัฐบาลก็มีความมุ่งมั่น ที่จะฝ์าด่านปัญหาทุกขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นหลังจากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะมีช่วงของการกลั่นกรอง กลั่นกรองว่าข้อมูล ที่ขึ้นทะเบียนมาเปึนข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ เรียนตามตรงเลยนะครับ เราคาดว่าจะต้อง มีการขึ้นทะเบียนหนี้เทียมอย่างแน่นอน เราก็จะต้องใช้ทักษะในฐานะที่เปึนนายธนาคาร ในส่วนของ ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสินในการที่จะกลั่นกรองข้อเท็จจริงในแง่ของ ความเปึนไปได้ของการเปึนหนี้ของประชาชนที่มาขึ้นทะเบียน และจะถือว่า การขึ้นทะเบียนโดยข้อมูลเท็จก็จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมายด้วยนะครับ แต่ในส่วน ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทที่สําคัญมากซึ่งก็ได้ซักซ้อมกันมา และท่านรัฐมนตรีว่าการก็ได้ยืนยันพร้อมกันกับผมเมื่อสักครู่ผ่านสื่อมวลชน ด้วยเจตนา เราต้องการที่จะสื่อสารโดยตรงไปสู่พี่น้องประชาชนที่รอการแก้ไขปัญหาเรื่อง หนี้นอกระบบอยู่ว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ให้ความร่วมมือเต็มร้อย โดยที่มีการ จัดตั้งคณะกรรมการตั้งแต่ระดับประเทศ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอาสาจะเปึนประธานเอง ในเรื่องนี้ ซึ่งก็เปึนตัวสะท้อนที่ดีถึงความสําคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีและทางรัฐบาลให้กับ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามที่ท่านสมาชิกได้เสนอกระทู้ถามกับท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ครับจากคณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานเองก็จะ ลงไปสู่คณะกรรมการระดับจังหวัดที่จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดเปึนประธาน จากนั้นก็จะมีคณะทํางานระดับอําเภอลงไปถึงระดับหมู่บ้าน แล้วเราก็จะอาศัยกลไก ความช่วยเหลือของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในการที่จะนําเจ้าหนี้กับลูกหนี้พร้อมกับ ทางธนาคารเองมาพบกันเพื่อที่จะหาแนววิธีในการแก้ไขปัญหา เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สรุปบทบาทของ ๒ กระทรวงในเรื่องนี้ ผมว่า ค่อนข้างดี แต่ขออภัยท่านใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษนะครับสั้น ๆ ท่านบอกว่ากระทรวงการคลัง มีโนวฮาว (Know-how) ก็คือมีความรู้ มีเครื่องมือ ส่วนกระทรวงมหาดไทยมี โนว ฮู (Know who) ก็คือรู้ว่าใครเปึนใคร รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะฉะนั้น โนวฮาว กับ โนว ฮู ความรู้ในแง่ของข้อเท็จจริงว่าใครเปึนใครผนวกกับเครื่องมือที่ครบเครื่องในส่วนของ รัฐบาลโดยรวมผ่านทางกระทรวงการคลังก็น่าจะเปึนความมั่นใจในระดับหนึ่งให้กับพี่น้อง ประชาชนนะครับว่า ๑. รัฐบาลเอาจริงในเรื่องนี้ และ ๒. เราได้จัดเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะเข้ามาเยียวยาและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ผมขอตอบท่านเพียงแค่นี้ก่อนในชั้นนี้นะครับ ขอบคุณครับ