สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

สมัย เจริญช่าง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดไว้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากการดำเนินการช้าเกินไป อาจทำให้ประชาชนต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการเวนคืนอาคารที่ดิน โดยเน้นย้ำว่าควรจ่ายค่าเวนคืนตามราคาท้องตลาด ไม่ควรจ่ายมากเกินไปหรือน้อยเกินไป และเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ให้นายหน้าหรือหน้าม้าได้ประโยชน์จากการเวนคืน

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ในท้องที่เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายนี้ต่อ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสาระสําคัญอยู่ ๒ ประการ

ประการแรก ก็คือเนื่องจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ดําเนินการ จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตามพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนในท้องที่เขตบึงกุ่ม เขตบางเขน เขตสายไหมและเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พุทธศักราช ๒๕๔๘ และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ กําหนดให้การเวนคืน อสังหาริมทรัพย์ตามพระราชกฤษฎีกาข้างต้นเป็นกรณีที่มีความจําเป็นโดยเร่งด่วนตาม ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่เขตบึงกุ่ม เขตบางเขน เขตสายไหมและเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เป็นกรณีที่มีความจําเป็น โดยเร่งด่วน ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจาก เจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ได้นั้น นั่นคือประการที่ ๑ ของเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร

เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือ ในการจัดกรรมสิทธิ์ปรากฏว่ามีเจ้าของที่ดิน จํานวน ๑๑๘ แปลง ไม่ยินยอมรับค่าทดแทนที่คณะกรรมการจัดซื้อและกําหนดค่า ทดแทนทรัพย์สินได้กําหนดให้ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินตกเป็นของรัฐตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๐ ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผล ที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ผมเห็นว่าคงจะ เป็นความจําเป็นเร่งด่วนโดยแท้จริง

เหตุผลประการแรกก็คือ จะเห็นได้ว่าพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้ออก ตั้งแต่สมัยปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ซึ่งในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล พรรคการเมืองอื่นทําหน้าที่เป็ นรัฐบาล และเมื่อท่านออกพระราชกฤษฎีกาทิ้งไว้ วันนี้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทําหน้าที่ในการบริหารประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงได้นําเรื่องเหล่านี้นําเสนอเป็นพระราชบัญญัติแสดง ให้เห็นว่า ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังหรือผลประโยชน์ทับซ้อนจากการออกกฎหมายฉบับนี้ ที่จะได้กับคนในรัฐบาลนี้ย่อมไม่มีเป็นแน่ นั่นคือเหตุผลที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่คงจะมี ความจําเป็นเร่งด่วนเป็นประการแรก

เหตุผลประการที่สอง ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขต เลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ๒ เขต คือเขตบึงกุ่มและเขตคลองสามวา ต้องขออนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานว่าในขณะนี้การเพิ่มประชากรในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตรอบนอกนั้นมีประชากรหนาแน่นมากยิ่งขึ้นเป็นลําดับ จะยกตัวอย่างอาทิเช่น แต่เดิมนั้นมีเขตการปกครองในกรุงเทพมหานครไม่ถึง ๕๐ เขตอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เขตบึงกุ่มในอดีตก็คือเป็นตําบลหนึ่ง หรือแขวงหนึ่งของเขตบางกะปิ เขตสายไหม หรือแขวงสายไหมก็เป็นตําบลหนึ่ง หรือว่าแขวงหนึ่งของเขตบางเขน เขตคลองสามวา อดีตก็อยู่ในเขตมีนบุรี แต่บัดนี้ที่จําเป็นจะต้องมีการแยกเขตปกครองออกมาเป็นเขต เพิ่มเติมหรือเป็นอําเภอเพิ่มเติมนั้นก็เนื่องจากประชากรได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จะเห็นได้ชัด ตัวอย่าง เช่น ในเขตคลองสามวาเมื่อครั้งที่แยกออกมาจากเขตการปกครอง ของเขตมีนบุรีนั้นมีประชากรอยู่เพียง ๗๐,๐๐๐ คน บัดนี้ประชากรเขตคลองสามวาได้ เพิ่มขึ้นมีจํานวนมากถึง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน ด้วยเหตุจําเป็ นดังกล่าว ผู้อยู่อาศัย ที่หนาแน่น ยวดยานพาหนะที่มากขึ้น การคมนาคมเกิดความไม่สะดวก ในขณะนี้ กรุงเทพมหานครในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลักษณะพิเศษ เขาได้ตระหนัก ในเรื่องดังกล่าวนี้มากจึงได้ตั้งงบประมาณโดยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งท่าน ที่แล้วก็คือคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน และท่านปัจจุบันคือหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ได้เข้ามาดําเนินการบริหารราชการแผ่นดินต่อเนื่อง ในขณะนี้ได้ขยายถนนในละแวก ดังกล่าวนั้นเพิ่มขึ้นหลายสายเป็นอาทิ ถนนหทัยราษฎร์ จากถนนสุวินทวงศ์เชื่อมกับถนน สายไหมเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ใช้งบประมาณถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท ถนนเลียบคลองสอง ขยายเป็น ๖ ช่องจราจรจากถนนหทัยราษฎร์มาถึงวัดคู้บอนออกกิโลเมตรที่ ๘ รามอินทรา ใช้งบประมาณประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท และถนนพระยาสุเรนทร์จากโรงเรียนบางชัน ถึงถนนเลียบคลองสองงบประมาณอีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งถนนไมตรีจิตจาก ถนนนิมิตรใหม่ถึงศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติงบประมาณ รวมอีกประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นเขามีวิสัยทัศน์มองเห็นว่า ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีถนนหนทาง มีการคมนาคมที่จําเป็นจะต้องขยายช่องจราจร เพราะฉะนั้นเมื่อกระทรวงคมนาคมได้ดําริโดยการทางพิเศษที่จะตัดถนนพิเศษขึ้นมา เพื่อให้เป็นทางหลวงพิเศษนั้นผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ชอบ ที่ควรจะให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่มีข้อสังเกตก็คือถ้าหากรัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นเร่งด่วนแล้ว เสียดายที่นําเข้ามาสู่สภาช้าเกินไป ผ่านการบริหารบ้านเมืองมาหลายนายกรัฐมนตรี หลายรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ได้ออกพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ กาลเวลาที่ผ่านพ้นไปประมาณ ๔ ปีนั้น ทําให้ประชาชนต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในเรื่องค่านํ้ามันเชื้อเพลิงในรถยนต์มากขึ้น เพราะถนนหนทางมีจํานวนน้อย ถนนแคบรถยนต์ติดขัดมากไม่ว่าจะเป็ นที่ถนน รามอินทรา หรือว่าถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกระหว่างถนนรามอินทรากับ ถนนลําลูกกา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้ามีโอกาสได้ลงไปในพื้นที่ ก็จะประจักษ์ความเป็นจริงตามที่กระผมได้กราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตให้กําลังใจรัฐบาลว่าขอให้ดําเนินการเรื่องนี้ให้เป็นผลสําเร็จตามที่ท่านได้ ตั้งเจตนารมณ์ไว้ แต่ในขณะเดียวกันในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นลูกจ้าง ประชาชนที่เข้ามาดูแลเม็ดเงินงบประมาณของแผ่นดิน ก็ขอตั้งข้อสังเกตกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ขออย่าให้เกิดปัญหาใน ๒ เรื่องต่อไปนี้

เรื่องที่ ๑ ก็คืออย่าให้มีการจ่ายค่าเวนคืนเกินกว่าราคาในท้องตลาด เพราะที่ดินบางส่วนเป็นที่ดินตาบอด ซึ่งไม่มีการคมนาคมเข้า ออกได้ แต่ถ้าสมมุติใช้หลัก ถัวเฉลี่ยคิดราคาอัตราเท่ากันทั้งหมดมันก็จะเป็นการไม่ชอบในการที่นําเอางบประมาณ ของแผ่นดินไปให้กับคนที่เขาไม่ควรจะได้มากขนาดนั้น หรือในขณะเดียวก็ไม่ควรที่จะไป กดราคาให้กับเจ้าของที่ดินเขาตํ่ากว่าราคาซื้อขายในท้องตลาด ผมคิดว่าประการสองนี้ ก็น่าจะมีเหตุผล เป็นเหตุผลตรงกับที่ท่านได้เสนอกฎหมายว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ๑๑๘ แปลงนั้น ไม่ยินยอมที่จะรับค่าทดแทน นั่นแสดงว่ารัฐเองก็น่าจะไปกําหนด ราคาที่ตํ่ากว่าท้องตลาด อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูแลในเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ซึ่งกระผมขออนุญาตได้เรียนจากของจริงในอดีต อย่าให้มีการ บํารุงผลประโยชน์แก่นายหน้านักวิ่งเต้นในช่องทางของการขออุทธรณ์เพิ่มค่าเวนคืน ในกรณีนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ของจริงที่กระผมได้ทราบ จากกรณีของการตัดถนนมอเตอร์เวย์ในสมัยนั้น และถนนวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก ผมได้ทราบว่ามีนายหน้าวิ่งเต้นขอให้ประชาชนได้เซ็นมอบอํานาจให้มาเป็นผู้ทําหน้าที่ เป็นผู้แทนในการร้องเรียน ในการอุทธรณ์กับกระทรวงคมนาคมในยุคนั้น เพื่อที่จะขอเพิ่ม จากราคาที่เป็นจริงเกินกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเอาไปเป็นข้อตกลงร่วมกันว่าถ้าได้ค่า เวนคืนมาแล้วจะให้กับเจ้าของที่ดินในราคาท้องตลาด แต่ส่วนเกินนั้นเป็นของพวกหน้าม้า นายหน้าที่เป็นลูกน้องของนักการเมืองระดับชาติ ในที่สุดสิ่งที่เราได้ติดตามพบก็คือ วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในยุคนั้นคือ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ขออนุญาตได้เอ่ยนาม พวกกระผมได้เคยไปพบท่านในสมัยท่าน นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านบอกว่าทั้งหมดนั้นยับยั้งอะไรไม่ได้แล้ว เพราะว่ารัฐบาล หรือว่ารัฐมนตรีก่อนหน้านั้นเขาได้อนุมัติให้ไปหมดทุกราย พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขา ทราบกันดีครับ เขาพูดกันบอกว่าการเวนคืนถนนที่ดินในการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ก็ดี วงแหวนรอบนอกบางนา-บางปะอิน หรือกาญจนาภิเษกก็ดี ราคาที่ดินที่กระทรวง คมนาคมชดเชยให้กับเจ้าของที่ดินนั้นแพงมากกว่าราคาเพชร เพราะเนื่องจากมีขั้นตอน กระบวนการของนายหน้า หน้าม้าที่เป็นลิ่วล้อของนักเมืองระดับชาติในสมัยนั้นที่ทํามา หากินกัน ผมหวังว่าในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการโสภณที่รักเคารพของพวกเรา คงจะไม่ ปล่อยให้มีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาหาประโยชน์จากการเวนคืนที่ดินในโครงการตัดถนน หรือว่าสร้างถนนทางหลวงพิเศษที่จะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผม ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานที่เคารพไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ