สุวโรช พะลัง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน โดยชี้ให้เห็นว่าผู้มีสิทธิประโยชน์ไม่ได้รับประโยชน์จากการเวนคืนที่ดิน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอธิบายเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรณีที่นางสมัย สุขญาติ ถูกเวนคืน ที่ดินของนางสมัย 38 ปี โดยไม่ได้รับเงินชดเชย และถูกข่มขู่ว่าจะถูกดำเนินคดี
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนเพื่อที่จะ ซักถามในบางประเด็นต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เพราะว่าจากหลักการ เหตุผล ของร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องยอมรับความจริง ครับว่าเป็นการเวนคืนที่ดินของพี่น้องประชาชน โดยพี่น้องประชาชนไม่รับในราคา จึงจําเป็นจะต้องมีการเวนคืน สิ่งเหล่านี้เป็นการบ่งบอกให้เห็นว่ามันเป็นการเอาที่ดินของ ประชาชนโดยประชาชนไม่ได้สมัครใจแต่เป็นไปตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ในทางด้าน การที่จะมาทําถนนซึ่งกฎหมายได้ให้อํานาจเอาไว้ ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า มติคณะรัฐมนตรีล่าสุดที่ต้อง ดําเนินการมาถึงออกร่าง พ.ร.บ. เวนคืนในวันนี้เป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ มาถึงวันนี้ก็ประมาณ ๔ ปี สถานการณ์ เหตุการณ์ต่างๆ ผมไม่ทราบ ผมไม่รู้ แต่ว่าในขณะเดียวกันผมต้องผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าในฐานะที่ท่านเป็น เจ้าของร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้มีการซักถามหรือไม่ว่าประเด็นของปัญหาที่ดินที่ตั้งอยู่ ตรงนี้ทั้งหมด ๑๐๐ กว่าราย ที่มีปัญหา ทั้งหมด ๑๑๘ แปลง ที่มีปัญหา ท่านได้มีการเข้า ไปติดตามดูในเรื่องต่าง ๆ ถึงการใช้ประโยชน์ ถ้าหากเวนคืนนะครับ เอาไปใช้ประโยชน์ หมดหรือไม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ในอดีตที่ผ่านมา ผมเห็นว่าหลายครั้งหลวงเวนคืนไป แล้ว พอเวนคืนไปเสร็จแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ เต็มตามพื้นที่ คือเวนคืน เอาไว้แล้วก็เอาไปใช้ประโยชน์บางส่วน ส่วนที่เหลือตรงนี้ก็ไปบอกว่าวันนี้ตกเป็นของ ราชการแล้ว เป็นของรัฐแล้ว ประชาชนไม่มีสิทธิแล้ว ซึ่งตรงนี้ถ้าพูดแล้วก็ถูกครับ แต่มันเป็นลักษณะเหมือนกับว่าบังคับหรือเป็นการขู่เอาจากประชาชนไปโดยใช้อํานาจ ตามกฎหมาย ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎร มีอยู่หลายเรื่องที่มีกรณีลักษณะอย่างนี้ แล้วประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมบางรายเขาไม่รับราคาแล้วก็ถูกเวนคืนไป แล้วก็ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังอยู่ในพื้นที่บ้างบางส่วน แล้วก็ถูกแจ้งความจับดําเนินคดี เขาเป็น คนยาก เขาเป็นคนจน มือเขาสั้น เสียงเขาไม่ดัง เพราะฉะนั้นหลายคนแทนที่จะเป็นคุณ รัฐต้องเป็นหนี้บุญคุณเขา เขากลับตกมาเป็นจําเลย
ผมมีกรณีที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็น เรื่องที่สลดหดหู่ใจมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองเพราะเขามาชี้แจงต่อกรรมาธิการ วิสามัญที่ผมเป็นประธาน ต่อหน้าเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองที่นั่งฟังอยู่ เป็นกรณี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางกระทรวงคมนาคมโดยตรง เป็นของกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม แต่พอจะเทียบเคียงในประเด็นตรงนี้ เพื่อที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า อย่าให้เหตุการณ์ที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้เกิดขึ้นกับเรื่องนี้ หรือในกรณีเวนคืนเรื่องอื่น ๆ อีก นั่นก็คือนางสมัย สุขญาติ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านไม่ได้ทําให้ท่านเสียหาย ท่านมา ชี้แจง อายุ ๗๑ ปีครับท่านประธาน ท่านมีที่ดินอยู่ที่อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แล้วก็ ถูกเวนคืนไปจนถึงวันนี้ ๓๘ ปี เงินไม่กี่พันบาทแต่ว่า ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ ตก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านก็ถูกเวนคืนไปเพื่อกองทัพเรือจะเอาไปใช้ประโยชน์ ผมก็เลย เชิญตัวแทนของทางกองทัพเรือมาชี้แจง กราบเรียนต่อท่านประธานด้วยความสลดใจว่า ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้คําพูด ที่พูดแล้วก็คือหมายความว่ามันรุนแรงเกินเหตุที่เขา เป็นเจ้าของประเทศ เขาเป็นเจ้าของแผ่นดิน แล้วเขาถูกเวนคืนไป เงินเขาไม่รับ เมื่อเขา ไม่รับก็ปรากฏว่าโดยผลของกฎหมายตกเป็นของกองทัพเรือ แต่แทนที่กองทัพเรือจะ เอาไปเพื่อใช้ประโยชน์ของกองทัพเรือกลับไม่ได้ใช้ครับ เว้นทิ้งเอาไว้ก็มีต้นมะพร้าว มีลูกมะพร้าว มีผลผลิตของพืชผลบางชนิด ท่านก็ไปเก็บปรากฏว่าถูกจับ ถูกดําเนินคดี ที่ดินเป็นของท่านเอง มาพร้อมกับลูก ทางกองทัพว่าอย่างไรรู้หรือไม่ครับ ทางกองทัพ ชี้แจงว่าวันนี้ ผมเรียกคุณน้านะครับ คุณน้าสมัยไม่มีสิทธิใด ๆ แล้วเพราะที่ดินตรงนี้ เป็นของรัฐแล้ว รัฐสามารถครอบครอง กองทัพสามารถเข้าไปครอบครองทําประโยชน์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม คุณไม่มีสิทธิใด ๆ ท่านก็ชี้แจงขึ้นมาทันทีว่า เมื่อที่เป็นของดิฉัน ทําไมดิฉันครอบครองไม่ได้แล้วคุณยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ดิฉันเป็นเจ้าของขอเก็บ มะพร้าวในต้นของมะพร้าวของฉันไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันกองทัพเรือกลับเอาที่ดินตรงนี้ ไปให้คนอื่นเช่าทําไมถึงเช่าได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่เป็นความจริง ท่านพูดไป แล้วท่านก็ร้องไป เราฟังก็สลดหดหู่ใจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ผมได้ทํางานก็มีหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็เป็นการลิดรอนสิทธิ คือพูดกันง่าย ๆ ว่าโกงประชาชนโดยผลของกฎหมายที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน เรื่องนี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าได้โปรดกรุณาดู ถ้าหากจะมีการเวนคืนก็ขอได้ไหมว่า เวนคืนเท่าที่จําเป็นเพื่อใช้ประโยชน์จริง ๆ อย่าเวนคืนไปเพื่อเหลือไว้ว่าข้างหน้า สมมุติ เวนคืนไป ๑๐ ไร่ เที่ยวนี้ใช้สัก ๓ ไร่ เหลือ ๗ ไร่ค่อยทําต่อ ค่อยดําเนินการต่อ หางบประมาณก่อน แล้วที่สุดก็อาจจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไม่มีงบประมาณ แต่ที่ดินตรงนั้นมาอยู่ในมือของเราแล้ว แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของ แท้ ๆ เขาก็ยืนมอง ทั้ง ๆ ที่เป็นที่ดินของเขา นี่ก็คือเป็นอุทาหรณ์ที่อยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานครับว่าท่านรัฐมนตรีครับ ท่านได้ดูในสิ่งเหล่านี้บ้างไหม ผมไม่อยากให้กรณี สลดหดหู่ใจอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่เกิดขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามในฐานะที่ผม เป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ วันนี้ก็ลุกขึ้นมาเพื่ออภิปราย ในสิ่งเหล่านี้เพื่อที่จะกราบเรียนผ่านท่านรัฐมนตรีครับว่ามันมีไหมกรณีตรงนี้ ในกรณี ๑๑๐ กว่ารายตรงนี้มันมีหรือไม่ ถ้าไม่มี ท่านช่วยยืนยันหน่อยว่าผมได้ไปตรวจสอบแล้ว เพราะมันเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ วันนี้เหตุการณ์มันอาจจะเปลี่ยนไป ข้อเท็จจริงอาจจะ เปลี่ยนไป วันนี้ความจําเป็นอาจจะมีไม่ครบตามที่ขอมาก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบในสิ่งเหล่านี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าตรงนี้มีความจําเป็นจริง ๆ ผมก็ไม่ว่าอะไร และผมให้การสนับสนุนอยู่แล้ว กราบขอบพระคุณครับ