สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการเวนคืนและตัดถนนเพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้มีการแก้ไขอัตราค่าที่ดินและค่าสิ่งปลูกสร้างให้เป็นธรรม นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับถนนสุวินทวงศ์ ซึ่งมีการพูดคุยตั้งแต่ปี 2544 แต่ยังไม่มีการดำเนินการและไม่มีการออกแบบให้ชัดเจน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษ สายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ในเขตพื้นที่ตั้งแต่บางเขน-สายไหม- คลองสามวา ซึ่งผมดูในรายละเอียดว่ามีจํานวนแปลงกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ๑๑๘ แปลงที่ไม่ ยินยอมในการที่จะทําข้อตกลง จึงทําให้ต้องมีการกําหนดเป็ นพระราชบัญญัติ เพื่อดําเนินการเวนคืนที่ดิน ประเด็นก็คือว่าขณะนี้ต้องยอมรับว่าการกระจายตัวของ ผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครนั้นเริ่มแออัดแล้วก็เกิดปัญหา เพราะเส้นทางส่วนใหญ่ แล้วก็มีปัญหา เนื่องจากการจราจรติดขัด ดูจากสภาพการจราจรถ้ามีฝนตกในเขต รอบนอกโดยเฉพาะถนนรามอินทรารถจะติดเป็นชั่วโมง แล้วก็มีปัญหาติดต่อกันมาจนถึง เส้นทางพหลโยธินแล้วก็ยาวไปเรื่อยเข้ามาในเขตพื้นที่ชั้นใน

ทีนี้ประเด็นก็คือว่าทางกระทรวงคมนาคมเองนั้นได้ดําเนินการในเรื่องของ การจัดสร้างทางด่วนพิเศษหรือเส้นทาง จะเป็นมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือในส่วนของ ทางยกระดับต่าง ๆ แต่ก็ไม่เพียงพอ ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าการกระจายตัวดังกล่าวนั้น ขณะนี้ที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะในเขตชั้นในนั้นแออัดไปด้วย พี่น้องประชาชนแล้วก็เป็นเขตเศรษฐกิจ ประเด็นก็คือว่าขณะนี้ฝั่งตะวันออกมีสนามบิน สุวรรณภูมิเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเองก็กระจายตัวลงมาอยู่ในเขตพื้นที่ รอบนอก ถ้าไม่มีการพัฒนาโดยเร็วปัญหาในเรื่องของการจราจรก็จะติดขัดแล้วก็จะไม่มีทางแก้ไข แต่วันนี้ในส่วนที่เราเองกําลังพิจารณางบประมาณนั้นผมก็เป็นห่วงอีกครับว่าในแนวเขต เวนคืนที่ดินใน ๓ เขตพื้นที่ดังกล่าว ผมดูจากแผนที่รายละเอียดคร่าว ๆ มีแนวปะซึ่งเป็น แนวเวนคืนที่นั้น ก็ค่อนข้างที่จะกําหนดแนวกว้าง ก็เลยสงสัยว่าแนวเขตที่ท่านบอกว่า ๑๑๘ แปลงที่ไม่ยินดีหรือไม่ยินยอม มีการเจรจาหรือจะมีการย้ายแนวหรือเปล่า ถ้าเกิด ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปว่า ที่เรากําลังขอนั้น ขอตามแนว ตามรายชื่อที่ท่าน กําหนดเป็นรายแปลงทั้งหมด ๑๑๘ แปลง เพราะไม่มีชื่อรายละเอียดที่แนบในท้าย พระราชบัญญัติดังกล่าว ผมก็พยายามดูนะครับในส่วนนี้ ทีนี้ประเด็นนี้เมื่อเป็นอย่างนี้ นะครับ มันก็จะมีส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังอยู่แล้วนะครับ ประเด็นก็คือว่าการกําหนด อัตราค่าที่ดินกับส่วนของสิ่งปลูกสร้าง ผมมองว่าไม่เป็นธรรมในขณะนี้ เนื่องจากว่า ทุกครั้งที่มีการเจรจากันเบื้องต้นโดยคณะกรรมการที่มีการเวนคืนที่ดินในส่วนของการทาง พิเศษแห่งประเทศไทยหรือเจ้าหน้าที่ ก็ไปเจรจาเบื้องต้นแต่ไม่ได้ข้อยุติเนื่องจากว่า บางครั้งเราเองไม่ได้คิดคํานวณจากตัวเลขที่แท้จริงของการซื้อขายจริง หรือไม่ได้มองใน เรื่องของการหักส่วนต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งที่ดินของเขาถ้าเต็มรูปแล้วเราหักเวนคืนที่ไป สมมุติว่า ๑ ไร่นี้ เขามีที่อยู่ ๑ ไร่กับอีก ๑ งาน ท่านเอาที่ไป ๑ ไร่ เหลืออีก ๑ งาน ๑ งาน ส่วนที่เหลือถ้าเป็นที่ดินซึ่งติดกับสิ่งปลูกสร้างในแนวที่จะสร้างถนนนี้ จะต้องมีการ พิจารณาเวนคืนที่เพื่อกันเขตพื้นที่ในการปลูกสร้าง ปรากฏว่าเขาใช้พื้นที่ไม่ได้ครับ ดังนั้น การทําข้อตกลงดังกล่าวก็เลยเกิดปัญหาว่า ที่ดินแปลงที่เขาถูกเวนคืนที่ไปทั้งหมดนั้น เหลืออยู่น้อยนิด ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ อันนี้เป็นประเด็นประการแรก

ประการที่สองนั้น คณะกรรมการก็ไม่ได้มีการพูดคุยหรือตกลงในเรื่องของ ราคาอย่างเป็นที่ชัดเจน ทําให้ประชาชนเอง การต่อรองก็ไม่ชัดเจน ประชาชนก็ไม่แน่ใจว่า จะมีการเวนคืนที่หรือเปล่า แต่ไปออกเป็นแนวเขตไว้ว่าจะมีการตัดถนน ซึ่งทําให้ที่ดินบาง แปลงมีราคาสูงขึ้นมา เพราะบางคนเองอาศัยช่วงว่าจะมีการตัดแนวที่ดินดังกล่าว ก็ไปเก็ง กําไร ไปซื้อที่ดิน ซึ่งถ้าจําไม่ผิด กฎหมายฉบับนี้ก่อนที่จะมาสู่สภาแห่งนี้ มีการทําโครงการ ไม่ตํ่ากว่า ๔-๕ ปีขึ้นไป ทําให้เกิดการเก็งกําไรที่ซึ่งเป็นเรื่องที่พบเห็นกันอยู่ประจําว่า นายทุนก็จะเข้าไปซื้อที่ แล้วก็ไปรู้แนวเขตคร่าว ๆ ก็จะไปจัดซื้อ เตรียมซื้อที่เพื่อเก็งกําไรที่

ประการต่อมาก็คือว่าคนที่ไม่ทราบ เขาก็ไม่รู้ว่าที่จะมีการพัฒนาขายไปครับ แต่ส่วนคนที่ทราบก็ไม่สามารถที่จะทําอะไรในส่วนนี้ได้ จะปลูกสร้างอาคารหรือจะทํา สิ่งต่าง ๆ ลงไปก็ไม่ได้ เพราะว่าแนวเขตมันปรากฏชัดออกมา ก็เป็นการเพิ่มภาระครับว่า เขาจะลงทุนปลูกสร้างบ้านหรือสร้างอาคารพาณิชย์ในแนวต่าง ๆ เพราะตรงนี้มันตัดผ่าน ถนนหลายสายนะครับ ไม่ใช่ผ่านเฉพาะในชุมชนนะครับ แต่ไปผ่านในที่ซึ่งมีถนนเดิม อยู่แล้วนี้นะครับ ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านกําลังทําแนวต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ล่าช้า หรือเปล่ากับการที่จะรองรับการเจริญเติบโตในส่วนของการกระจายพี่น้องประชาชนมา อยู่ในส่วนเขตรอบนอก แล้วก็การออกแบบแนวถนนจะสอดรับกับปัจจุบันหรือเปล่า เพราะหลายถนนในเส้นทางของมอเตอร์เวย์ ผมเรียนนิดหนึ่งครับ ผ่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านดูครับ ถนนมอเตอร์เวย์ที่ตัดลงนี้ ในถนน สุขาภิบาล ๓ หรือถนนเสรีไทยนี้ ทางขึ้นทางลงท่านไปสังเกตครับ มีช่องทางลงนี้ครับ รถวิ่งมา ๓ ช่องจราจร จะมาบีบเป็นคอขวดอยู่ ๑ ช่องจราจร ทางขึ้นเช่นเดียวกันครับ ตีมา ๓ เลน ๒ เลนนะครับ พอมาบีบเข้าปุ๊ บนี้ เลี้ยวได้ ๑ ช่องจราจร เกิดปัญหาครับ แล้วก็เขตทางนี้บางทีไม่พอ เราเวนคืนที่แล้วเราต้องเผื่ออนาคตว่าจะทําอย่างไรนะครับ ตอนนี้ถนนสายที่ทําไปแล้ว อย่างเช่น สุขาภิบาล ๓ นี้ แออัดติดกันหมดเลยครับ เพราะถนนแนวที่ตัดลงมา มันไม่สอดรับกับแนวถนนที่มีอยู่เดิมก็เกิดปัญหา แล้วอีกหลายเส้นทาง เช่น กรณีที่ทําใช้ ไปแล้วเมื่อ ๒ ปีนี่เกิดติดขัดอีกแล้วครับ ถนนรามอินทราที่ลงจากวงแหวนมอเตอร์เวย์ มาลงบริเวณแฟชั่น ไอส์แลนด์ (Fashion island) แทนที่จะตัดผ่านให้มันลงเข้าไปสู่หมู่บ้าน ปัญญา รามอินทรานะครับ มันสามารถที่จะวิ่งตรงเข้าไปซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีพี่น้องประชาชน อยู่แออัดนี่ กลับลงไม่ได้ครับ ต้องลงรามอินทราแล้วไปกลับรถวนกลับมาอีกรอบหนึ่ง แล้วก็หมุนกลับเข้า ซึ่งเป็นการเพิ่มความแออัดในช่องทางของถนนรามอินทรานะครับ การออกแบบอย่างนี้มักจะพบปรากฏบ่อยครั้งครับ เพราะว่าทําแล้วนี่ ผมไม่ทราบว่า ได้มีการสํารวจเช็กชัดเจนหรือเปล่า จึงเกิดปัญหาว่าอ้ายเส้นทางใหม่ ๆ นี้นะครับ ตอนแรก ๆ ก็ดีครับ เพราะว่าได้ตัดถนนนี่กว่าเขาจะเข้ามาอยู่อาศัยประมาณสัก ๒ ปี มันก็เต็ม พอ ๒ ปีเต็มนี่เกิดปัญหาทันที เพราะเราไม่ได้รองรับจุดทางขึ้น ทางลงว่าจะขึ้น อย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานขยายความนิดหนึ่งครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างถนน สุขาภิบาล ๓ นี่ ถ้าเราเองจะขยายถนนนี่ เพราะเกาะกลางรถมันติด มันมีการกลับรถอยู่ ประมาณสัก ๑๕ จุด ถ้าเราปิดเกาะกลางหมดนะครับ แล้วก็จากคลองบ้านม้านี่ทํา ยกระดับจากลําสาลีลงมาปุ๊ บ ถนนรามคําแหงลงลําสาลีตรงสวนสนนี่ แล้วท่านขยาย เส้นทางถนนสุขาภิบาล ๓ กว้างหมดแล้วก็เปิดช่องวิ่ง แล้วก็ไปกลับตรงจุดคลองบางชัน จุดเดียว มันระยะทางประมาณกิโลเมตรกว่า ๆ ๒ กิโลเมตรนี่ ท่านกลับแล้วชิดซ้ายวิ่ง ลอดใต้สะพานขึ้นซ้ายผ่านตลอด ถ้าจะเลี้ยวกลับรถก็ลอดใต้สะพาน นี่ไปปล่อยให้ ตัดกระแส อันนี้เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง

ส่วนอันที่ ๒ นี่ ผมกําลังมองว่าท่านกําลังขยายจุดตัดเพื่อที่จะขยายโอกาส ให้กับเส้นทางรถเพื่อลงไปสู่หมู่บ้านหรือชุมชนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะเป็น การแก้ไขปัญหาจราจร นําถนนวงแหวนต่าง ๆ หรือทางยกระดับส่วนต่าง ๆ เพราะผ่าน จากบางเขนตรงพหลโยธินผ่านเข้ามายังสายไหม แล้วออกมาสู่เขตพื้นที่คลองสามวา เป็นทิศทางที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันท่านต้องเช็กกายภาพครับว่าถนนเดิมนั้น จะทําอย่างไร ไม่ทราบว่าผ่านไปทางท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีท่านได้ตรวจเช็กกับทาง กรุงเทพมหานครหรือเปล่าว่าโครงการในแต่ละถนนที่กําลังขยายเส้นทางอยู่ เช่น ถนนหทัยราษฎร์ ถนนเลียบคลองสองที่กําลังได้รับงบประมาณ แล้วกําลังขยายอยู่โดย กรุงเทพมหานคร ณ วันนี้มันจะมีจุดตัดที่เกิดขึ้นจากการเวนคืนที่แปลงนี้เพื่อที่จะก่อสร้าง ถนนวงแหวนมีทางขึ้น ทางลงเผื่อไว้หรือเปล่าอีกประการหนึ่ง เพราะผมเองดูในรายละเอียด แล้วนะครับ ก็ยังไม่ชัดเจน เพราะแนวที่ท่านทํามานั้นเป็นแนวตั้งนานแล้วนะครับ ตั้งแต่ ก่อนที่จะมีการขยายถนนดังกล่าว แล้วมีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่มา แล้วสิ่งสําคัญครับ ก่อนที่ท่านจะตัดถนนใด ๆ ก็ตาม ท่านเคยถามเป็นประชาพิจารณ์กับชาวบ้านหรือเปล่า เพราะเท่ากับท่านเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนเหล่านี้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญเติบโต ในเรื่องของกายภาพเข้ามา แต่วิถีชีวิตของกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ตรงนี้นั้นเป็นพื้นที่ค่อนข้างกึ่งชนบท ถ้าท่านเปลี่ยนเป็นถนนเส้นใหญ่ ๆ แล้วก็มีจํานวนรถ มหาศาลที่วิ่งลงนี่ วิถีชีวิตคนที่เคยอยู่นี่เป็นหลายสิบปี เขาเคยติดต่อเดินทางนี่นะครับ อาจจะถูกตัดผ่านโดยอีกฝั่งหนึ่งนั้นเป็นหมู่บ้านข้างหนึ่ง หรือโรงเรียนข้างหนึ่ง การจราจร การเดินทางจะลําบาก ยกตัวอย่าง อย่างมอเตอร์เวย์ตะวันออกนี่นะครับ ท่านประธาน ท่านทราบไหมว่าหมู่บ้านด้านหนึ่ง หรือโรงเรียนด้านหนึ่งอยู่คนละฝั่ง เวลาท่านตัดถนนแล้ว มอเตอร์เวย์นี่ท่านเหลือเขตทางไว้เพื่อทําคู่ขนานของมอเตอร์เวย์ แต่ท่านไม่มีทางลอด ให้ผ่านไปอีกฝั่งหนึ่งของอีกเส้นอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งในอดีตก่อนที่ท่านจะเวนคืนที่แล้วตัดถนน ตรงนี้นั้น เขามีเส้นทางถนนนี่วิ่งผ่านไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่วันนี้เมื่อตัดถนนสายใหม่แล้วนี่นะครับ ซึ่งเป็นสายใหญ่ เป็นสายหลักขึ้นมาแทนสายลําลองที่อยู่ของพี่น้องประชาชนนี่เขา ไม่สามารถสัญจรไปเลยครับ เขาต้องไปวิ่งอ้อม เขาต้องไปดําเนินการในเรื่องของการ เดินทางไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่สะดวกต่อการที่จะเดินทาง แล้วก็ไม่ทันครับ เพราะว่า บางครั้งโรงเรียนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง นักเรียนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง การเดินทางลําบาก วัดอยู่อีกซีกหนึ่ง ประชาชนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง อันนี้คือตัวอย่างนะครับ สถานีอนามัย หรือแม้กระทั่งสถานพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อวิตกกังวล เพราะว่าถนนสายนี้ได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจราจร แต่คนที่อยู่ใน ท้องถิ่น ในท้องถิ่นตรงนี้จะสามารถใช้ประโยชน์ได้ร่วมกันหรือเปล่า หรืออาจจะใช้ได้ เฉพาะ เพราะว่าเป็นทางด่วนพิเศษอาจจะไม่มีทางขึ้น ลง หรือการขึ้น ลง แต่ละจุดนั้น ท่านดูความเหมาะสมหรือเปล่าว่าสามารถที่จะขึ้น ลงไปสู่จุดต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน ได้หรือเปล่า อันนี้ผมต้องฝากเป็นประเด็น

ส่วนสุดท้าย ผมจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ถนนสุวินทวงศ์ ได้มีการพูดคุย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ผมพูดแล้วยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ เป็นเส้นทางหลัก อีกเส้นทางหนึ่ง ที่วิ่งจากถนนรามอินทรา พอมาสุดมันต่อเชื่อมตรงมีนบุรีเขาเรียก สุวินทวงศ์ ออกไปสู่ถึงแปดริ้ว ซึ่งวันนี้เส้นทางนี้มันผ่านเขตมีนบุรี ผ่านเขตหนองจอก แล้วด้านขวาเป็นเขตลาดกระบัง วิ่งไปบางนํ้าเปรี้ยวเข้าถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา เส้นทางนี้ รถใช้จํานวนมาก ผมไม่เห็นว่าทางรัฐบาลเอง หรือทางกระทรวงเองให้ความสําคัญ ไม่ทราบว่ามีการสํารวจออกแบบในถนนเส้นนี้หรือเปล่า เพราะว่าถ้าท่านทําถนนสายที่ กําลังขอเป็นพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดังกล่าวนั้นก็ได้ใช้ประโยชน์ในซีกฝั่งตะวันออก แต่ด้านฝั่งตะวันตกอีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะเป็นที่ซึ่งผมคิดว่ามันจะเกิดปัญหา ในการดําเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่จะต้องไปดูว่าเส้นทางดังกล่าวนั้น ถ้าได้ดําเนินการในการขยายพื้นที่ตรงนี้ก็จะช่วยการจราจรอีกทางหนึ่งโดยการแก้ไข ปัญหาแล้วก็เป็นการขยายเมืองออกไปอีกส่วนหนึ่ง ไปทางด้านเขตหนองจอก ซึ่งขณะนี้ ก็มีปัญหาวิกฤติเช่นเดียวกัน อันนี้ต้องฝากนะครับ ท้ายที่สุดมีคนฝากมานะครับว่า ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ไปดูตรวจเช็กว่ามันมีถนนซึ่งมีแนว คดเคี้ยวที่ผมบอกว่ามันไม่ชัดเจน มันมีที่ดินของคนบางคนซึ่งมีกลุ่มผลประโยชน์ และเป็น นักการเมืองท้องถิ่น ผมยืนยันนะครับ ที่มีที่ดินอยู่ในการเวนคืนในครั้งนี้หลายแปลง แล้วก็ เป็นการนําการตัดถนนดังกล่าวเพื่อเข้ามาสู่ที่ดินของเขา ถ้าเป็นปกตินั้นก็ไม่เป็นอะไรครับ เพราะการตัดถนนนั้นต้องเวนคืนที่ ต้องจ่ายเงินค่าทดแทน ไม่เป็นอะไร ชดเชยไม่เป็นอะไร แต่ถ้าตัดถนนแล้วถนนต้องมีความเหมาะสม มีกายภาพเป็นแนวทางตรงที่ดีที่สุด เพราะการขับรถนั้นถ้าแนวทางตรงจะปลอดภัย แต่ถ้ามีการโค้ง หรือเว้า หรือขยับแนว ต่าง ๆ ก็ต้องให้สู่ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่สู่ประโยชน์ต่อคนใดคนหนึ่ง หรือประชาชนที่เขาแสวงหาผลประโยชน์ แต่อันนี้ได้ทราบมาว่ามีที่ดินของนักการเมือง ที่ไปเก็งกําไรที่ดินแล้วไปกว้านซื้อไว้ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือนักการเมืองอาจจะ เกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่เป็ นของสภาแห่งนี้ด้วยก็มี ผมก็คงขออนุญาตนะครับ ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นต้องฝากไปยังคณะกรรมาธิการหรือในส่วนของทางฝ่ายทางกระทรวง คมนาคมได้ตรวจสอบที่ดินแต่ละแปลงให้ชัดเจนครับ ในเรื่องผลประโยชน์ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ