สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยอธิบายถึงกฎหมายและสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการนี้ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับกัมพูชา และมีกฎหมายที่ชัดเจนในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ได้ตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก ในเรื่องของ กรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ความจริงก็มีประเด็นที่คาบเกี่ยวเฉพาะเนื้อหาที่ท่านถามอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านถามกรณีของกฎหมายเรื่องของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และเรื่องของสนธิสัญญา ต้องทําความเข้าใจก่อนนะครับว่ากฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องนี้ก็คือพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แต่ที่ท่านเอ่ยอ้างถึง กฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาแย้งนั้น ความจริงนั่นเปึนกฎหมายอนุวัติการเพื่อให้เปึนไปตาม สนธิสัญญาที่มีผลภายในประเทศ เพราะสนธิสัญญาจะมีผลบังคับใช้จริง เพราะฉะนั้นอันนี้ ต้องทําความเข้าใจกันให้ชัดเจนก่อนว่าแนวการดําเนินการทั้งหลายก็จะเปึนไปตาม พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน ประเด็นที่จะต้องพิจารณากันต่อมาก็คือว่าอย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่ากรณีนี้ความจริงยังไม่เกิด แต่ว่าท่านก็พูดเปึนตุเปึนตะว่า เรื่องนี้ไม่สามารถจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แล้วก็อ้างเหตุนั้นเหตุนี้ขึ้นมา ความจริงท่านก็เปึน ดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายนะครับ ประเด็นของเรื่องก็คือว่ากรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณกรณีนี้เปึนเรื่องที่สามารถดําเนินการตามพระราชบัญญัติการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ และระบุไว้ในกฎหมายชัดเจน เพียงแต่ประเด็นตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียนไปก็คือ เมื่อดําเนินการไปแล้วผู้ที่ถูกขอให้ส่งตัวมานั้นจะไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ภายในประเทศที่เขาไปอยู่ แล้วก็ถูกร้องขอไปอย่างไรก็เปึนสิทธิของเขาที่ดําเนินการ ตามกฎหมายภายในของประเทศนั้น แต่ถามว่ากฎหมายไทยกับกรณีของกัมพูชา มีสนธิสัญญากันหรือไม่ มีครับ และมีกฎหมายการดําเนินการระบุเอาไว้ชัดเจนครับ ท่านถามว่าตัวสนธิสัญญากับประเทศกัมพูชานั้นตั้งแต่ดําเนินการมาคือมีผลป้ ๒๕๔๔ มีกรณีที่ไทยเคยขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากกัมพูชาหรือไม่ คําตอบคือไม่มีครับ มีกัมพูชา เคยขอมาที่ไทย ๑ ครั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ถามต่อว่ากรณีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้าข่าย กรณีนี้หรือไม่ คําตอบก็คือเข้าครับ ถามต่อว่าทําไมถึงเข้ากรณีนี้ครับ ๑. ไทยกับกัมพูชา มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ลงนามเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ที่กรุงเทพมหานคร มีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๔ กรณีนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้า เพราะอะไรครับ
๑. กรณีนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเปึนความผิดฐานทุจริตซึ่งเปึนความผิดอาญา คนที่ถูกพิพากษาถึงที่สุดในความผิดอาญานั้นถือว่าอยู่ในข่ายที่สามารถจะขอให้ส่งตัว กรณีผู้ร้ายข้ามแดนได้ ท่านพยายามจะแย้งว่ากรณีคุณทักษิณนั้นไม่ใช่เปึนความผิด และพูดถึงขนาดว่าไม่ใช่เปึนความผิดเพราะเพียงแต่ไปทําสิ่งที่กฎหมายห้าม หลายครั้ง พวกท่านก็บอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องถูกกลั่นแกล้ง ผมต้องถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานครับว่า ในมือผมนี้เปึนสําเนาคําพิพากษาครับ ที่สุดของคําพิพากษานั้นศาลได้เขียนปรากฏชัดเจนว่า เมื่อพยานหลักฐาน ขออนุญาตอ่านนะครับ ที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่าจําเลยที่ ๑ ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณกระทําความผิดดังที่ได้วินิจฉัยมาดังกล่าวข้างต้น ขณะเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายไว้วางใจ ให้บริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและประชาชน แต่จําเลยที่ ๑ กลับฝ์าฝ๋นบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งที่จําเลยที่ ๑ เปึนหัวหน้ารัฐบาล ต้องกระทําตัวให้เปึนแบบอย่างที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ ประพฤติตน ในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรมของนักการเมืองให้เหมาะสมกับที่ได้รับความไว้วางใจ ในตําแหน่งหน้าที่อันสําคัญยิ่งนี้จึงไม่สมควรรอการลงโทษ หมายความว่าศาล เขาพิพากษาลงโทษตามความผิดและมีเหตุที่จะไม่รอการลงโทษโดยเหตุดังที่ได้กล่าวแล้ว นี่คือเงื่อนไขที่ ๑ ที่เข้าครับ
๒. ก็คือคําพิพากษานี้ก็ลงโทษพิพากษาจําคุก ๒ ป้ ก็เข้าเงื่อนไขส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะโทษจําคุกมากกว่า ๑ ป้
๓. เรื่องนี้ไม่ใช่เปึนความผิดทางการเมืองหรือทางการทหารโดยเฉพาะ เพราะเปึนข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ใช่เปึนความผิดทางการเมือง เพราะเปึนความผิดทางอาญา อย่างที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานได้ทราบไปแล้ว และ
๔. คดีนี้ยังไม่ขาดอายุความในการติดตามนําตัวมาลงโทษ
นี่คือกระบวนการทั้งหมดครับ แต่ถามว่าที่ถามขึ้นมาแล้วก็พูดกันเปึนตุเปึนตะว่า ส่งมาแล้ว ขอตัวไปแล้ว ไม่สามารถส่งมาได้ อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา เรื่องทั้งหมดยังไม่เกิด เลยครับ ขณะนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือว่าสํานักงานอัยการสูงสุด ซึ่งอยู่ในฐานะ ผู้ประสานงานกลางตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้จัดส่งคําร้องขอชั่วคราว ให้จับกุมชั่วคราว พันตํารวจโท ทักษิณ ในคดีที่ดินรัชดาไปยังประเทศต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ ๑. ส่งไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นี่กรณีคดีที่ดินรัชดา ต่อมาส่งต่อถึงความผิดในคดี แปลงสัมปทานเปึนภาษีสรรพสามิตด้วย ๒. ส่งไปยังสาธารณรัฐนิการากัว ๓. ส่งไปยัง ทางการมาเลเซีย และ ๔. ส่งไปยังทางการฟ่จิ เช่นเดียวกันครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เรียนกับท่านประธานว่าประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ถูกพยายามที่จะ ไม่ไปประเทศนั้น ๑๔ ประเทศดังกล่าวมีอะไรบ้างครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา ฟ่จิ มาเลเซีย เบลเยียม อินโดนีเซีย ฟ่ลิปป่นส์ สหรัฐอเมริกา จีน กัมพูชา บังกลาเทศ ลาว และประเทศเกาหลี เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผม ยกขึ้นมากราบเรียนท่านประธานก็คือว่าโดยในแง่นัยทางด้านกฎหมายแล้วทุกอย่างเข้า วันนี้ผู้ประสานงานกลางเขาดําเนินการ คําถามมีต่อนิดเดียวครับว่ากระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะเริ่มต้นอย่างไรครับ การเริ่มต้นในกรณีนี้ก็คือต้องปรากฏข้อมูลชัดเจนว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณซึ่งหลบหนีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกได้เข้าไปในประเทศกัมพูชาแล้ว เมื่อปรากฏชัดเจน ผู้ประสานงานกลางคือสํานักงานอัยการสูงสุดก็ต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ดําเนินการตามกฎหมายคือส่งเรื่องไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ใช้ช่องทาง ทางการทูตติดต่อไปยังประเทศคู่สนธิสัญญา กรณีนี้ก็คือกัมพูชา เมื่อติดต่อไปแล้วก็ชอบ ตามสิทธิที่คนซึ่งถูกขอตัวให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะต้องดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ภายในประเทศที่เปึนคู่สนธิสัญญานั้น ถึงตอบไม่ได้อย่างไรครับ ตอบไม่ได้ว่าถ้าเราขอไปแล้ว เขาไม่ส่งตัวแน่ ๆ เราจะทราบได้อย่างไรครับ เพราะว่าทางการไทยยังไม่ขอ และยังไม่ทราบเลย โดยกัมพูชาว่าข้อมูลหลักฐานที่ทางการไทยจะส่งไปนั้นมีข้อมูลหลักฐานว่าอย่างไร คิดแทนกัมพูชาก็คงไม่ได้หรอกครับ เพราะเราก็ไม่ทราบ เขาเองก็ยังไม่ทราบข้อมูลเลย เพราะฉะนั้นที่คิดกันมาก่อนล่วงหน้าทั้งหมดก็ไปคิดแทนเขา ซึ่งผมก็คิดว่ากรณีนี้ก็จําเปึนครับ ที่ต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และกรณีนี้ที่กลายเปึนกรณีที่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปมา ก็เปึนอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด เพราะเปัาหมายสูงสุด ของเราก็คือต้องปกปัองประเทศและกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศท่านประธานครับ