ภราดร ปริศนานันทกุล หารือเรื่องการขยายโควตาโครงการประกันรายได้ข้าวจาก 20 เป็น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

ภราดร ปริศนานันทกุล หารือเรื่องการขยายโควตาโครงการประกันรายได้ข้าวจาก 20 เป็น 25 ตัน และเสนอให้แบ่งโซนพื้นที่ตามผลผลิตต่อไร่ รวมถึงเรียกร้องให้ยืดหยุ่นกำหนดช่วงเวลาในการนำข้าวเข้าโครงการเพื่อรองรับการเก็บเกี่ยวที่ไม่พร้อมกันของเกษตรกรในแต่ละภาค

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ขอบพระคุณครับ จริง ๆ แล้ว ผมรอที่จะตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้มา ๒ สัปดาห์เต็ม ๆ แล้ว ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็รอที่จะฟังคําตอบจากรัฐบาลมา ๒ สัปดาห์เต็ม ๆ เช่นเดียวกัน ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามีพี่น้องสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้ถามกระทู้สดเรื่องนี้ต่อรัฐบาลหลายครั้ง ที่ผมนับได้ไม่น่าจะต่ํากว่า ๔ ครั้ง หรือ ๕ ครั้ง ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่านโยบายนี้ที่กําลังจะดําเนินการอยู่ในขณะนี้มีปัญหา ระหว่างทางค่อนข้างที่จะมาก แล้วก็รอการแก้ไขจากทางรัฐบาล ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานครับว่าผมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากการจํานําราคาข้าวมา เปึนการประกันรายได้ขั้นต่ําให้กับเกษตรกร เพราะว่าหลายป้ที่ผ่านมาการจํานําราคาข้าว ที่พี่น้องประชาชนนั้นเขาคุ้นเคยแล้วก็ได้ปฏิบัติกันมา ๓ ป้ ๔ ป้ ๕ ป้หลังสุดนี้มีปัญหา จริง ๆ ครับ มีปัญหาในหลายเรื่อง ซึ่งผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็ได้ทราบ ถึงปัญหา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ในหน่วยงานของราชการ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องการสวมสิทธิที่เอาข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการสต็อก (Stock) ลม ไม่มีข้าวอยู่ในสต็อก ซึ่งเปึนการคอร์รัปชัน ของโรงสี ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมากมายในระหว่างที่มีนโยบายการจํานําราคาข้าว ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา และที่สําคัญนโยบายการจํานําราคาข้าวจะดําเนินต่อไปไม่ได้ เพราะว่าในต้นป้วันที่ ๑ มกราคมที่จะถึงนี้มีข้อตกลงเขตการค้าเสรีในประเทศกลุ่มอาเซียน ทําให้ภาษีของการนําเข้าสินค้าทางการเกษตรเท่ากับศูนย์ ถ้ายังคงนโยบายจํานําราคาข้าว ต่อไป ผมเชื่อว่ารัฐบาลก็จะได้รับความเสียหาย และเชื่อว่าไม่เพียงแต่รัฐบาลเท่านั้นที่จะได้รับความเสียหาย พี่น้องเกษตรกรด้วยครับ ที่จะได้รับความเสียหายจากการจํานําราคาข้าว แต่ผมก็ต้องบอกครับวันนี้พี่น้องประชาชน เขาไม่รู้หรอกครับว่าการจํานําราคาข้าว กับการประกันรายได้ขั้นต่ํานโยบายไหนมันดีกว่ากัน สําหรับรัฐบาล เขาไม่รู้หรอกครับว่ารัฐบาลขาดทุน ต้องนําเงินส่วนกลางของรัฐบาล ไปสนับสนุนให้กับโครงการจํานําราคาข้าวป้ละกี่หมื่นล้านบาท เขาไม่สนใจหรอกครับ เขาสนใจแต่เพียงว่าพรุ่งนี้เขาจะเอาอะไรกิน เขาสนใจแต่เพียงว่าพรุ่งนี้เขาจะหาเงินที่ไหน ให้ลูกเอาไปเปึนค่าขนมไปโรงเรียน นี่ต่างหากคือประเด็นที่พี่น้องเกษตรกรสนใจ ผมเอง ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนถ่ายนโยบายจากการ จํานํามาเปึนการประกันรายได้ขั้นต่ํา ผมก็รู้ครับว่าระหว่างการเปลี่ยนถ่ายนโยบายตรงนี้ ปัญหาต่าง ๆ มันเกิดขึ้นมากมายครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับ เพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้หลายครั้ง เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดนครสวรรค์นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม ส.ส. ภคิน จากจังหวัดอ่างทอง พี่น้อง ส.ส. จากจังหวัดลพบุรี ท่านอาจารย์ผ่องศรี พี่น้องจากจังหวัดสุโขทัย ทั่วไปหมด จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท ทุกจังหวัดมีความเปึนห่วง ในเรื่องนี้ แล้วก็ไปหารือกับท่านหลายครั้ง ซึ่งต้องขอบคุณท่านในเรื่องนี้ที่ท่านรับฟัง ปัญหาในการที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้

เรื่องแรกเลยครับ ที่ท่านรับฟังแล้วนําไปสู่การแก้ไขก็คือเรื่องการขยาย จํานวนโควตาที่จะให้พี่น้องเกษตรกรเอาเข้าสู่โครงการประกันรายได้ แรกเริ่มเดิมทีของ นโยบายนี้ท่านกําหนดโควตาไว้ที่ ๒๐ ตันต่อครัวเรือน เมื่อพวกเราต่อรองกับท่านว่า ต่างพื้นที่กัน ผลผลิตต่อไร่มันไม่เท่ากัน พื้นที่ภาคอีสานผลผลิตต่อไร่ออกมาเพียง ๔๐ ถัง หรือ ๕๐ ถังต่อไร่ ในขณะที่พื้นที่ภาคกลาง ๘๐-๙๐ ถังต่อ ๑ ไร่ พื้นที่ต่างกัน จํานวนผลผลิต ที่ได้ต่อไร่มันก็แตกต่างกัน ท่านรับฟังครับ แล้วท่านก็นําไปปรับแก้จาก ๒๐ ตัน ท่านก็ขยับขึ้นเปึน ๒๕ ตัน แต่ผมก็ฝากท่านว่าระยะยาวหมายถึงในป้ฤดูกาลถัดไป ท่านอาจจะปรับเปลี่ยน ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องมาแบ่งโซนกันว่าภาคเหนือมีผลผลิตเท่านี้ ภาคอีสานเท่านี้ ภาคกลางเท่านี้ นั่นนโยบายถัดไปในฤดูกาลเก็บเกี่ยวหน้าครับ

เรื่องที่สองที่ท่านรับฟังก็คือเรื่องของช่วงเวลาในการเข้าร่วมโครงการของ พี่น้องเกษตรกร ช่วงการจํานําที่ผ่านมานี้ปัญหาเกิดขึ้นครับ เพราะว่าพื้นที่ในภาคเหนือ ตอนล่างและภาคกลางตอนบนเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้พร้อมกับภาคอื่น แต่ท่านประกาศ นโยบายว่าการจํานําราคาข้าวต้องทําพร้อมกันทั้งประเทศ โดยกําหนดช่วงนาป้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็อีกครั้งหนึ่งช่วงเดือนนาปรัง ช่วงระหว่าง เดือนพฤษภาคม ผมจําไม่ได้ไปจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคมอะไรนี่ละครับ สรุปว่าป้หนึ่ง ท่านช่วยเกษตรกร ๒ ครั้ง พวกผมก็ต่อรองกับท่านว่าในเมื่อท่านมีความตั้งใจ จะช่วยเกษตรกรป้หนึ่ง ๒ ครั้ง ท่านไม่ต้องกําหนดช่วงเวลาได้ไหม หมายความว่า เกษตรกร ๑ ครอบครัว หรือ ๑ ครัวเรือน จะเอาข้าวจํานวน ๒๕ ตัน ไปขาย ท่านไม่ต้อง กําหนดเขาได้ไหมว่าช่วงเวลานาป้หรือนาปรัง เพราะว่าอย่างที่ผมบอกคือมันทํานา ไม่พร้อมกัน ท่านก็รับปาก แล้วก็เอาไปดําเนินการเปึนนโยบาย นี่คือ ๒ เรื่อง ที่พวกผม เอาไปหารือกับท่าน แล้วท่านก็สนองกลับมาเปึนนโยบาย

แต่อีกเรื่องหนึ่งครับที่พวกผมหารือกับท่าน แต่ว่าขณะนี้มันก็ยังเปึนปัญหา แล้วก็จะเปึนปัญหาต่อไปในอนาคตข้างหน้า ก็คือเรื่องของราคา ราคาวันนี้เปึนปัญหาครับ ผมได้รับโทรศัพท์ทุกวัน เพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้ก็ได้รับโทรศัพท์ทุกวัน และเวลาที่พวกเรา ไปลงพื้นที่ก็จะได้พบกับปัญหาเรื่องราคาที่พี่น้องเกษตรกรบ่นว่ารัฐบาลนี้ ท่านคงจะเห็น ท่านประธานนั่งเปึนประธานในที่ประชุมท่านก็คงจะเห็น ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องที่ พี่น้อง เพื่อนสมาชิก ส.ส. หารือมากที่สุด ผมคิดว่าเรื่องราคาข้าวเปึนเรื่องอันดับต้น ๆ ที่พี่น้องในสภาแห่งนี้หยิบยกขึ้นหารือต่อท่านประธาน ผมก็บอกเรื่องราคาที่ได้ไปพูดคุย กับท่านนายกรัฐมนตรีเอาไว้ แล้วได้พูดคุยสอบถามกระทู้ถามสด เมื่อคราวที่แล้วถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ว่าราคาอ้างอิงที่ท่านประกาศ กับราคาประกันที่ท่านจะจ่ายนี้ ซึ่งในส่วนต่างตรงนี้ เปึนส่วนที่รัฐบาลจะต้องจ่าย ผมเข้าใจ ส่วนนั้นก็พอที่จะรับได้ แต่ส่วนที่ไปขายแล้วมันไม่ได้ราคาอ้างอิงตรงนี้ท่านจะ ดําเนินการอย่างไร ผมถามท่านตั้งแต่กระทู้ถามครั้งที่แล้วที่ผมถามเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว เพราะผมรู้ว่าปัญหานี้มันจะต้องเกิดตามมาเปึนอย่างนี้ ท่านก็บอกว่าท่านจะตั้งโต๊ะ เพื่อที่จะรับซื้อแข่งกับโรงสีด้วยตัวของรัฐบาลเองโดยใช้ช่องทางกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ อคส. และโดยใช้ อ.ต.ก. เปึนผู้รับซื้อ ผมบอกครับ วันนี้ความสับสนของพี่น้องเกษตรกร ในส่วนนี้มีอยู่มากมายเหลือเกินครับ ผมไม่แน่ใจนักว่า โครงการเสริมที่มาช่วยสนับสนุน โครงการประกันรายได้นี้ ท่านจะเริ่มต้นกันเมื่อไร ผมได้ข่าวว่าท่านจะเริ่มต้นต้นเดือน ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าต้นเดือนที่ท่านจะเริ่มต้นนี้ ท่านจะเริ่มต้นให้เกษตรอําเภอ เกษตรจังหวัดไปหาหรือให้พาณิชย์จังหวัดไปหาโรงสีเพื่อที่จะเข้ามาร่วมโครงการหรือเปล่า หรือว่าสมมุติว่าท่านเริ่มเดือนหน้าวันที่ ๑ ปุ็บ เกษตรกรสามารถที่จะเอาข้าวไปขายให้กับ โครงการของรัฐบาลได้เลย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าท่านน่าจะมีนโยบายออกมาให้ชัดเจน แล้วก็พูดให้ชัดเจนว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรแล้วก็จะทําอย่างไร พี่น้องเกษตรกรนั้น เขากําลังรอฟังอยู่ครับว่าจะให้ไปขายที่ไหน ในแต่ละจังหวัดพื้นที่มันใหญ่กว้างขวางมากครับ จังหวัดหนึ่งจุดเดียวไม่พอครับ จังหวัดนครสวรรค์ ส.ส. ๕–๖ คน พื้นที่มหาศาลครับ ท่านจะตั้งโต๊ะซื้อจุดเดียวแล้วให้พี่น้องเกษตรกรซึ่งอยู่ต่างอําเภอ อําเภอไกล ๆ แบบนี้ เขาจะต้องเอารถเพื่อจะขนส่ง ก็เสียค่าขนส่งเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้มันยังไม่มี ความชัดเจนอะไรเลยครับ เกษตรกรเขาก็รอความหวังว่าเมื่อไรนโยบายจะชัดเจนเสียที และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องข้าราชการในระดับล่างที่เขาดําเนินนโยบาย ที่เขาปฏิบัติ ตามนโยบายของท่านเขาก็รอฟังว่าเมื่อไรเสียที นโยบายของรัฐบาลจะชัดเจน และจะประกาศออกมาให้ชัดเจนว่าจะให้ทําเมื่อไร ความชื้นคิดไหม อะไรต่อมิอะไร มากมายเหลือเกินครับ และที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือวันนี้ข้าว พี่น้องเกษตรกรเขาทําไป แล้วครับ ข้าวอายุสั้น ๙๐ วัน ผมก็รู้ครับว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนให้ทําข้าวอายุสั้น แต่เมื่อพี่น้อง เขาทําไปแล้ว ในช่วงแรกท่านพอที่จะสนับสนุนหรือให้เขาเข้าร่วมโครงการตรงนี้ไปได้ก่อน หรือไม่ ก็เลยกราบเรียนถามท่านประธานส่งผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยตอบ คําถามในคําถามที่ ๑ ว่า ข้าวอายุสั้น ท่านพอที่จะให้พี่น้องเกษตรกรพอที่จะอะลุ้มอล่วยกันได้ไหม แล้วก็เรื่องของนโยบายที่ชัดเจน เรื่องของการพยุงราคาที่เอามาควบคู่กับการประกัน รายได้ขั้นต่ํานี้ ท่านจะสามารถดําเนินการได้เมื่อไร และจะชัดเจนเมื่อไร และที่สําคัญคือ เกษตรกรสามารถที่จะไปขายจริง ๆ ได้เมื่อไร เปึนคําถามที่ ๑ ครับ