สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หารือเรื่องราคาข้าว โดยกล่าวถึงปัญหาการซื้อขายข้าวที่เกิดขึ้นในประเทศ และการประกาศราคาอ้างอิงของรัฐบาลที่อาจทำให้พ่อค้าซื้อข้าวที่ราคาถูกและขายที่แพง

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ความจริงท่าน ส.ส. ภราดรท่านติดตามเรื่องนี้มา ตั้งนานนะครับ แล้วก็ได้เคยสอบถามผมมาแล้วเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่ผ่านมา ถึงความกังวลของท่านในเรื่องของราคาอ้างอิงว่า ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศราคาอ้างอิงไป ท่านมีความเชื่อว่ามันมีความเปึนไปได้สูงที่พ่อค้าอาจจะกดราคา แล้วท่านก็ถามผมว่า รัฐบาลมีมาตรการอะไรหรือไม่ ซึ่งท่านเก่งครับ ท่านเดาไม่ผิดเลยครับ เพราะว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นมันก็มีครับ มีขบวนการซึ่งผมถือว่าเปึนเรื่องปกตินะครับว่า พ่อค้าเขาก็ต้อง พยายามซื้อของให้ถูกที่สุดเพื่อสามารถไปขายให้แพงที่สุด แล้วก็มีกําไรสูงสุด อันนี้ก็เปึน เรื่องที่พอจะเข้าใจกันได้ แต่ว่าในฐานะรัฐบาล เราก็จะต้องมีมาตรการ วันนั้นผมกราบเรียน ไปว่าเรามีมาตรการอยู่ ๖ มาตรการที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ตอบไปเมื่อสักครู่ ที่จะเริ่มเลย ก็เปึนมาตรการที่น่าจะถือว่าเปึนมาตรการที่สําคัญที่สุด คิดง่าย ๆ อย่างนี้เอง ครับว่าราคาที่เปึนราคาอ้างอิงหรือราคาตลาด รัฐบาลจะประกาศทุกวันที่ ๑ และวันที่ ๑๖ ของแต่ละเดือน ข้าวนี่ออกต่างกันนะครับ ช่วงระยะเวลาก็ต่างกัน อย่างของจังหวัด อ่างทอง ของท่าน ส.ส. ภราดร ตามข้อมูลที่เปึนสถิติ ข้าวจะออกเดือนพฤศจิกายน ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าตัน แล้วก็เดือนธันวาคม ที่ ๗๐,๐๐๐ ตัน เดือนมกราคม ๘๗,๐๐๐ ตัน แล้วก็ไปหนักที่เดือนกุมภาพันธ์ ทีนี้ราคาอ้างอิงในแต่ละเดือนตั้งแต่ พฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ ก็จะประกาศเดือนละ ๒ ครั้ง คิดง่าย ๆ แต่เพียงว่าเกษตรกรเมื่อถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยว สัญญาที่มีประกันไว้ ถ้าราคา อ้างอิงต่ํากว่าราคาที่ประกันไว้ก็ไปเบิกส่วนต่างได้ คําถามที่หนักอกหนักใจ พี่น้องเกษตรกรชาวนาขณะนี้ ก็คือราคาอ้างอิงมันเปึนความชื้นที่เท่าไร แล้วเวลาที่ชาวนา จะไปขายกับโรงสี ความชื้นมันไม่ได้ มีหลักประกันอย่างไรบ้างที่จะทอนลงมาแล้ว โดยเอาน้ําหนักเปึนเกณฑ์แล้วเกิดความเปึนธรรม ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ได้กําชับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบอกว่า ในการประกาศราคาอ้างอิงนั้น ต้องมีบัญชีแนบท้ายไปด้วย ว่าความชื้นในแต่ละช่วงควรจะซื้อ ผมใช้คําว่า ควรจะซื้อที่ราคาเท่าไร ผมยกตัวอย่าง ที่ประกาศวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ในช่วงนี้ข้าวเจ้า ๘๐,๔๖๖ บาท วันนี้เราก็ ประกันราคาไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผลต่างก็ประมาณ ๑,๕๐๐ บาทเศษ แต่ว่าอยู่ที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เวลาที่เกษตรกรได้รับเงินจาก ธ.ก.ส. ไม่เกี่ยวกับความชื้น เขาก็จะได้รับตามจํานวนตันที่เขาไปทําสัญญาไว้ คูณกับส่วนต่าง ก็ได้รับเงินสดไปเลยครับ อย่างวันก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปประเดิมที่จ่ายเงินให้พี่น้องที่เปึนชาวไร่ข้าวโพด บางรายได้ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท เข้าบัญชีเลยครับ อันนี้ก็ไม่ต่างกัน แต่เมื่อกลับไปที่บ้านแล้ว หลังจากรับเงินแล้ว แล้วก็ไปเกี่ยวข้าว แล้วตัดสินใจว่าจะไปขาย ตรงนี้ครับความชื้นเกี่ยว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าข้าวที่เกี่ยวไปแล้ว แล้วได้ความชื้นดีก็จะได้ราคาดี แต่ไม่ว่า ความชื้นที่เท่าไรมันจะมีมาตรฐานของมันอยู่ครับ ผมยกตัวอย่างว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ประกาศที่ ๘,๔๖๖ บาท พอมาที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทอนหักลดน้ําหนักกิโลกรัมแล้วอยู่ที่ ๗,๘๓๑ บาท แล้วก็ที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ ๗,๑๙๖ บาท อันนี้ทอนน้ําหนักมา เพราะฉะนั้นเมื่อคูณกันแล้วกับน้ําหนักที่เรามีอยู่ซึ่งอาจจะหนักหน่อยแต่เราก็ได้ต่อตัน น้อยลงมานิดหนึ่งแต่คูณมาแล้วเท่ากันกับที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในราคาที่ ๘,๔๖๖ บาท ทีนี้ปัญหาเปึนอย่างนี้ครับ เวลาโรงสีเขาซื้อ อันนี้เปึนมาตรฐานแต่เขาไม่ต้องทําตามก็ได้ มันเปึนสิทธิในการค้าเสรีของเขา แต่สิ่งที่เราจะทําขณะนี้ก็คือพวกเราต้องช่วยกันบอก พี่น้องเกษตรกรชาวนาทุกคนเลยครับ ทั้งหมดวันนี้มาจดทะเบียนไว้ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ทําประชาคมเรียบร้อยแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ธ.ก.ส. กําลังเร่งในจุดที่ข้าวกําลังออก เร่งทําสัญญาประกัน ที่อยากจะให้ไปช่วยบอกกันให้บอกว่าถ้าขายไม่ได้ตามราคานี้ รัฐบาลเพิ่งมีมติคณะรัฐมนตรีออกไปให้ไปตั้งโต๊ะซื้อตามนี้ทุกประการครับ คําว่า ตั้งโต๊ะซื้อ คืออะไร เราจะมีโรงสีมาอยู่ในโครงการครับ โรงสีทั้งหมดขณะนี้ที่อยู่ในโครงการแล้ว ที่เริ่มต้น ๓๓๐ โรงสีครับ มีภาคเหนือ ๔๓ แห่ง ภาคกลาง ๑๗๑ แห่งและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีก ๑๑๖ โรงสี ถ้าไม่พอเพิ่มได้ครับ ประเด็นก็คือว่าเราจะตั้งโต๊ะซื้อแล้วเราจะบอกชาวนาว่า ถ้าหากพ่อค้าไม่ซื้อตามที่ควรอย่างนี้มาขายให้กับโรงสีที่อยู่ในโครงการของรัฐบาลครับ เราซื้อไม่อั้นครับ ไม่มีจํากัดจํานวน ไม่มีจํากัดโควตา ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าถ้าเขากดราคา เราเราอย่าไปขายครับ เรามีคนจะซื้อครับ รัฐบาลจะซื้อ ทีนี้อย่างนี้ที่จะเริ่มต้นวันจันทร์ที่ ๒ พฤศจิกายน เราจะไป เราไม่ได้ทีเดียวทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะข้าวไม่ได้ออกพร้อมกันหมด ทั่วประเทศ ไล่ลงมาจากภาคเหนือครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็ที่จังหวัดนนทบุรี เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนในเบื้องต้นว่า แนวความคิด ในการรักษาเสถียรภาพมีอยู่ ๖ มาตรการด้วยกัน แต่มาตรการที่สําคัญ ๑ ในมาตรการนั้น คือตั้งโต๊ะซื้อในราคาที่รัฐบาลประกาศครับ ตรงนี้เพื่อให้เกษตรกรชาวนาได้มีความมั่นใจว่า ราคาที่เราประกาศเปึนราคาอ้างอิงนั้นไม่ใช่คิดขึ้นมาเฉย ๆ เราบอกว่าเปึนราคาตลาดจริง ๆ แล้วเราพร้อมที่จะซื้อ ผมเติมนิดเดียวเพราะว่าหลายคนไม่ได้เปึนเกษตรกรก็อาจจะมีความห่วง ว่ารัฐบาลกําลังใช้เงินภาษีอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่ใช่นะครับ เพราะราคาที่เราประกาศแล้ว เราพร้อมที่จะรับซื้อนั้นเปึนราคาที่เราเตรียมพร้อมที่จะส่งออกไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว หมายความว่าเราดูตลาดข้างนอกเปึนอย่างไร เราทอนกลับมาเปึนราคาที่เราควรจะซื้อ อย่างนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราซื้อ ๘,๐๐๐ บาทเราก็ควรจะขายได้ ๘,๐๐๐ บาท เราจะมี ค่าบริหารเล็กน้อยที่เราจะต้องยอมเสียบ้างแต่จํานวนน้อยมากครับ ข้าวที่เราจะซื้อ เราก็เก็บเปึนข้าวเปลือก แล้วเราก็จะเก็บเพียง ๑ เดือน อย่างมากที่สุด ๒ เดือนเท่านั้น เราซื้อเข้ามาเสร็จเราขายออกไป ผมถึงกล้าพูดได้ว่าเราพร้อมที่จะทํางานตรงนี้ เพื่อแทรกแซงตลาด ทั้งหมดในเบื้องต้นก็คงจะตอบคําถามในช่วงแรกก่อนนะครับ สําหรับข้าวอายุสั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ตอบไปแล้วว่าคงจะเอาเข้าคณะกรรมการครับ ขอบคุณครับ