รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องการยกเลิกตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน โดยบอกว่าไม่ได้หมายถึงการยกเลิกสถาบันผู้ใหญ่บ้าน แต่เป็นการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เจริญแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่บ้าน แต่ในพื้นที่ชนบทยังคงต้องมีผู้ใหญ่บ้าน และไม่ควรสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ใหญ่บ้านว่าถูกยกเลิก
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉัน ก็ต้องเรียนว่าดิฉันไม่ได้อยู่ข้างใครทั้งนั้น ดิฉันอยากจะอภิปราย แล้วก็อยากจะเรียนเสนอ ว่าเราคงต้องพูดกันด้วยเหตุและด้วยผลนะคะ ดิฉันคิดว่ามี ส.ส. บางท่านก็จะบอกว่า ท่านเปึนกรรมาธิการตอนที่อยู่ในการพิจารณาของ ส.ส. ที่จริงผ่าน ส.ส. ไป มันก็จะอยู่ ทั้งวรรคตามที่ปรากฏอยู่ หลักการก็คือว่าห้ามยกเลิก กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เว้นแต่ นั่นก็คือ มีข้อยกเว้นเอาไว้สําหรับที่จะต้องพิจารณาในกรณีพื้นที่ที่เจริญแล้ว ซึ่งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะจัดการแล้วก็ดูแลเรื่องราวต่าง ๆ หน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ก็ถือว่า เปึนการยืดหยุ่น เมื่อไปถึงวุฒิสภาแล้ววุฒิสภาตัดทิ้งหมดเลย เหลือกลับมาอย่างนี้ ดิฉัน ยังคิดว่าถือว่านี่เปึนการแก้ไขในหลักการ ไม่ใช่เรื่องของการถ่วงเวลาถ้าเราจะมีการพูดกัน ต่อไปอีก เพราะว่าอาจจะต้องพูดกัน คือต้องขอร้องว่าอย่าให้ร้ายกัน อย่าสร้าง ความเข้าใจผิดให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับประโยคสั้น ๆ ของวุฒิสภา จะหมายถึงการไม่ยอมรับ หรือจะหมายถึงว่าการจะให้ยกเลิกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จริง มันก็เปึนวิวัฒนาการ ถ้าเราจะดูแล้ว รัชกาลที่ ๕ ท่านสร้างกลไกต่าง ๆ ไว้มากมาย แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เหตุการณ์เปลี่ยนไป บ้านเมืองเปลี่ยนไป ก็มีการเปลี่ยน ไปมาก ก็เหลือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน พูดถึงวันนี้ หรือแม้กระทั่งในร่างที่สภาผู้แทนราษฎร ส่งไปที่วุฒิสภาก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะมีการยกเลิกสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ให้มี กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพียงแต่แยกแยะว่าสถานการณ์ทั้งหลาย เหตุการณ์ของบ้านเมือง สถานการณ์ของบ้านเมืองจะต้องมีการแยกแยะ ถ้าเปึนที่ที่เจริญแล้วอย่างเทศบาลนคร หรืออย่างกรุงเทพมหานครที่มีผู้ยกตัวอย่าง เราก็ไม่ต้องมีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่จะพูด เหมารวม ๆ ไปว่าเปึนการยกเลิกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเลย ก็ไม่ใช่ เพราะว่าเรายังเห็น ความสําคัญว่าถ้าอย่าง อบต. ซึ่งเปึนท้องถิ่นในเขตชนบท มีหมู่บ้านกระจัดกระจายกันอยู่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ยังจําเปึน แม้กระทั่งยกฐานะเปึนเทศบาลตําบล แล้วยิ่งทุกวันนี้ เทศบาลตําบลยกง่ายมากเลย ไม่ต้องเจริญมาก แม้กระทั่งบางทีเรื่องภาษีก็ยังไม่ได้เลย แต่ว่าก็มีการยกฐานะมากก็ยังไม่ได้มีการเรียกร้องว่าถ้าเทศบาลตําบลจะไม่ให้มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่ได้มีใครขัดข้องที่จะมี เพียงแต่เราบอกว่ามันจะต้องปรับปรุงแล้วก็ เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ หรือถ้าสมมุติว่าพื้นที่ที่จริงมันไม่ถูก จะบอกว่าใครมาก่อน มาหลัง เพราะว่าก็เปึนการปกครองของบ้านเมืองเรา ถ้าจะบอกว่าท้องถิ่นมาทีหลัง แล้วมาตัดท้องที่ออกได้อย่างไร คําถามอย่างนี้ดิฉันได้ยินบ่อย ก็ในเมื่อยกฐานะเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราเน้นเรื่องของการกระจายอํานาจ แล้วกฎหมายก็บอกว่า ถ้ายกฐานะแล้วถ้าตรงไหนไม่มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ให้นายกเทศมนตรีทําหน้าที่นั้นไป ถ้าเขาทําได้มันก็ไม่ได้แปลว่าใครจะทําได้ดีกว่าใคร แล้วก็ไม่ได้แปลว่าจะเปึนการปฏิเสธ ตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเรากําหนดเอาไว้ตามที่วุฒิสภาเสนอกลับมามันเปึนการ ตายตัวมากเกินไป ที่จริงถ้าบอกว่า เว้นแต่ มันก็จะมีการยืดหยุ่น แล้วเว้นแต่อะไรบ้าง มันก็จะมีเงื่อนไข มันก็จะมีหลักเกณฑ์แล้วจะมีกติกา ก็ถามว่าแล้วรังเกียจทําไมกับการ ที่จะมีข้อยกเว้นเหล่านี้ ถ้าไม่เข้าข้อยกเว้นพื้นที่นั้นก็ยังมีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ดี ถ้าจะอ้างว่า ในพื้นที่ที่เปึนเขตที่เจริญแล้วยังต้องการกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาเพื่อที่จะให้มาประสานงาน ให้มารับงาน ทํางานร่วมกับนายอําเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตาม ที่จริงแล้ว ก็มีหน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็ยังดํารงอยู่ แล้วก็มีกลุ่มต่าง ๆ มีอาสาสมัครทั้งหลาย มีกลไกทั้งหลายอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นแล้วก็ดูอีกทีนะคะว่าการที่จะมีการพูดถึงการที่จะ ไม่มีตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในบางพื้นที่ ดิฉันยืนยันว่าไม่มีใครบอกว่าต้องยกเลิก ทั้งหมด กรุณาอย่าสร้างความเข้าใจผิดให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนการให้ร้ายกับคนอื่น การยกเลิกแต่ละครั้งก็ต้องถามว่าประชาชน ดิฉันไม่ค่อยเห็นประชาชนออกมาคัดค้านเลย นะคะ คนที่มาคัดค้านก็คือคนที่จะถูกยกเลิก เพราะฉะนั้นกรุณา เราต้องคุยกัน ด้วยเหตุและด้วยผลนะคะว่าถึงเวลานี้ดิฉันคิดว่าเรามีความจําเปึนว่าเราจะต้องตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่จริงเราจะเห็นว่าในพื้นที่ไหนก็ตามที่มีการยกฐานะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปึนเทศบาล จะเห็นว่ามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านหลายคนลงสมัครเปึนสมาชิก หรือว่าเปึน ผู้บริหารท้องถิ่นก็ตาม ส่วนใหญ่ก็ได้รับการเลือกตั้งทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นมันจะต้อง ปรับไปตามสถานการณ์ ตามเหตุผล แล้วก็ตามความจําเปึน ขอบพระคุณค่ะ