ชินวรณ บุณยเกียรติ หารือประเด็นละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 15 และ 17 โดยชี้แจงเจตนารมณ์ของบทบัญญัติว่าเกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีปัญหาและเสนอให้สภาฯ รับฟังเสียงข้างมาก แต่ยอมรับความจำเป็นในการพิจารณาเพื่อรักษาหลักนิติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ผมคิดว่ามีประเด็นที่ผมจะต้องขอความชัดเจนจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ในการพิจารณาพระราชบัญญัติหรือพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แล้ว จะต้องดําเนินการในการพิจารณาที่เริ่มต้นด้วย ชื่อร่าง คําปรารภ และพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา แต่ถ้าหากว่าจะดําเนินการ เปึนอย่างอื่นนั้นก็ให้เปึนไปตามที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเรา ได้ใช้เวลาสําหรับกฎหมายฉบับนี้มาครั้งนี้ก็เปึนครั้งที่ ๓ แล้ว ผมได้ฟังท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้ขอร้องว่าเพื่อจะถอนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเพื่อไปแก้ไขให้เปึนไปตามมติของสภาในกรณีที่ใช้คําว่า คดี คือแก้ไขให้เปึนไป ตามมาตรา ๓ ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ามีความจําเปึนที่จะต้อง ไปแก้ไขถ้อยคําให้มีความสอดคล้องกัน แต่ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าต้องทําความเข้าใจ กันให้ชัดเจน เพราะว่าในที่ประชุมแห่งนี้ต่างก็มีความมุ่งหมายเช่นเดียวกันในเรื่องที่คิดว่า มีความสําคัญอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องของการคัดค้านผู้พิพากษา มาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๓ การคัดค้านผู้พิพากษานั้นจริง ๆ ก็เปึนสิทธิในการพิจารณาในอรรถคดีต่าง ๆ แต่เนื่องจากว่าในกรณีของศาลรัฐธรรมนูญนั้นองค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนองค์ประกอบพิเศษ ผมคิดว่าตรงนี้คณะกรรมาธิการก็ต้องไปพิจารณากัน อย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อหลักการ
เรื่องที่สอง คือเรื่องละเมิดอํานาจศาล ซึ่งก็เกี่ยวข้องมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๗ ซึ่งมีประเด็นที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พูดถึงว่า เนื่องจากศาลนี้ เปึนศาลที่พิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน ที่พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับคุณสมบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําหนดเอาไว้ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณา ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องมีบทบัญญัติในเรื่องละเมิดอํานาจศาล แต่ผมมาดูแล้วผมคิดว่า เจตนารมณ์ที่ได้มีการร่างบทบัญญัติในมาตรานี้ มันเกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่เราต้องการ เห็นการนั่งพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้ดําเนินไปโดยความสงบเรียบร้อย และรวดเร็ว ซึ่งจริง ๆ แล้วข้อละเมิดก็เปึนเรื่องของการตักเตือน ไล่ออก แล้วก็ปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ทั้งนี้ เพราะว่ามันมีข้อเท็จจริงที่ดํารงอยู่จริงว่าเมื่อเปึนคดีที่เกี่ยวกับ กฎหมายมหาชน หรือเปึนคดีที่เกี่ยวกับการเมืองก็อาจจะมีกลุ่มบุคคลที่อาจจะทําให้ การนั่งพิจารณาคดีนั้นมีปัญหาได้ ถ้าหากว่าไม่มีบทกําหนดเกี่ยวกับการละเมิดอํานาจ ศาล
ประการสุดท้ายคือ การพิพากษาตามคําขอ มาตรา ๕๑ วรรคสอง อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วสภานี้ก็ควรจะต้องรับฟังเสียงของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก แต่เนื่องจากว่ามันเปึนช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ผมเข้าใจว่ามันมีหลักของ ความจําเปึนในการที่เราจะต้องมาพิจารณาว่า การที่เราจะพิจารณาคดีโดยระบบไต่สวน กับระบบของการกล่าวหานั้น กระบวนการในการพิพากษาตามคําขอนั้นจะครอบคลุม หรือไม่ หรือควรที่จะให้กระบวนการในการแสวงหาข้อเท็จจริงของผู้พิพากษานั้น ได้ดําเนินการเพื่อแสวงหาความเปึนธรรมให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นประเด็นอยู่ตรงนี้ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือถ้าหากว่าทางท่านประธานคณะกรรมาธิการจะถอนไปจริง ผมขอความกรุณาได้ไหมครับ ขอความกรุณาว่า ๓ ประเด็นนี้ต่างเห็นความสําคัญร่วมกัน แต่มันไปเริ่มต้นในมาตรา ๑๐ เพราะฉะนั้นวันนี้เดี๋ยวพอมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ จนไปถึงมาตรา ๙ ขอให้ได้พิจารณาต่อเนื่องไป พอถึงมาตรา ๑๐ ผมคิดว่าจะได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้สภามีมติให้ชัดเจน มีมติให้ชัดเจนอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ ขอหารือว่ามีมติว่าเนื่องจากเรื่อง ๓ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ยังมี ความติดใจของทุกฝ์ายอยู่ และเปึนเรื่องที่มีความสําคัญควรที่จะให้คณะกรรมาธิการ ได้ไปปรับปรุง ได้พิจารณาให้เกิดความรอบคอบ โดยให้เวลา ๒ สัปดาห์แล้วกลับมา ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้ทันในการพิจารณาสมัยนิติบัญญัตินี้ ผมคิดว่าถ้าเรามีมติชัดเจนเช่นนี้ แสดงว่าเราทุกฝ์ายก็มีเปัาประสงค์เช่นเดียวกันที่จะให้กฎหมายนี้ได้มีการขับเคลื่อน นะครับ ผมก็ยินดีที่จะหารือเมื่อถึงมาตรา ๙ แล้วผมคิดว่าหลังจากนั้นเราก็จะได้พิจารณา ต่อไปได้ ไม่ใช่เปึนการถอนออกไปทั้งหมด แต่เปึนการถอนออกไปเพื่อปรับปรุง ซึ่งสามารถดําเนินการได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่าในการดําเนินการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนั้นต้องดําเนินการ ตามที่ผมกราบเรียนไปแล้ว เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น ผมจึงขอความกรุณา ท่านประธานได้กรุณาพิจารณา แล้วก็ท่านประธานคณะกรรมาธิการกรุณาได้ตอบ ให้ชัดเจนเพื่อจะได้ถือเปึนหลักปฏิบัติและลงมติหลังจากที่เราได้พิจารณาถึงมาตรา ๙ แล้ว ขอบคุณครับ