สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

เจริญ จรรย์โกมล เสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่สภากำลังพิจารณา โดยระบุว่าเป็นร่างของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 300 ของรัฐธรรมนูญ และมีการแก้ไขมากมายเพราะว่าศาลและสภามีความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ เจริญ จรรย์โกมล ยังหารือเรื่องการละเมิดอำนาจศาล และการวินิจฉัยตีความตามกฎหมาย โดยเรียกร้องให้สภาแห่งนี้ตัดสินใจว่าจะให้กฎหมายฉบับนี้บัญญัติว่าให้มีการละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหารือเรื่องการคัดค้านตุลาการ และการวินิจฉัยเกินคําขอ ซึ่งไม่สมเหตุสมผล และขอถอนคําขอเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสม

นายเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอความ กรุณาท่านสมาชิกทุกท่านให้เข้าใจถึงแนวทางและวิธีปฏิบัติของสภาของเราสักนิดหนึ่ง ก่อนที่ผมจะขอความกรุณาจากท่านในที่ประชุม

เรื่องแรก ก็คือขอทําความเข้าใจกับทุกท่านให้เข้าใจเปึนแนวทางเดียวกัน ก่อนว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นมันไม่ใช่เปึนร่างของรัฐบาลและฝ์ายค้าน เปึนร่างของ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้สภานี้ออกกฎหมายเปึนแนวทางในการปฏิบัติวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ ในขณะนี้ศาลเองก็อาศัย รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๐๐ ในการออกข้อกําหนดในเบื้องต้น แล้วก็จะต้องมาออกเปึน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ที่ท่านทั้งหลายได้ตั้งข้อสังเกตและถามมาที่คณะกรรมาธิการว่า ใน ๕๕ มาตรานั้น มีการแก้ไขเพิ่มเติมเกือบทุกมาตรานั้นเพราะอะไร ท่านต้องเข้าใจว่าศาลเปึนผู้ร่าง สภาเปึนผู้แต่งตั้งพวกเราขึ้นมาดูในข้อกฎหมายในวิธีพิจารณาความ ในหลายมาตรา ที่ท่านพยายามหยิบ แล้วก็พูดขึ้นมาเกี่ยวข้องกับในมาตราอื่น ๆ แล้วก็ในเรื่องของสิทธิ ในการพิจารณานั้น เราในฐานะคณะกรรมาธิการเราก็มองเห็นว่าเปึนเรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญ เพราะมันเทียบเท่ากฎหมายวิธีพิจารณาความ โดยเฉพาะมาตรา ๔ และมาตรา ๑๘ นั้นเชื่อมโยงกัน มันเกี่ยวข้องกัน และที่สําคัญในมาตรา ๔ ที่กําลังพิจารณาอยู่นี้คณะกรรมาธิการได้มีการหยิบยก และถกเถียงกันมากว่า การจะให้อํานาจประธานศาลรัฐธรรมนูญไปออกข้อกําหนดนั้น ถามว่าข้อกําหนดนั้นคืออะไร ท่านกรรมาธิการก็ได้ตอบไปแล้ว ในบางอย่างมันก็เทียบเท่า กับวิธีพิจารณาความ โดยเฉพาะวิธีพิจารณาความแพ่งก็คือวิธีพิจารณาก็เทียบเท่า กฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เรื่องใหญ่ ซึ่งสภาของเรา พวกเราในฐานะ คณะกรรมาธิการก็พยายามเอาเรื่องนี้มาให้ท่านตัดสินใจว่าท่านจะมอบอํานาจให้กับทาง ประธานศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้ดําเนินการหรือไม่ อย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่านในประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เหตุผลที่มีการแก้ไขมากมายก็คือว่า ในเฉพาะกฎหมายที่เรา กําลังพิจารณานั้นมีเรื่องสําคัญก็คือ

๑. ที่จะต้องพิจารณากันอย่างมากมายและกว้างขวางในขณะนี้คือ เรื่องการละเมิดอํานาจศาล ซึ่งเราต้องยอมรับว่าการออกข้อกําหนด ซึ่งปัจจุบันนี้ ทางศาลรัฐธรรมนูญเองนั้น ไม่มีอํานาจในการจะละเมิดอํานาจศาลได้ เพราะเปึนข้อกําหนด มันไม่ใช่เปึนพระราชบัญญัติ

๒. ก็คือเรื่องการคัดค้านผู้พิพากษาเปึนเรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญ

๓. ก็คือสิ่งซึ่งทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ ก็คือการตัดสินหรือการพิพากษาของศาลนอกจากที่ขอหรือคําขอ

๔. ก็คือการวินิจฉัยตีความตามกฎหมาย

๕. ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ คือการนําพยานเข้าสืบ ซึ่งเปึนไปตามสิทธิ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็ไม่ให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ เรื่อง สําคัญที่ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณา ที่มีการแก้ไขอย่างมากมายเพิ่มเติม ฉะนั้น เพื่อที่จะให้ทางสภาแห่งนี้ได้สบายใจ แล้วก็ผมเองได้หารือกับประธานวิปของรัฐบาลแล้ว ผมขอที่ประชุมอย่างนี้ได้ไหมครับ เนื่องจากว่าในสภาแห่งนี้ได้ลงมติในมาตรา ๓ ผ่านไปแล้ว ผมจะขอถอนร่างนี้ไปปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๓ ที่สภาแห่งนี้ได้แก้ไข ส่วนใน ๔-๕ ประเด็น ผมจะได้หารือกับทางฝ์ายศาลรัฐธรรมนูญและทางรัฐบาลอีก ครั้งหนึ่งว่า ประเด็นอะไรที่มันจะพอไปกันได้เราก็ขอให้ดําเนินการ ส่วนประเด็นสําคัญ ที่ผมได้หารือกับท่านประธานวิปรัฐบาลก็คือมีอยู่ ๓ เรื่องเท่านั้นเองที่จะต้องหารือกัน แล้วก็ต้องทําความเข้าใจ แล้วต้องให้สภาแห่งนี้เปึนผู้ตัดสินใจ วินิจฉัย

ประเด็นแรกก็คือ ในสภาแห่งนี้จะยินยอมไหมว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนศาลที่เวลาวินิจฉัยตัดสินหรือพิจารณาพิพากษาไปแล้วนั้น เราต้องยอมรับฟัง ยุติเหมือนกันว่าผูกพันทุกองค์กร อันนี้เปึนข้อเท็จจริงต้องยอมรับกันในทางกฎหมาย ปัญหาก็คือว่าเราจะให้กฎหมายฉบับนี้บัญญัติว่าให้มีการละเมิดอํานาจศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เพราะเปึนเรื่องของกฎหมายมหาชน ทุกคนต้องมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่หากวิพากษ์วิจารณ์แล้ว กฎหมายฉบับนี้ที่เขาร่างขึ้นมามีการละเมิดอํานาจศาลนั้น ทางคณะกรรมาธิการเองจะได้ตัดบทบัญญัตินี้ออกไปแล้วเสนอต่อสภามา ซึ่งเรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่

ประเด็นที่สองก็คือ เรื่องการคัดค้านตุลาการ หรือคัดค้านผู้พิพากษา ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องของความยุติธรรม ความเปึนธรรม และความเที่ยงธรรม ซึ่งท่านทั้งหลาย ได้เรียกร้องมา อันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญที่ทางคณะกรรมาธิการเองหยิบยกขึ้นมาเปึน เรื่องที่สอง

ประเด็นที่สามก็คือ สิ่งซึ่งเราไม่อยากให้เห็นก็คือการวินิจฉัยหรือการ ตัดสินความนั้นจะต้องตัดสินอยู่ในประเด็น ในคําขอเท่านั้น ท่านจะวินิจฉัยเกินคําขอไม่ได้ เราได้เห็นมีการวินิจฉัย ทางคณะกรรมาธิการได้สอบถามมาแล้วครั้งหนึ่งว่าการวินิจฉัย ในเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง เมื่อตัดสิทธิของท่านแล้วก็ยังวินิจฉัยเกินกว่า ที่คําขอมา แล้วก็เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ด้วยซ้ําไป แล้วก็วางแนวการปฏิบัติ ในการรักษาการแทนท่านนายกรัฐมนตรีไว้ ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้มีคําขอในคําร้อง ในขณะที่ยื่นมาขณะนั้น ทางคณะกรรมาธิการจึงมีการแก้ไขมาก จึงขอเรียนท่านทั้งหลายว่า ที่มันเยอะก็ด้วยความห่วงใย ผมจึงขอเสนอต่อท่านประธานว่า เรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการ จะถอนไปปรับปรุงเปึนไปตามมาตรา ๓ ที่ท่านทั้งหลายได้มีมติออกไปแล้ว ผมขอที่ประชุม ได้โปรดพิจารณาและอนุมัติด้วยครับ