นิคม เชาว์กิตติโสภณ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. อนุปริบทว่า มีการแก้ไขเกือบทุกมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 4 ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการปรึกษาหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่ม ๑ ท่านประธานครับ หลังจากฟังการอภิปรายจากท่านผู้มีเกียรติหลาย ๆ ท่านแล้วนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าเห็นใจว่าทําไมเราต้องมีการอภิปรายกันมากมาย แม้แต่ กรรมาธิการเองนะครับ มีการประชุมตั้ง ๔๐ นัด ซึ่งแต่ละนัดที่มีการประชุมกันมีการแก้ไข เกือบทุกมาตราที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ยกร่างเสนอขึ้นมาสู่สภา อันนี้ต้องย้อนกลับไปครับ ไปดูร่างของศาลรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นมานําเสนอมาสู่สภาว่า ผมคิดว่าร่างฉบับดังกล่าว เปึนร่างที่ค่อนข้างมีปัญหา จนทําให้กรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไข เกือบทุกมาตรา โดยเฉพาะในเรื่องอํานาจของประธานศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะกําหนด เรื่องต่าง ๆ ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ว่าในกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยก็มีการสงวนไว้เกือบทุกมาตราเช่นกัน แล้วผมเชื่อว่าการพิจารณาของสภา ซึ่งดูท่าเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการจะเปึนฝ์ายชนะเอาเสียด้วย ผมว่ามันเปึนเรื่อง พิกลพิการในการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฟังจากสมาชิกแล้ว กรรมาธิการเสียงข้างมากจะเปึนผู้แพ้โหวตในสภา ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎร หากเปึนไปได้ผมคิดว่าเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านได้ ปรึกษากับคณะกรรมาธิการเถอะครับว่าหากจะมีการถอนออกไปตามที่สมาชิก ร้องขอ แล้วไปทําใหม่ครับ ทําให้มันสมบูรณ์ครับ ผมเองก็คุ้นเคยกับกระบวนการยุติธรรม แล้วก็คุ้นเคยกับศาลยุติธรรม เพราะว่าประกอบอาชีพเปึนทนายความส่วนหนึ่ง ผมคุ้นเคย กับวิธีพิจารณาความที่มีการร่างออกมาอย่างละเอียด แล้วประกาศใช้เปึนกฎหมาย เปึนวิธีพิจารณาความที่อยู่ในมือของคนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม สามารถที่จะ รับรู้ ศึกษาได้อย่างถ่องแท้และชัดเจน ก่อนที่จะไปเข้าสู่การว่าความ หรือการต่อสู้คดี ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญเองก็เช่นกันครับ สามารถที่จะยกร่างขึ้นมาตามขั้นตอนของกระบวนการในศาลรัฐธรรมนูญได้ อย่างละเอียด แล้วก็สามารถจะเสนอเปึนร่างพระราชบัญญัติที่สมบูรณ์กว่านี้ ผมเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญทําได้ ความสามารถของศาลรัฐธรรมนูญที่ปรากฏต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งแต่ละท่านผู้พิพากษาก็เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ เปึนผู้ที่มีประสบการณ์ทางกฎหมายมากมาย แล้วท่านก็มีมือไม้เยอะแยะครับที่จะสามารถยกร่างให้สมบูรณ์กว่านี้แล้วนําเสนอสู่สภา ใหม่ เพื่อให้มันลดข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสภาวันนี้ ท่านประธานครับ พูดถึงศาล ท่านประธานครับ ผมว่าทุกคนเมื่อเกิดมาเปึนมนุษย์ มีความเคารพต่อศาลตั้งแต่เกิดแล้วครับ พอพูดถึงศาลก็จะมีความเคารพมีความนับถือ เปึนของสูงท่านประธานครับ ไม่มีใคร อยากไปยุ่ง หรือไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากมาย เพราะว่าวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็จะมี ความผิดตามกฎหมาย ถ้าเกิดวิพากษ์วิจารณ์แล้วเกิดพลาด ถ้าเสียทีวิจารณ์แล้วทําให้ ศาลเสียหายนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่คณะกรรมาธิการทําไปทั้งหมดนี้ครับ ผมเชื่อว่า คณะกรรมาธิการทําไปด้วยความหวังดี ทําไปด้วยความเจตนาดีทั้งสิ้นนะครับ ท่านถึงไป แก้ไขเสียมากมายเลย แล้วซึ่งที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขเองครับ ก็ตรงกับใจ ที่ผมดูในร่างนี้แล้ว โดยเฉพาะมาตรา ๔ ซึ่งตามมาตรา ๔ ร่างเดิม ให้ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้มีอํานาจออกข้อกําหนดได้เองเลยนะครับ โดยไม่ต้องผ่าน คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เหตุผลก็เพื่อให้มีการนําดําเนินกระบวนพิจารณาของศาล เปึนไปด้วยความสะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ไขเพิ่มเติม ข้อความว่า โดยความเห็นชอบจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เฉพาะเรื่องนี้มันก็เปึน ปัญหาแล้วครับท่านประธาน ผมถามว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากทําไมไม่ไว้ใจศาล ไม่ไว้ใจประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่เชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญคนเดียวจะทําได้หรือ ถึงต้องไปด้วยความเห็นชอบจากตุลาการทั้งคณะ นี่ครับมันเปึนคําถาม ซึ่งผมก็เห็นว่า สังคมในปัจจุบัน ท่านประธานครับ สังคมมีความคลางแคลงใจในศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ สังคม มีความคลางแคลงใจมากจากผลงานของศาล เพราะฉะนั้นพอร่างฉบับนี้มีการแก้ไข ในลักษณะที่ประหนึ่งว่าไม่ไว้วางใจผู้เปึนประธานศาลรัฐธรรมนูญ